โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังชงยกเครื่อง เกณฑ์บัตรคนจน ส่งเสียพ่อ-แม่ได้

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"คลัง" ปักธง 14 ก.ค.นี้ ชง ครม.ยกเครื่องเกณฑ์โครงการบัตรคนจน ให้สอดคล้องสถานการณ์จริง ปลดล็อกตัดปมลดหย่อนบิดามารดา-หนี้เกษตรกร ก่อนเข้ากระบวนการคัดกรอง เดินหน้าประกาศผล 17 ก.ค.

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ พิจารณาทบทวนปรับหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น รวมถึงเพื่อช่วยให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อนจริง สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างตรงจุด

สำหรับหลักเกณฑ์ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเสนอให้ ครม.ทบทวน ประกอบด้วย 1.ไม่นำหลักเกณฑ์เรื่องบิดามารดาที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้เท่านั้น มาใช้ในการพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ โดยเกณฑ์ลดหย่อนในส่วนของคู่สมรสและบุตร จะยังคงใช้พิจารณาตามเดิม และ 2.ไม่นำหนี้สินของภาคเกษตรมาคำนวณรวมในเกณฑ์หนี้สินรวมต้องไม่เกิน 1 แสนบาท เนื่องจากมองว่าหนี้สินของภาคเกษตรเป็นลักษณะพิเศษ ซึ่งหลายครั้งเกิดจากภัยพิบัติ จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้

ทั้งนี้ มองว่าหากมีการนำหนี้สินภาคเกษตรเข้ามาใช้ในการคัดกรองร่วมกับเกณฑ์เรื่องหนี้สิน อาจจะส่งผลทำให้เกษตรกรที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว และสมควรได้รับความช่วยเหลือหลุดออกจากระบบได้ ซึ่งการทบทวนปรับหลักเกณฑ์ทั้งหมดนี้เป็นไปตามแนวทางที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอมา ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนเพื่อให้การพิจารณาคัดกรองผู้ที่จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริงของประชาชนมากที่สุด

“เรื่องการทบทวนเกณฑ์ด้านการหักลดหย่อนนั้น จะเสนอ ครม.ทบทวนว่าไม่นำกรณีที่บุตรใช้สิทธิอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาหักลดหย่อนภาษีมาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าผู้สูงอายุบางรายอาจได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขดังกล่าว แม้จะเป็นผู้มีรายได้น้อยและยังมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ เพราะการที่บุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี ไม่ได้สะท้อนว่าผู้สูงอายุมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น หรือได้รับการดูแลด้านรายได้อย่างแท้จริง” นายวินิจกล่าว

สำหรับขั้นตอนหลังจากที่ประชุม ครม. พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 14 ก.ค.นี้แล้ว กระทรวงการคลังจะนำหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุมัติไปดำเนินการคัดกรองตามรายชื่อที่ได้ลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 19.15 ล้านราย และเตรียมประกาศผลผู้ได้รับสิทธิตามกำหนดการในวันที่ 17 ก.ค.2569 ต่อไป ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ก็จะมีการแจ้งรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าไม่ผ่านเกณฑ์ด้วยเงื่อนไขอะไร เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์เพื่อขอทบทวนสิทธิต่อไป ซึ่งจะมีการกำหนดเวลาในการยื่นอุทธรณ์อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ดี ในส่วนของประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น รัฐบาลได้เตรียมมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากมองว่าประชาชนกลุ่มดังกล่าวยังเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจด้วย

"กลุ่มที่อาจจะไม่ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เมื่อระบบพร้อมใช้งาน ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้เลย แต่มาตรการดังกล่าวยังต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการพิจารณาหลักเกณฑ์ รายละเอียดโครงการ และการจัดสรรงบประมาณ หลังจากได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอน ส่วนเรื่องงบประมาณ กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณจะร่วมกันบริหารจัดการให้เหมาะสม” โฆษกกระทรวงการคลังระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...