โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนประกาศศักดาคว้าแชมป์หุ่นยนต์โลก RoboCup 2026 สมัยที่สองติดต่อกัน ณ เกาหลีใต้ สะท้อนความทรงอิทธิพลของนวัตกรรมเทคโนโลยีจีนในระดับสากล

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การแข่งขันหุ่นยนต์ชิงแชมป์โลก หรือ RoboCup 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมหาวิทยาลัยชิงหัวเปิดเผยว่า ทีมชิงหัวหั่วเสิน (Tsinghua Hopper Hunter) จากประเทศจีน ซึ่งใช้งานหุ่นยนต์รุ่น Booster T1 ของบริษัทเจียซู่จิ้นฮว่า (Booster Robotics) ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเอาชนะทีมหนงต้าซานไห่ไปด้วยสกอร์ 6 ต่อ 2 ในรอบชิงชนะเลิศ ส่งผลให้ทีมสามารถคว้าแชมป์โลกในประเภทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาครองได้เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

สำหรับการแข่งขันหุ่นยนต์ชิงแชมป์โลกนี้ ริเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1997 และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรายการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับสูงสุด มีขนาดใหญ่ที่สุด รวมถึงทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเภทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ในการแข่งขันเมื่อปี 2025 ที่ประเทศบราซิล ทีมชิงหัวหั่วเสินก็สามารถคว้าแชมป์ประเภทฮิวแมนนอยด์รุ่นผู้ใหญ่มาได้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทีมฟุตบอลหุ่นยนต์จากประเทศจีนสามารถคว้าแชมป์โลกในรุ่นดังกล่าวได้สำเร็จ

ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในการแข่งขันครั้งนี้คือ มีทีมผู้เข้าแข่งขันทั้งจากในประเทศและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 38 ทีม ที่พร้อมใจกันเลือกใช้หุ่นยนต์จากบริษัทเจียซู่จิ้นฮว่าของจีน อีกทั้งหุ่นยนต์จากบริษัทดังกล่าวยังสามารถกวาดเหรียญทองในทุกรุ่นของประเภทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สองขาไปครองได้ทั้งหมด ซึ่งการที่นวัตกรรมหุ่นยนต์จากจีนกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของทีมแข่งขันต่างๆ ทั่วโลกนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงมิติการแข่งขันในวงการหุ่นยนต์อย่างมีนัยสำคัญ

ในอดีตที่ผ่านมา แต่ละทีมมักต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการสร้างโครงสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาเองตั้งแต่เริ่มต้น ส่งผลให้ต้องสูญเสียทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนาจำนวนมากไปกับงานที่ซ้ำซ้อน อาทิ การออกแบบโครงสร้างเชิงกล การพัฒนาฮาร์ดแวร์ และการควบคุมการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่มีเพียง 5 ทีมเท่านั้นที่เลือกใช้หุ่นยนต์จีน ในปีนี้กลับมีทีมชั้นนำจำนวนมากหันมาเลือกใช้โครงหุ่นยนต์จากจีนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเชื่อมั่นในขีดความสามารถหลักด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวของขาและความน่าเชื่อถือทางกายภาพ ซึ่งช่วยปลดล็อกให้ทีมต่างๆ สามารถทุ่มเทสรรพกำลังไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบการรับรู้ทางสายตา การตัดสินใจแบบทันทีทันใด รวมถึงการประสานงานระหว่างหุ่นยนต์หลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...