โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รวบ 3 ชาวเมียนมา ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดเงินสดกว่า 46 ล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 09.43 น. • The Bangkok Insight

รวบ 3 ชาวเมียนมาขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงินกว่าพันล้าน! ตร.ปอท. ยึดเงินสดคาบ้านพักแม่สอดกว่า 46 ล้านบาท

ตำรวจ กก.3 บก.ปอท.ร่วมกันจับนายอู อายุ 57 ปี สัญชาติเมียนมา บุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ 4167/2568 ลงวันที่ 18 ก.ค.2568 , นางธิดา อายุ 57 ปี สัญชาติเมียนมา บุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ 4165/2568 ลงวันที่ 18 ก.ค.2568 , นายเล่า อายุ 54 ปี สัญชาติเมียนมา บุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ 4168/2568 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568

แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ในความผิดฐาน“ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ , โดยทุจริตหรือหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา , สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ” โดยจับบริเวณบ้านพัก ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

การจับครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ กก.3 บก.ปอท. ว่าถูกมิจฉาชีพใช้เพจเฟซบุ๊ก การลงทุนเทรดหุ้น ชักชวนให้เข้ากลุ่ม ไลน์ซึ่งมีสมาชิกจำนวนมาก จากนั้นจะมีหน้าม้าในกลุ่มคอยแจ้งว่าสามารถเทรดได้กำไรและถอนเงินได้จริง โดยผู้เสียหายใช้เวลาในการดูในกลุ่มอยู่ประมาณ 2 - 3 เดือน ก่อนตัดสินใจลงทุน

จากนั้นแอดมินกลุ่มจะให้เข้ากลุ่มวีไอพีและติดต่อผ่าน Line Officail ก่อนที่จะให้โหลดแอปพลิเคชันปลอมชื่อ Ulela Max และโอนเงินเพื่อลงทุนเทรดหุ้น โดยจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 10 % โดยในช่วงแรกๆ ผู้เสียหายได้โอนเงินไปยังบัญชีม้านิติบุคคล ชื่อบัญชี บจก.แห่งหนึ่ง จำนวนหลักแสนบาท พบว่าสามารถถอนเงินพร้อมกำไรได้จริง จึงได้โอนเพิ่มขึ้นเป็นหลักล้านบาทอีกหลายครั้ง ไปยังบัญชีม้านิติบุคคล จำนวน 4 บัญชี และ บัญชีม้าบุคคล จำนวน 8 บัญชี รวม 18 ครั้ง เป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท โดยใช้เวลาในการโอนและลงทุนดังกล่าวกว่า 2 เดือน ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพหลอกและไม่สามารถถอนเงินได้จึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกก.3 บก.ปอท.

แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ต่อมาตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้ทำการสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า หลังจากที่บัญชีม้าต่าง ๆ ได้รับเงินแล้วจะมีการเปลี่ยนเงินเป็น Cryptocurrency ผ่านแพลตฟอร์มของไทย จากนั้นจะโอน Cryptocurrency สกุล USDT ต่อไปยัง Private Wallet จำนวนหลายกระเป๋าเพื่อให้ยากต่อการติดตาม โดยพบว่าบัญชีม้าทั้งหมดมีการทำรายการที่ตึกออฟฟิศ ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

ตำรวจ กก.3 บก.ปอท.ได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน Cryptocurrency พบว่ามีการโอนไปยัง Wallet ของ Huione Pay ของประเทศกัมพูชา เพื่อฟอกเงิน ก่อนจะถูกโอนต่อไปยัง Wallet ของผู้รับผลประโยชน์อีกจำนวนหลาย Wallet ก่อนจะโอนมาให้กับกลุ่มผู้ต้องหาในนคดีนี้ที่เป็นชาวเมียนมา โดยพบว่าจะมีการรับโอน Cryptocurrency สกุล USDT วันละประมาณ 20-30 ล้านบาท แล้วจะเปลี่ยนเป็นเงินสดผ่านแพลตฟอร์ม Cryptocurrency ต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดเข้าบัญชีธนาคารไทยของกลุ่มผู้ต้องหา และไปถอนเงินสดที่ธนาคารในพื้นที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก วันละประมาณ 20 - 30 ล้านบาท

แก๊งคอลเซ็นเตอร์

โดยเมื่อถอนเงินแล้วจะนำเงินสดให้ชายเมียนมา ขนข้ามชายแดนบริเวณด่าน ตม.แม่สอด ไปส่งยังฝั่งเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ต่อไป โดยพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการถอนเงินสดกว่าเดือนละ 1,000 ล้านบาท ตำรวจ กก.3 บก.ปอท.รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 28 คน โดยเป็นกลุ่มบัญชีม้า จำนวน 24 คน และ ชาวเมียนมา ผู้รับผลประโยชน์จำนวน 4 คนและได้นำหมายค้นศาลจังหวัดแม่สอด ที่ 1165/2568 เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ผลการตรวจค้น ได้จับผู้ต้องหาชาวเมียนมาจำนวน 3 ราย และตรวจยึดเงินสดของกลางจำนวนรวมกว่า 46 ล้านบาทนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน สำหรับผู้ที่สนใจจะลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ขอให้ใช้ความระมัดระวังทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีมิจฉาชีพหลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุนจนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยมิจฉาชีพมักจะโฆษณาเชิญชวนผ่านทางเพจ อ้างว่าได้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง จากนั้นจะเชิญชวนให้เข้ากลุ่มไลน์ที่มีหน้าม้าซึ่งเป็นขบวนการเดียวกันกับมิจฉาชีพ คอยส่งความเคลื่อนไหวในกลุ่ม แจ้งว่าสามารถถอนเงินได้จริงจนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ นอกจากนี้ยังพบว่ามิจฉาชีพจะมีการใช้บัญชีม้านิติบุคคลในการรับโอนเงินจากผู้เสียหายเพื่อลวงให้ผู้เสียหายตายใจว่าจะไม่ถูกหลอกอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ สำหรับผู้กระทำความผิดในขบวนการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการกระทำการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับ โอน ถือครอง หรือแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด จะถือว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งตามกฎหมาย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...