เบื้องลึก! ที่ดินเขา ’กระโดง’กับ ‘ตระกูลชิดชอบ’
เบื้องลึก! ที่ดินเขา ’กระโดง’กับ ‘ตระกูลชิดชอบ’
วันที่ 8 ส.ค.68 | ข่าวการเมือง (พิเศษ) ที่ดินกว่า 5,000 ไร่ บริเวณ เขากระโดง ในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังกลายเป็นสมรภูมิความขัดแย้งทางที่ดินครั้งใหญ่ เมื่อรัฐบาลเดินหน้าเพิกถอนโฉนดที่ดินกว่า 5,083 ไร่ ซึ่งถือครองโดยประชาชนกว่า 900 ราย รวมถึงกลุ่มทุนการเมืองชื่อดังอย่างตระกูล ชิดชอบ
โดยเขากระโดงเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วในจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่นี้ถูกเวนคืนตั้งแต่ปี 2462 โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อสร้างทางรถไฟสายอีสานตอนล่าง รฟท.จึงมีสิทธิ์ครอบครองที่ดินหลายพันไร่บริเวณนี้
🔴โฉนดที่ดินทับซ้อน และกลุ่มทุนชิดชอบ
ตั้งแต่ปี 2515 เป็นต้นมา มีการออกโฉนดทับซ้อนโดยไม่ได้รับอนุญาต จากชาวบ้าน ผู้ประกอบการ รวมถึงตระกูลชิดชอบ ซึ่งถือครองที่ดินเชิงพาณิชย์ เช่น สนามช้างอารีนาและสนามแข่งรถ โดยมีพื้นที่ถือครองของตระกูลชิดชอบอยู่ในระดับ “หลายร้อยไร่” จากพื้นที่รวมกว่า 5,000 ไร่ทั้งหมด
หนึ่งในโฉนดที่ดินสำคัญคือเลขที่ 3466 เนื้อที่กว่า 7 ไร่ ออกในชื่อ “ชัย ชิดชอบ” ก่อนโอนให้ภรรยา “ละออง ชิดชอบ” และขายต่อให้บริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือตระกูลชิดชอบ
🔴คำพิพากษาศาลชี้ชัด “เป็นของรัฐ”
หลายคดีที่รฟท. ฟ้องศาลเพื่อเรียกคืนที่ดิน เขากระโดง ศาลฎีกาตัดสินว่า ที่ดินนี้เป็นทรัพย์สินของรัฐจริง โฉนดที่ออกทับซ้อนถือว่า “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” และในปี 2566 ศาลปกครองกลางสั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดกว่า 5,000 ไร่ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา พร้อมให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
🔴ความขัดแย้งระหว่างรัฐและประชาชน
ชาวบ้านกว่า 995 ราย ยืนยันว่า พวกเขาซื้อขายและใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างถูกต้อง มีโฉนดที่กรมที่ดินออกให้และบางส่วนจำนองกับธนาคารของรัฐ คณะกรรมการตรวจสอบรอบแรกจึงมีมติไม่เพิกถอน เนื่องจากหลักฐานยังไม่ชัดเจน
🔴รัฐเดินหน้าปฏิบัติการเพิกถอน 2 สิงหาคม 2568
รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยประกาศเพิกถอนโฉนด 5,083 ไร่ โดยยืนยันเป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาศาล เจ้าหน้าที่กรมที่ดินและรฟท.เริ่มรังวัดพื้นที่ และเรียกเจ้าของโฉนดมาติดต่อ หากไม่ตอบรับภายใน 30 วัน อาจถือว่าสละสิทธิ
🔴กระแสต่อต้านและความกังวลการเมือง
ชาวบ้านหลายร้อยรายรวมตัวประท้วงที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เรียกร้องความเป็นธรรมและยืนยันสิทธิในที่ดิน ขณะเดียวกัน นักการเมืองบางกลุ่มวิจารณ์ว่าการเพิกถอนควรครอบคลุมพื้นที่ที่มีข้อพิพาทเช่น สนามกอล์ฟอัลไพน์ด้วย
🔴ปมประวัติศาสตร์ 55 ปีของข้อพิพาท
เบื้องต้นมีกลุ่มบุคคล และเอกชนเกือบพันคน ที่อ้างว่าได้รับผลกระทบจากท่าทีของกระทรวงมหาดไทย ดังกล่าว แถลงคัดค้าน และเตรียมดำเนินการทางกฎหมาย หนึ่งในนั้นมี “ตระกูลชิดชอบ” บ้านใหญ่อีสานใต้ ที่ส่งทนายความมาดำเนินการด้วย
โดยข้อมูลของ บริษัท ธนพาณิชย์ไทย จำกัด "กรุงเทพธุรกิจ" นำเสนอไปแล้วว่า จดทะเบียนเมื่อ 2 พ.ย.2549 ทุนปัจจุบัน 121 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 9/2 หมู่ที่ 4 ถนนบุรีรัมย์ - ประโคนชัย ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ วัตถุประสงค์ ดำเนินกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ให้เช่าพื้นที่ เกษตรกรรม
ปรากฏชื่อกรรมการ 4 คน เป็นคนตระกูล “เจียรพันธุ์” ทั้งหมด ได้แก่ นายธนนท์ เจียรพันธุ์ นายมงคล เจียรพันธุ์ นายจุฑาเกียรติ เจียรพันธุ์ น.ส.ปูรณ์จิตสุภา เจียรพันธุ์ นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อ 30 เม.ย.2568 พบว่า นายธนนท์ เจียรพันธุ์ และนายมงคล เจียรพันธุ์ ถือหุ้นใหญ่สุด คนละ 25% นายจุฑาเกียรติ เจียรพันธุ์ ถือ 16.6942% น.ส.ปูรณ์จิตสุภา เจียรพันธุ์ ถือ 16.6529% น.ส.ฐิตาขวัญพร เจียรพันธุ์ ถือ 16.6529%
สำหรับ นายธนนท์ เจียรพันธุ์ ปรากฏข้อมูลว่าเคยดำรงตำแหน่ง ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์
บริษัทแห่งนี้ นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อปี 2567 สินทรัพย์รวม 42,945,014 บาท หนี้สินรวม 12,209,289 บาท รายได้รวม 2,771,719 บาท รายจ่ายรวม 1,887,302 บาท กำไรสุทธิ 883,877 บาท
น่าสังเกตว่า รายได้ของบริษัทแห่งนี้ มีถึงหลักล้านเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา แต่ระหว่างปี 2563-2566 กลับมีรายได้แค่หลักร้อย ถึงหลักพันบาท
สำหรับตระกูล “เจียรพันธุ์” พบว่า ยังเข้าไปถือหุ้น และเป็นกรรมการในบริษัทอีกอย่างน้อย 19 แห่ง ทำธุรกิจหลากหลาย ทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงโม่หิน การเกษตร ขายปลีก ฯลฯ
แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้นั่นคือ เบื้องลึกความลับ 55 ปีระหว่าง “ตระกูลเจียรพันธุ์” ที่ถือครองที่ดินบนเขากระโดงมากสุด 318 ไร่ กับ “ตระกูลชิดชอบ” ที่ถือครองที่ดินรวมกันกว่า 213 ไร่ 2 งาน 91.7 ตร.วา
ข้อมูล และข้อเท็จจริง พบว่าในช่วงปี 2513 ระหว่างเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับบริเวณที่ดินของ รฟท.ในพื้นที่เขากระโดงนั้น รฟท.ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ยุกต์ เจียรพันธุ์” กับพวก เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ คดีแพ่งดำที่ 121/2513 คัดค้านการนำที่ดิน รฟท. 1 แปลงไปขายทอดตลาด และโต้แย้งว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของ รฟท.
โดยขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์นั้น “ชัย ชิดชอบ” อดีตนักการเมืองดัง ได้เข้ามาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ยุกต์ เจียรพันธุ์-พวก” ที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นคดีแพ่งดำที่ 38/2513 เรียกสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทคืนจาก “ยุกต์” กับพวก
ต่อมาเมื่อ 9 พ.ย.2513 “ชัย” และ “ยุกต์” ต้องการเจรจาขอทำการประนีประนอม หาทางระงับข้อพิพาท จึงขอให้ รฟท.เปิดการเจรจาขึ้นที่สำนักงานอาณาบาล (สำนักกฎหมายของ รฟท.) โดยผลการเจรจาทุกฝ่ายมีข้อตกลงกันว่า คดีแพ่งแรก (ที่ 121/2513) “ยุกต์” จะไปยอมรับสารภาพต่อศาลว่า ที่ดินพิพาทตามคำฟ้องของ รฟท. เป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. และไม่ขอต่อสู้คดีต่อไป
ส่วน “ชัย ชิดชอบ” จะจ่ายเงินให้ “ยุกต์” 25,000 บาท (มูลค่าขณะนั้น) เพื่อให้ “ยุกต์” ในฐานะส่วนตัว และตัวแทนของ “ทอง มาประจง” ยอมสละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่ “ชัย” และดำเนินการถอนฟ้องคดีแพ่งที่สอง (ที่ 38/2513) และ “ชัย” ขออาศัยในที่ดินพิพาทของ รฟท.ดังกล่าว โดยจะทำสัญญาอาศัยต่อไป
ต่อมาในวันที่ 10 พ.ย.2513 หัวหน้าสำนักงานอาณาบาล รายงานผลการเจรจากรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินรถไฟเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ให้ผู้ว่า รฟท.ในขณะนั้น รับทราบผลการเจรจา และการที่ รฟท. จะยินยอมให้ชัย ได้อาศัยในที่พิพาทต่อไป โดยจะทำสัญญาอาศัยต่อกัน
ถัดมาอีก 2 ปีเมื่อ 26 ต.ค.2515 “ชัย ชิดชอบ” นำที่ดินพิพาทดังกล่าว ไปขอออกโฉนดเลขที่ 3466 เนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 55.8 ตารางวา ขายให้ละออง ชิดชอบ (ภรรยา ชัย ชิดชอบ) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2535 ก่อนที่ละออง จะนำไปขายต่อให้กับบริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจของตระกูลชิดชอบ
ทั้งหมดคือ เรื่องราวจุดเริ่มต้นของข้อพิพาท “ที่ดินเขากระโดง” ที่บานปลายมาถึงปัจจุบัน แม้ว่าเมื่อปี 2554 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยมีมติให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลง ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกล่าวหา “ชัย ชิดชอบ” ในฐานะผู้ขอออกโฉนดแปลงดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่เนื่องจากวันที่กระทำผิดจนถึงวันที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ เป็นเวลากว่า 30 ปี คดีจึงขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องได้ระงับไป
สุดท้ายเรื่องนี้ก็เงียบหายไป กระทั่งมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดทั้งในศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลปกครองสูงสุด ออกมาในช่วงไม่กี่ปีหลัง จนนำไปสู่ “มหาดไทย” ปฏิบัติการยึดคืน “เขากระโดง” คืนให้แก่ภาครัฐในขณะนี้
🔴สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบที่ดิน
ข้อพิพาทนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องกฎหมาย แต่สะท้อนปัญหาการออกโฉนดซ้ำซ้อน การใช้ที่ดินสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และความซับซ้อนของระบบกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนรายย่อย
🔴คำถามใหญ่
เมื่อ “กรรมสิทธิ์” กลายเป็นสนามต่อสู้ของอำนาจ ความยุติธรรม และชีวิตของคนตัวเล็ก ประเทศไทยจะหาทางจัดการเรื่องนี้อย่างไร เมื่อสิทธิส่วนบุคคลต้องชนกับอำนาจรัฐ และเอกสารทางราชการกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกตีความแตกต่างกัน?