โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ประท้วงรุนแรงในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงประเทศเนปาล สถานทูตไทยเตือนคนไทยในเนปาลห้ามออกจากที่พักอาศัย ปฏิบัติตามประกาศเคอร์ฟิว

BTimes

อัพเดต 10 ก.ย 2568 เวลา 14.11 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 06.35 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

วันนี้ 10 กันยายน 2025 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ขอแจ้งสถานการณ์ล่าสุดสืบเนื่องจากการชุมนุมประท้วงต่อต้านการทุจริตและมาตรการห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ของรัฐบาลเนปาล โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ส่งผลให้ทางการเนปาลบังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ดังนี้

1. กองทัพเนปาลได้เพิ่มมาตรการรักษาความสงบ โดยจัดกำลังตรวจเข้มตามพื้นที่สำคัญและส่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนในเมืองหลัก พร้อมทั้งประกาศ คำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน (Prohibitory Orders) จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2568 และประกาศ เคอร์ฟิว (Curfew) ต่อเนื่องจนถึงเวลา 6.00 น. ของวันที่ 11 กันยายน 2568

2. ทางการเนปาลได้ขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่ในความสงบและในที่ปลอดภัย โดยยืนยันว่าสถานการณ์กำลังค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติและอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานด้านความมั่นคง

3. สถานะปัจจุบัน สนามบินนานาชาติตรีภูวัน (Tribhuvan International Airport) ปิดทำการชั่วคราวจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันนี้ (10 กันยายน 2568) ขอให้คนไทยตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินกับสายการบินของท่านก่อนออกเดินทาง

4. สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมมาตรการช่วยเหลือคนไทยในกรณีจำเป็น กรณีฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ โทรศัพท์: + 977 9818749944 สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้คนไทยในเนปาลเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม และติดตามข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด

ย้อนกลับไปเมื่อวานนี้ 9 กันยายน 2025 เหตุประท้วงรุนแรงในเนปาลทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ส่งผลมีผู้เสียชีวิตสะสมรวม 22 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 209 คนถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลในวันเดียวกันนี้ แต่มี 186 คนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว ความรุนแรงของการประท้วงมีขึ้นอีก เนื่องจากผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาแห่งชาติในกรุงกาฐมาณฑุ และจุดไฟเผาทั้งอาคารเสียหายยับเยิน

ขณะที่นายกรัฐมนตรี เคพี. ชาร์มา โอลี ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบแล้ว แต่ผู้ชุมนุมประท้วงยังโกรธแค้นอย่างมากหลังรัฐบาลปราบผู้ประท้วงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตถึง 19 ราย กองทัพเนปาลออกมาเรียกร้องให้คนหนุ่มสาวทั่วประเทศแสดงความอดทนอดกลั้น หลังการประท้วงบานปลายกลายเป็นความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 9 กันยายนผ่านมา นายพรีธวี ซุบบา กูรัง โฆษกรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เนปาล เปิดเผยว่า รัฐบาลประเทศเนปาลมีมติยกเลิกคำสั่งห้าม และการปิดกั้นสื่อโซเชียลมีเดียทั่วประเทศเนปาล ในขณะนี้ประชาชนชาวเนเปสามารถใช้สื่อโซเชียลได้ตามปกติ หลังจากเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศคำสั่งปิดกั้นสื่อโซเชียลมีเดียทั่วประเทศ ในขณะที่คำสั่งดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวเนปาล โดยเฉพาะผู้ชุมนุมส่วนใหญ่และมีจำนวนมากเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่อยู่ในวัยเจนเนอเรชั่นซี (Z) (คนที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี)

กลุ่มคนรุ่นวัยเจนซี(Z) ในเนปาลได้ชุมนุมชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวง และเมืองใหญ่ทั่วประเทศเนปาล และเกิดการประทะอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้ 8 กันยายน 2025 ส่งผลให้ประชาชนผู้เข้าร่วมประท้วงซึ่งเป็นประชาชนชาวเนปาลในวัยอายุไม่เกิน 25 ปี หรือกลุ่มคนเจนซี (Z) เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รัฐบาลเนปาล เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่าเก้ารายและผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 รายจากเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

นายกรัฐมนตรีเนปาล นายเค.พี. ชาร์มา โอลี กล่าวว่า เสียใจกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีการแทรกซึมจากกลุ่มคนต่างๆ ที่เห็นแก่ตัว สำหรับผู้เสียชีวิตครอบครัวผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุชุมนุมประท้วงรุนแรงในครั้งนี้รัฐบาลจะมีมาตรการเยียวยา รวมถึงจะรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ในขณะเดียวกันรัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงในการทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงขั้นรุนแรงจนนำไปสู่ผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมากโดยจะใช้เวลาภายใน 15 วัน ผลผลของการสรุปการสืบสวนสอบสวนในครั้งนี้จะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้ซ้ำสองในอนาคต

ด้านผู้จัดการชุมนุมประท้วง ซึ่งเรียกการชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ว่า การชุมนุมประท้วงโดยคนรุ่นใหม่เจนซี(Z) เปิดเผยว่าการประท้วงของประชาชนชาว Nepal ที่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นวงกว้างในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความไม่พอใจอย่างมาก ที่มองว่ารัฐบาลปัจจุบันขาดมาตรการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นในประเทศ และขาดมาตรการในการกระตุ้นโอกาสทางเศรษฐกิจ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 กันยายนผ่านมา รัฐบาลเนปาลประกาศปิดกั้นสื่อโซเชียลมีเดียชื่อดัง ได้แก่ Facebook, Instagram, WhatsApp, YouTube, X, Snapchat, Pinterest รวมถึง Tencent ของจีน เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ของรัฐบาลที่บังคับให้ต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแลภายในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ิมาตรการปิดกั้นดังกล่าวมีขึ้นเพื่อจัดการกับการสร้างบัญชีปลอม การเผยแพร่ข่าวปลอม สร้างความเกลียดชัง และการฉ้อโกงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยยืนยันว่าบริการจะกลับมาได้หากบริษัทต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม คนรุ่นใหม่วัยเจนซี (Z) ในเนปาล กลับมองว่าการกระทำของรัฐบาลเป็นการปิดกั้นเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะในสังคมที่ประชาชนใช้สื่อโซเชียลเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร แสดงออก และติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะในประเทศที่มีประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากถึง ร้อยละ 90 จากทั้งหมด 30 ล้านคน

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป บราซิล และออสเตรเลีย ต่างเริ่มออกมาตรการควบคุมโซเชียลมีเดียและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มากขึ้น โดยอ้างเหตุผลด้านการควบคุมข่าวปลอม ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความปลอดภัยทางออนไลน์ และความมั่นคงของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...