โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้นำ 'เกาหลีใต้-เวียดนาม' ให้คำมั่นกระชับสัมพันธ์แน่น ท่ามกลางการค้าโลกไม่แน่นอน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ส.ค. 2568 เวลา 00.39 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2568 เวลา 08.00 น.

เกาหลีใต้และเวียดนามให้คำมั่นที่จะร่วมมือกันทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์อย่างแน่นแฟ้นมากขึ้น ในงานประชุมสุดยอดผู้นำของทั้งสองประเทศในวันจันทร์ (11 ส.ค.) ในขณะที่ประเทศต่างๆ พยายามใช้ประโยชน์ทางธุรกิจเพื่อนำทาง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการค้าโลกที่ท้าทาย

สำนักงานประธานาธิบดีรายงานว่า อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพต้อนรับโต เลิม ผู้นำเวียดนามในฐานะแขกของรัฐคนแรก นับตั้งแต่นายอีได้ตำแหน่งในวันที่ 4 มิ.ย. และได้หารือสนับสนุนการค้าและการลงทุนในเวียดนาม

เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เป็นผู้นำคณะผู้แทนรัฐมนตรีอุตสาหกรรม การค้า ต่างประเทศ และเทคโนโลยี และสมาชิกอาวุโสของพรรคและรัฐสภาเดินทางเยือนเกาหลีใต้ 4 วัน

“ประเทศของเราตกลงกันว่าบริษัทเกาหลีประมาณ 10,000 แห่งที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนามจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามและให้ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองประเทศ” นายอีกล่าวปราศรัยทางโทรทัศน์

“ผมขอให้บริษัทของเรายังคงให้ความสนใจในกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงในเวียดนามต่อไป”

ขณะที่เลิมกล่าวว่าทั้งสองประเทศตกลงที่จะเปิดตลาดและขยายการค้าสู่มูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573 พร้อมเสริมว่าเวียดนามยินดีรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาคธุรกิจเกาหลีใต้ รวมถึงความร่วมมือทางเทคโนโลยีที่มากขึ้น

รอยเตอร์สรายงานว่า ทั้งสองประเทศมีกำหนดลงนามบันทึกความเข้าใจอย่างน้อย 10 ฉบับในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ และให้คำมั่นที่จะร่วมมือกันในหลายด้าน รวมถึงด้านพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียน นโยบายการเงินและการคลัง และด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานปธน.เกาหลีใต้เผยด้วยว่า ข้อตกลงอื่นๆ ยังครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงรถไฟความเร็วสูง

การเยือนที่เกิดขึ้นได้ยากของผู้นำเวียดนามครั้งนี้ คาดว่าจะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้บรรดาธุรกิจเกาหลีใต้เข้าไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และโครงการพลังงานนิวเคลียร์ที่วางแผนไว้ในเวียดนามได้

บริษัทขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้หลายแห่ง รวมถึง Samsung Electronics ได้ใช้เวียดนามเป็นศูนย์กลางของการส่งออก โดยได้รับประโยชน์จากต้นทุนแรงงานที่น้อยกว่า แรงจูงใจทางภาษีที่เอื้อเฟื้อ และข้อตกลงการค้าเสรีมากมายของฮานอยกับประเทศต่างๆ หลายสิบประเทศที่มีมานานหลายปี

แต่การดำเนินนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ที่กำหนดภาษีศุลกากรใหม่ครั้งใหญ่ต่อประเทศต่างๆ ในเอเชียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้นต่อพันธกรณีทางธุรกิจในอนาคต ซึ่งข้อมูลจากทางการของเวียดนามแสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวของการลงทุนใหม่

อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทเกาหลีใต้หลายแห่งที่เป็นนักลงทุนที่มีศักยภาพสำหรับโครงการพลังงานนิวเคลียร์ โครงการ LNG และโครงการรถไฟความเร็วสูงในเวียดนาม

ทั้งนี้ ทรัมป์เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเวียดนามในอัตรา 20% ขณะที่เกาหลีใต้ถูกเรียกเก็บ 15%

อ้างอิง: Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...