โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็น 8 ส่วน “พระอัฐิ” พระพุทธเจ้าไปอยู่ไหนบ้าง ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ก.ย 2568 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 07.29 น.
พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ภาพเขียนจากงานสลักหินที่ถ้ำอชันตา รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย (ภาพจาก หนังสือ The cave temples of India ของ James Fergusson)

เป็นที่รู้กันว่า หลังพิธีถวายพระเพลิงพุทธสรีระ มีการแบ่งสันปันส่วน “พระอัฐิ” หรือพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าเป็น 8 ส่วน ให้เหล่ากษัตริย์และพระญาติวงศ์นำไปสักการบูชายังแว่นแคว้นของตน เหตุการณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็นอย่างไร และพระธาตุของพระพุทธองค์ไปอยู่ไหนบ้าง ?

พระอัฐิ

ในคัมภีร์ พระปฐมสมโพธิกถาเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ณ สาลวโนทยาน ใกล้เมืองกุสินารา บรรดามัลลกษัตริย์ผู้ปกครองกุสินาราได้อัญเชิญพุทธสรีระไปประดิษฐานที่มกุฏพันธนเจดีย์ภายในเมือง เพื่อประชุมถวายพระเพลิงพุทธสรีระในวันอัฏฐมีบูชา (แรม 8 ค่ำ เดือน 6)

คัมภีร์ข้างต้นรจนาขึ้นในลังกาเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 สันนิษฐานว่าเผยแผ่เข้ามาในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศไทยราวพุทธศตวรรษที่ 18 ขณะที่พุทธศาสนาลังกาวงศ์รุ่งเรือง คัมภีร์ดั้งเดิมเป็นภาษาบาลี ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2367-2394) กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงพระนิพนธ์แปลเป็นไทย ทรงบรรยายเหตุการณ์ตอนถวายพระเพลิงพระบรมศพไว้ ดังนี้

“แลเตโชธาตุบันดาลติดพระเชิงตะกอนขึ้นเองด้วยอานุภาพแห่งเทพยดา ก็ฌาปนาการพระพุทธอสุภสรีกาย กับทั้งคู่ผ้าทั้งหลายอันหุ้มห่อแลพระหีบแลพระเชิงตะกอนทั่วทั้งสิ้น ยังคงเหลือแต่ผ้าคู่หนึ่งซึ่งห่อหุ้มพระสรีรกายชั้นในนั้นผืนหนึ่ง กับผ้าที่หุ้มภายนอกผ้าทั้งนั้นผืนหนึ่ง บมิได้ไหม้ด้วยเพลิง เพื่ออำนาจพระพุทธาธิษฐาน

กับทั้ง ‘พระเขี้ยวแก้ว’ ทั้ง 4 แล ‘พระรากขวัญ’ ทั้ง 2 กับ ‘พระอุณหิศ’ คือพระอัฐิเบื้องบนพระอุตมังคสิโรตม์ พระธาตุทั้ง 7 พระองค์นี้คงเป็นปรกติอยู่ บมิได้ภินทนาเรี่ยราย

แลพระสรีรธาตุทั้งหลายอันเศษนั้นก็แตกฉานภินทนาการเรี่ยราดทั้งสิ้น”

กล่าวคือ เมื่อถวายพระเพลิงเสร็จสิ้นแล้ว ได้ปรากฏพระบรมสารีริกธาตุจำนวนมาก มีลักษณะสัณฐานและพรรณแตกต่างกัน พระบรมสารีริกธาตุจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ

นวิปปกิณหาธาตุเป็นพระบรมสารีริกธาตุหรือพระสรีรธาตุที่ปรากฏอยู่เฉพาะส่วน ไม่แยกกระจัดกระจายไปร่วมกับพระธาตุส่วนอื่น มี 7 องค์ ได้แก่ พระทาฒธาตุ(พระเขี้ยวแก้ว) 4 องค์ พระรากขวัญ(กระดูกไหปลาร้า) 2 องค์ และพระอุณหิศ(กระหม่อม บ้างเรียกพระนลาฏหรือกระดูกหน้าผาก) 1 องค์

วิปปกิณหาธาตุ เป็นพระบรมสารีริกธาตุที่แยกกระจัดกระจายไป มี 3 ขนาด คือขนาดเล็กเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ขนาดกลางเท่าเมล็ดข้าวสารหัก และขนาดใหญ่ประมาณเมล็ดถั่วเขียวผ่าครึ่ง สัณฐานมี 3 ลักษณะ คือ เหมือนดอกมะลิตูม เหมือนแก้วมุกดา และเหมือนผงทองคำหรือผงอุไร

แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ

พุทธประวัติเล่าว่า นวิปปกิณหาธาตุ 7 องค์ ได้ไปประดิษฐานในที่ต่าง ๆ ดังนี้

  • พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนขวาพระรากขวัญเบื้องขวาพระอินทร์นำไปประดิษฐานที่ จุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
  • พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนซ้ายประดิษฐานที่สถูปเมืองกลิงคราษฎร์ (ปัจจุบันเชื่อว่าอยู่ที่วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี ประเทศศรีลังกา)
  • พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างขวา ประดิษฐานอยู่ที่เมืองคันธารราษฎร์
  • พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างซ้าย ประดิษฐานอยู่ที่นาคพิภพ
  • พระอุณหิศพระรากขวัญเบื้องซ้าย ประดิษฐานอยู่ใน ทุสเจดีย์ในพรหมโลก

แต่หนังสือ ตำราพระธาตุบอกว่า พระอุณหิศกับพระรากขวัญเบื้องขวาได้ประดิษฐานอยู่ที่อนุราธปุระ แคว้นสิงหล

ส่วนวิปปกิณหาธาตุที่กระจัดกระจายและมีจำนวนมากนั้น บรรดามัลลกษัตริย์ได้อัญเชิญกลับเข้ามายังนครกุสินารา ประดิษฐานเหนือบัลลังก์ภายใต้เศวตฉัตร แต่เมื่อข่าวพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานและถวายพระเพลิงแพร่ไปถึงแคว้นต่าง ๆ กษัตริย์และพราหมณ์ 7 ดินแดน ที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าอย่างแน่นแฟ้นต่างประสงค์จะได้พระบรมสารีริกธาตุมาสักการบูชา ได้แก่

พระเจ้าอชาตศัตรู แห่งกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ, กษัตริย์ลิจฉวี แห่งกรุงเวสาลี แคว้นวัชชี, กษัตริยศากยะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ, กษัตริย์ถูลิยะ แห่งแคว้นอัลลกัปปะ, กษัตริย์โกลิยะ แห่งแคว้นรามคาม, พราหมณ์แห่งแคว้นเวฏฐทีปกะ และ กษัตริย์มัลละแห่งนครปาวา

ปรากฏว่าฝ่ายมัลลกษัตริย์ปฏิเสธคำขอ กษัตริย์และพราหมณ์ทั้ง 7 ดินแดน จึงยกทัพมาประชิดนครกุสินารา เกือบจะเกิดสงครามชิงพระบรมสารีริกธาตุกันแล้ว แต่ได้พราหมณ์นาม “โทณะ” ซึ่งเป็นอาจารย์ของบรรดากษัตริย์ทั่วชมพูทวีป และเป็นที่เคารพนับถือของกษัตริย์และพราหมณ์ 7 ดินแดน มาช่วยห้ามปรามเหตุวิวาทดังกล่าว ทั้งอาสาเป็นผู้แบ่งพระอัฐิธาตุพระพุทธเจ้าออกเป็น 8 ส่วนเท่า ๆ สำหรับทุกฝ่าย

มีเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยว่า ระหว่างการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ บรรดากษัตริย์และพราหมณ์พากันเศร้าโศกรำลึกถึงพระพุทธเจ้า ไม่ได้เฝ้าสังเกตตอนโทณพราหมณ์ “ตวงพระธาตุ”พราหมณ์เฒ่าจึงลอบหยิบพระเขี้ยวแก้วเบื้องบนขวาซ่อนไว้ในผ้าโพกศีรษะ

เมื่อพระอินทร์ทรงทราบด้วยทิพยจักขุญาณ จึงเสด็จลงมาอัญเชิญพระธาตุไปประดิษฐานในสุวรรณโกศ บรรจุในพระจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ดังที่กล่าวไปตอนแรก พอเสร็จสิ้นภารกิจ โทณพราหมณ์ไม่พบพระธาตุที่ตนซุกซ่อน จึงขอเอาทะนานทองที่ใช้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุไปบรรจุสถูปไว้สักการบูชาแทน

ฝ่ายกษัตริย์โมริยะแห่งโมรีนครซึ่งทราบข่าวปรินิพพานภายหลัง และขอพระบรมสารีริกธาตุบ้าง ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เลยได้เพียงพุทธสรีรางคารที่เป็นเถ้าถ่านจากการถวายพระเพลิงไปสักการะ จึงเป็นอันว่ากษัตริย์และพราหมณ์ได้พระบรมสารีริกธาตุไปก่อพระสถูปบรรจุตามสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่

  • พระสถูปกรุงราชคฤห์แคว้นมคธ ส่วนแบ่งของพระเจ้าอชาตศัตรู
  • พระสถูปกรุงเวสาลีแคว้นวัชชี ส่วนแบ่งของกษัตริย์ลิจฉวี
  • พระสถูปกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ส่วนแบ่งของกษัตริย์ศากยะ
  • พระสถูปแคว้นอัลลกัปปะส่วนแบ่งของกษัตริย์ถูลิยะ
  • พระสถูปแคว้นรามคามส่วนแบ่งของกษัตริย์โกลิยะ
  • พระสถูปแคว้นเวฏฐทีปกะส่วนแบ่งของเวฏฐทีปกพราหมณ์
  • พระสถูปนครปาวา ส่วนแบ่งของกษัตริย์มัลละ
  • พระสถูปนครกุสินาราส่วนแบ่งของกษัตริย์มัลละ

รวมถึงพระสถูปที่สร้างขึ้นโดยเกี่ยวเนื่องกับการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ 2 แห่ง คือ พระสถูปโมรีนคร บรรจุพุทธสรีรางคาร และพระสถูปบรรจุทะนานทองที่นครกุสินารานั่นเอง

สถูปทั้ง 8 แห่งนับเป็นเจดียสถานซึ่งสร้างบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเป็นครั้งแรกในพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน เพราะล้วนเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง มิใช่ดินแดน “เหนือโลก” เหนือการรับรู้ของมนุษย์ทั่วไปอย่างสวรรค์ นาคพิภพ หรือพรหมโลก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กรมศิลปากร. (2559). พระบรมสารีริกธาตุ. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม.

พุทธรักษา. การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ. มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552. จาก https://www.dhammahome.com/webboard/topic11263.html

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็น 8 ส่วน “พระอัฐิ” พระพุทธเจ้าไปอยู่ไหนบ้าง ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...