โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไซมิส เปิด “มนต์เสน่ห์ ราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า” เฟส 2 จับตลาดลูกค้ากำลังซื้อสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ส.ค. 2568 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 04.13 น.

ตลาดบ้านหรูเติบโตต่อเนื่อง ไซมิส แอสเสท ลงทุน “มนต์เสน่ห์” พูลวิลล่าหรูใกล้สวนเฟส 2 จับมือ “ไนท์แฟรงค์” เจาะตลาดลูกค้ากำลังซื้อสูง มีอิสระทางการเงิน ตอบโจทย์เป้าหมาย ‘ซื้อเพื่ออยู่ ลงทุนเพื่ออนาคต’

ในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวและอุปสงค์ที่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลาง-ล่าง แต่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีกลับสวนทางและเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลูกค้าตลาดบน (High-net-worth) เป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงินและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ, อัตราดอกเบี้ย, หรือหนี้ครัวเรือนน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ ทำให้พวกเขายังคงมีศักยภาพในการซื้อสูง

ขณะเดียวกันก็ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาวและให้ผลตอบแทนที่ดีในรูปแบบค่าเช่า ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุนโดยเฉพาะในทำเลศักยภาพที่มีการเติบโต

ไซมิส แอสเสท รันต่อโปรเจกต์ “มนต์เสน่ห์” เปิด Monsane Exclusive Villa ราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า เฟส 2”

บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยังคงให้ความสำคัญกับตลาด อสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี โดยล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ Monsane Exclusive Villa ราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า เฟส 2 ซึ่งเป็นพูลวิลล่าหรูสไตล์ยูโรเปียน คลาสสิก ที่ ไซมิสวางโพชิชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม High Income Independence ที่มองหาทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนในอนาคตโดยเฉพาะ

โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การยกระดับแบรนด์แนวราบภายใต้ชื่อ “มนต์เสน่ห์” ให้เป็นลักชัวรีแบรนด์ของคนไทยที่เน้นคุณค่าเหนือกาลเวลา

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง 2568 ว่ายังคงมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ โดยเฉพาะนโยบายภาษีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์มีความระมัดระวังในการตัดสินใจมากขึ้น

และไม่ได้พิจารณาแค่โครงการที่สวยหรือทำเลดีอีกต่อไป แต่จะมองถึงมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว, ความยั่งยืนของโครงการ, และความคุ้มค่าทางภาษี ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าใจในมิติใหม่นี้และสามารถออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริงจะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ด้วยเหตุนี้ ไซมิส แอสเสท จึงมุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์ “มนต์เสน่ห์” ให้เป็นลักชัวรีแบรนด์ที่มอบ “ประสบการณ์ของการใช้ชีวิต” โดยให้ความสำคัญกับดีไซน์, ฟังก์ชันการอยู่อาศัย, และทำเลที่ผสานธรรมชาติเข้ากับความสะดวกสบาย สำหรับพูลวิลล่าเฟสใหม่นี้ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ เป็นบ้านแปลงมุมทุกหลังบนที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.วา และใกล้ชิดธรรมชาติ

ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่, นักธุรกิจ, และชาวต่างชาติที่ต้องการบ้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนรีสอร์ตส่วนตัว นอกจากนี้ยังเป็น Investment-Grade Asset ที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสินทรัพย์ที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาว

นายขจรศิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการของไซมิส แอสเสท ทุกแห่งมีเอกลักษณ์และสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยในระดับบน โดยแบรนด์ “มนต์เสน่ห์” คือการสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยระดับลักชัวรี ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามเหนือกาลเวลา และผสานนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย ภายใต้แนวคิด Luxury Living with Wellness Integration ซึ่งประกอบด้วย:

  • Air of Life: ระบบฟอกอากาศที่ควบคุมคุณภาพอากาศให้สะอาด ปลอดจากฝุ่น PM2.5
    • Solar Solution: ระบบโซลาร์เซลล์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว
    • ประตูและหน้าต่างจาก TOSTEM: ให้ความแข็งแรง ทนทาน และป้องกันเสียงจากภายนอก
    • EV Charger: รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การใช้รถยนต์ในกลุ่มไฮเอนด์

ตลาดลงทุนบ้านหรูยังเซ็กซี่ ผลตอบแทนสูง

ในส่วนของโอกาสการลงทุน นายขจรศิษฐ์มองว่า ตลาดบ้านแนวราบราคาสูงยังมีอีกมาก เนื่องจากราคาที่ดินในเมืองและแนวเมืองขยายมีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพอย่างราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า ซึ่งมีอุปทานจำกัดและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง โครงการ Monsane Exclusive Villa จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ซื้อในช่วงเวลานี้ที่สามารถจับจังหวะการเข้าซื้อได้ในราคาต้นทุนเดิมก่อนที่ต้นทุนจะปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ แฟรงค์ ข่าน หุ้นส่วน - หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงภาพรวมตลาดบ้านหรูว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะมีความท้าทาย แต่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรูกลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้นจาก 12,349 ยูนิตในปี 2562 เป็น 37,775 ยูนิต ในเดือนเมษายน 2568 ซึ่งกลุ่มผู้ซื้อสินทรัพย์สูงยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยมองหาที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตระยะยาว

การกระจายตัวของอุปทานบ้านหรูในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่า พื้นที่ที่มีอุปทานสูงสุดคือกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก (26%) ตามมาด้วยปริมณฑลฝั่งตะวันตก (21%) และกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก (20%) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในโซนตะวันตกของเมือง โดยเฉพาะทำเล “ราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า” ที่เป็นทำเลศักยภาพสูง ขณะที่อุปทานใหม่ในทำเลนี้ยังมีจำกัด ซึ่งทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนสูงและมีความเสี่ยงจากสต็อกคงค้างต่ำกว่าตลาดโดยรวม

จากการวิเคราะห์ตามช่วงราคา พบว่าความต้องการกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคา 10–30 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วง 10–20 ล้านบาท มียอดขายสูงสุด ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของผู้ซื้อที่มองหาสินค้ามูลค่าคุ้มค่าระดับ mid-luxury ส่วนในอนาคต ผู้พัฒนาโครงการควรเน้นการสร้างความแตกต่างของสินค้าและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับตลาด

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...