โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังโมเดลธุรกิจ ‘ซับสคริปชัน’ หรือ ‘จ่ายเป็นงวด’ ตัวช่วยดันยอดขาย Coway โตทุกปีไม่เคยติดลบ

THE STANDARD

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 11.28 น. • thestandard.co
เบื้องหลังโมเดลธุรกิจ ‘ซับสคริปชัน’ หรือ ‘จ่ายเป็นงวด’ ตัวช่วยดันยอดขาย Coway โตทุกปีไม่เคยติดลบ

โมเดลการสร้างรายได้แบบ ‘ซับสคริปชัน’ (subscription) หรือการสมัครสมาชิกรายเดือน กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ธุรกิจที่มาแรงในยุคนี้ ด้วยรูปแบบการสร้างรายได้ต่อเนื่องเป็นรอบเดือนหรือรายปี ไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทมีรายได้ที่มั่นคงหรือคาดการณ์ได้ แต่ยังเปิดโอกาสให้สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ได้รับความสะดวกและความคุ้มค่า ทำให้หลายๆธุรกิจ เริ่มตั้งแต่ สตรีมมิ่ง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นำโมเดลนี้มาใช้สร้างรายได้กันมากขึ้น

เช่นเดียวกับ Coway บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกรองน้ำ-เครื่องฟอกอากาศรายใหญ่ สัญชาติเกาหลีใต้ ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1989 ภายใต้กลุ่ม Woongjin ก็ได้นำโมเดลซับสคริปชันเข้ามาช่วยสร้างรายได้ ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเกาหลีใต้ ด้วยสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์กว่า 60% และได้ขยายธุรกิจเข้าไปในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยก็ถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้หลักให้กับบริษัท

คิรยง ชอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โคเวย์ ประเทศไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนในระหว่างการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าที่สำนักงานใหญ่ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ Coway เติบโตต่อเนื่อง มาจากจุดแข็งของศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ภายใต้ชื่อ Coway Research and Development Center อยู่บนพื้นที่กว่า 4,165 ตารางเมตร

ในศูนย์วิจัยมีทีมประมาณ 300 คน ครอบคลุมงานวิจัยตั้งแต่เทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการทดสอบคุณภาพที่เข้มงวด จากนักวิจัยด้านคุณภาพน้ำที่มีมากกว่า 50 คน โดยทุกๆ ทีมมีหน้าที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

และอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการทำธุรกิจในรูปแบบซับสคริปชัน หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘จ่ายเงินเป็นงวด’ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 1998 จนกลายเป็นโมเดลที่ทำให้ผู้บริโภคที่ไม่มีเงินก้อน เข้าถึงสินค้าได้ง่าย ทำให้ปัจจุบัน Coway มีบัญชีผู้เช่าสินค้าทั่วโลกกว่า 10 ล้านราย แบ่งเป็นในเกาหลี 6.55 ล้านราย และในต่างประเทศ 3.45 ล้านราย เรียกว่าเป็นการสร้างรายได้แบบต่อเนื่องให้กับบริษัท

และภายใต้โมเดลนี้ ยังมีทีมเอาไว้เซอร์วิสลูกค้า ภายใต้ชื่อ โคดี้ (Cody) มีหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลด้านการบำรุงรักษาเครื่องให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน Coway ไม่ได้มีแค่เครื่องกรองน้ำ แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายรายการ เช่น เครื่องกรองอากาศ, เก้าอี้นวด, เครื่องนอน และเครื่องปรับอากาศที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ เรียกได้ว่าตลาดไหนที่ยังมีช่องว่างในการทำตลาดก็พร้อมจะเข้าไปหาโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ

“จากความเคลื่อนไหวทั้งหมด ทำให้ Coway ที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 40 ปี สามารถสร้างการเติบโตทุกปี โดยไม่เคยมีตัวเลขติดลบเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายต่างๆ รอบด้าน และยังสะท้อนให้เห็นอีกว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด” คิรยง ย้ำ

คิรยงให้ข้อมูลต่อไปว่า นอกจากตลาดเกาหลีที่เป็นน่านน้ำหลักในการสร้างรายได้แล้ว Coway ยังขยายโมเดลธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น อเมริกา, ยุโรป และในเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ญี่ปุ่น, จีน, มาเลเซีย และไทย

โดยตลาดที่สร้างยอดขายอันดับต้นๆ คือ มาเลเซีย โดย Coway ได้นำเครื่องกรองน้ำที่ได้รับรองมาตรฐานฮาลาล (Halal) และโมเดลการขายแบบซับสคริปชัน เข้าไปในมาเลเซียครั้งแรกในปี 2007 พร้อมทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง

แม้ประชากรในมาเลเซียจะไม่ได้มีจำนวนมาก แต่เป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือมุสลิม การที่สินค้ามีเครื่องหมายฮาลาลก็ได้รับตอบรับค่อนข้างดี บวกกับประชากรยังให้ความสำคัญกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ

รวมถึงประเทศไทย ในช่วงระหว่างปี 2023 และปี 2024 ตลาดเครื่องกรองน้ำในไทยขยายตัวขึ้นถึง 24% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการทำโมเดลธุรกิจแบบซับสคริปชัน โดย Coway ได้เริ่มนำโมเดลนี้มาใช้ตั้งแต่ปี 2020 ยอดขายเติบโตเฉลี่ยปีละ 30-50% โดยเฉพาะในไตรมาสแรกของปี 2025 ยอดขายเติบโตถึง 50%

สัญญาณบวกของยอดขายนั้น เป็นเพราะบริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสาร ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจมากขึ้นว่า การซื้อสินค้าแบบซับสคริปชันคืออะไร รวมไปถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญในการบริโภคน้ำกันมากขึ้น

ซีอีโอโคเวย์ ประเทศไทย ย้ำว่า ยังมองเห็นศักยภาพตลาดประเทศไทยว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่ามาเลเซียหลายเท่า และล่าสุด บริษัทเตรียมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่ ‘เครื่องปรับอากาศ’ พร้อมเสริมบริการหลังการขายแบบครบวงจร รวมถึงการเปิดพื้นที่ทดลองสินค้า ให้ได้สัมผัสประสบการณ์จริงก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งมั่นใจว่าอนาคต Coway ในประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นมาเติบโตใกล้เคียงกับประเทศมาเลเซียได้แน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...