โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พาวเวล” ชี้ราคา “หุ้นสหรัฐ” อยู่ในระดับสูง ย้ำเฟดเผชิญความเสี่ยงทั้งเงินเฟ้อ–ตลาดแรงงาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 03.27 น.

"พาวเวล" ยอมรับราคาสินทรัพย์รวมถึงหุ้นพุ่งสูง ขณะนโยบายการเงินยังต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงเงินเฟ้อขาขึ้นกับการจ้างงานที่อ่อนแรงลง นักลงทุนคาดเฟดอาจลดดอกเบี้ยต่อในการประชุม ต.ค.-ธ.ค.68

วันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 01.30 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวที่เมืองพรอวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์ว่า ราคาสินทรัพย์รวมถึงหุ้นอยู่ในระดับสูง โดยระบุว่าเฟดติดตามเงื่อนไขทางการเงินโดยรวม และประเมินว่านโยบายที่ใช้อยู่ส่งผลตามเป้าหมายหรือไม่ พร้อมยอมรับว่าหากวัดตามตัวชี้วัดหลายด้าน ราคาหุ้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงทีเดียว

ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความเชื่อมั่นว่า FOMC จะปรับลดดอกเบี้ย โดยหลังการลดดอกเบี้ย 0.25% เมื่อสัปดาห์ก่อน ดัชนีหุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีหลังพาวเวลแสดงความเห็นว่าราคาหุ้นอยู่ในระดับสูง ตลาดหุ้นก็ปรับตัวลง

พาวเวลกล่าวว่านโยบายการเงินยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย โดยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อโน้มเอียงขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงด้านการจ้างงานโน้มเอียงลง

“นี่คือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่มีเส้นทางใดที่ปราศจากความเสี่ยง” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่ 4.00–4.25% ยังเพียงพอที่จะกดดันเงินเฟ้อ แต่ก็เปิดโอกาสให้เฟดสามารถตอบสนองต่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจได้ โดยนโยบายไม่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

ความเห็นของพาวเวลเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงแตกในเฟดเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย มิเชล โบว์แมน (Michelle Bowman) รองประธานเฟดด้านการกำกับดูแล เรียกร้องให้เฟดเร่งปรับลดดอกเบี้ยเพื่อปกป้องตลาดแรงงานที่เริ่มส่งสัญญาณเปราะบาง โดยชี้ว่าการลดดอกเบี้ยเชิงรุกจะช่วยพยุงการจ้างงานได้ดีกว่าการแก้ไขภายหลังหากตลาดแรงงานทรุดตัว ขณะที่ ออสตัน กูลส์บี (Austan Goolsbee) ประธานเฟดสาขาชิคาโก เตือนว่าการลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจเสี่ยงทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงอีกครั้ง เนื่องจากยังอยู่เหนือเป้าหมายราว 1% และผลกระทบจากมาตรการภาษียังไม่ชัดเจน

เฟดจะประชุมครั้งต่อไปวันที่ 28–29 ตุลาคม โดยตลาดคาดว่ามีโอกาสสูงที่เฟดจะลดดอกเบี้ยอีกครั้ง และอาจลดต่อในเดือนธันวาคม ตามแนวโน้มที่เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณไว้

พาวเวลกล่าวเพิ่มเติมว่า หากเฟดลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป อาจทำให้การควบคุมเงินเฟ้อไม่สำเร็จและต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยภายหลัง แต่หากคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานเกินไป อาจทำให้ตลาดแรงงานอ่อนแรงโดยไม่จำเป็น ปัจจุบันการจ้างงานใหม่เฉลี่ยเพียง 25,000 ตำแหน่งในรอบ 3 เดือน ต่ำกว่าระดับที่รักษาอัตราว่างงานให้คงที่ ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงพอสมควร โดยได้รับแรงกดดันจากมาตรการภาษีของรัฐบาล แม้ผลกระทบจะค่อย ๆ คลายตัว แต่เฟดยังต้องมั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อเรื้อรัง

นอกจากนี้พาวเวลยังยอมรับว่าเฟดเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักจากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้เฟดลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามปลดผู้ว่าการเฟดบางรายและตั้งคำถามต่อมาตรการฉุกเฉินที่เฟดเคยใช้ในช่วงโควิดและวิกฤตการเงินปี 2007–2009 พาวเวลย้ำว่ามาตรการเหล่านั้นช่วยหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่เลวร้ายกว่าสำหรับเศรษฐกิจ และแม้จะผ่านวิกฤตสองครั้งใหญ่ เศรษฐกิจสหรัฐก็ยังทำผลงานได้ดีกว่าหลายประเทศพัฒนาแล้ว

เขาสรุปว่า “ผู้ที่ทำงานรับใช้สาธารณะในเวลานี้ต้องโฟกัสกับภารกิจสำคัญอย่างเต็มที่ ท่ามกลางกระแสลมแรงและสภาวะที่ผันผวน”

อ้างอิง : reuters.com, cnbc.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...