โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนเตรียมขนอาวุธโชว์แสนยานุภาพพาเหรดกองทัพ ฉลอง 80 ปี วันแห่งชัยชนะ เรารู้อะไรบ้าง?

THE STANDARD

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 13.31 น. • thestandard.co
จีนเตรียมขนอาวุธโชว์แสนยานุภาพพาเหรดกองทัพ ฉลอง 80 ปี วันแห่งชัยชนะ เรารู้อะไรบ้าง?

จีนเตรียมแสดงแสนยานุภาพทางทหารและความเป็นมหาอำนาจโลกของตนเอง ผ่านพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ชัยชนะเหนือญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือที่ชาวจีนเรียกว่า ‘สงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น’ ที่จะจัดขึ้นในกรุงปักกิ่ง วันพรุ่งนี้ (3 กันยายน)

ไฮไลต์ของงานนี้ คือขบวนพาเหรดทางทหารอันยิ่งใหญ่ ที่จีนจะขนกำลังทหารหลายพันนายร่วมเดินสวนสนาม พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยที่นำมาจัดแสดง ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเป็นผู้ตรวจแถว ท่ามกลางผู้นำและประมุขแห่งรัฐจาก 25 ประเทศ รวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย, คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พลเอกอาวุโสมินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ และมีผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมชมขบวนพาเหรดกว่า 5 หมื่นคน

งานนี้สำหรับสี เป็นมากกว่าแค่พิธีฉลองวันแห่งชัยชนะ แต่ยังเป็นอีเวนต์สำคัญในรอบปีที่สะท้อนชัยชนะทางการทูตของจีน โดยจัดขึ้นต่อเนื่องจากงานประชุมสุดยอดผู้นำองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO Summit 2025 ที่นครเทียนจิน ซึ่งมีผู้นำโลกเข้าร่วมกว่า 20 คน

ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ และรัฐบาลตะวันตกอื่นๆ ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมชมขบวนพาเหรด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปรากฏตัวของปูติน จึงทำให้งานนี้ไม่ต่างอะไรจากการรวมตัวกันของผู้นำโลกที่ส่วนใหญ่มีแนวคิดต่อต้านตะวันตก

และนี่คือรายละเอียดที่เรารู้เกี่ยวกับงานนี้

ใครเข้าร่วมบ้าง?

นอกจากรัสเซีย เกาหลีเหนือ และเมียนมาแล้ว ยังมีผู้นำอิหร่าน มองโกเลีย ซิมบับเว และหลายประเทศในเอเชียกลาง ส่วนผู้นำชาติตะวันตก มีเพียง 2 ประเทศคือเซอร์เบียและสโลวาเกีย

ขณะที่ผู้นำชาติอาเซียนอื่นๆ อาทิ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย, ทองลุน สีสุลิดประธานาธิบดี สปป.ลาว ที่ได้รับเชิญไปร่วมงานด้วย

ส่วนอินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรีปราโบโว ซูเบียนโต ตัดสินใจยกเลิกทริปเยือนจีนภายหลังเกิดเหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ ในขณะที่กัมพูชา มีพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชาที่เสด็จไปร่วมชมขบวนพาเหรดและอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยหลากหลายชนิดของจีน

จีนเตรียมโชว์อะไรบ้าง?

ทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชน (People’s Liberation Army: PLA) จำนวนหลายพันนาย จะร่วมเดินสวนสนามผ่านจัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันพรุ่งนี้ และคาดว่าจะกินเวลานานประมาณ 70 นาที

รัฐบาลจีนเผยว่า นอกจากกำลังพลแล้วขบวนพาเหรดนี้จะมีเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินกองทัพมากกว่า 100 ลำ รถถัง รถหุ้มเกราะและอาวุธภาคพื้นดินอีกหลายร้อยชิ้น ตลอดจนระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ HQ-19, HQ-26 และ HQ-29 ซึ่งทั้งหมดผลิตในประเทศและพร้อมใช้ในการรบ

พลตรี หวู่ ซีเคอ รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดการขบวนพาเหรด ระบุว่า อาวุธยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ที่นำมาแสดง สะท้อนถึงภารกิจด้านข้อมูลและข่าวกรองในระดับสูง และเน้นย้ำถึงศักยภาพของกองทัพในการปรับตัวให้เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและรูปแบบการรบที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อเอาชนะความขัดแย้งในอนาคต”

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทางทหารยังจับตาดูขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ของจีน ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่ๆ

ชินจิ ยามากูจิ นักวิจัยอาวุโสประจำแผนกจีนศึกษา สถาบันแห่งชาติเพื่อการศึกษาด้านการป้องกันประเทศของรัฐบาลญี่ปุ่น (Japanese government’s National Institute for Defense Studies) ชี้ว่า ขีปนาวุธดังกล่าวของจีนถือเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อเรือรบสหรัฐฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ยามากูจิคาดการณ์ว่า จีนจะนำโดรนไร้คนขับ และโดรนทางทะเล มาแสดงในขบวนพาเหรดทางทหารครั้งนี้ด้วย เนื่องจากโดรนถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการรบสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่สงครามในยูเครน

นอกจากนี้ ยังมีจับตามองเครื่องบินขับไล่ของจีนว่า น่าจะได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน หลังจากที่ในเหตุขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานเมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐบาลปากีสถานระบุว่าได้ใช้เครื่องบิน J-10C ที่ผลิตโดยจีน ในการยิงเครื่องบินขับไล่ Rafale ของอินเดียตก

โดยนักวิเคราะห์ยังชี้ว่า ขบวนพาเหรดทางทหารในวันพรุ่งนี้ จะถูกจับตามองจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นการส่งสัญญาณของจีนในการยกระดับกำลังทหาร และอาจเป็นนัยยะพิเศษที่โยงไปถึงการโจมตีไต้หวัน

จีนเตรียมพร้อมอะไรบ้าง?

การจัดแสดงขบวนพาเหรดทางทหารในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของจีนนับตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งยังได้เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้การนำของสี จิ้นผิง

โดยกรุงปักกิ่ง มีการคุมเข้มมาตรการความปลอดภัยในระดับสูง ช่วงหลายสัปดาห์ก่อนพิธี ขณะที่มีการฝึกซ้อมขบวนพาเหรดทางทหารในช่วงกลางดึกระหว่างสัปดาห์ โดยเป็นการฝึกซ้อมอย่างลับๆ

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเครื่องสแกน รักษาความปลอดภัยที่ทางเข้าอาคารสำนักงานบางแห่ง และห้ามการบินโดรนทุกชนิด ขณะที่ทางการได้ติดตามตรวจสอบหรือไปพบนักข่าวต่างประเทศบางคนถึงที่พัก อีกทั้งยังมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำการตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณทางขึ้นสะพานลอยและสะพานต่างๆ เพื่อป้องกันการประท้วง ซึ่งบางคนสวมเครื่องแบบทหาร

พาเหรดวันแห่งชัยชนะสำคัญอย่างไร?

ขบวนพาเหรดทางทหาร นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความแข็งแกร่งของจีนและอิทธิพลของสีในฐานะผู้นำโลก แต่ยังเป็นการส่งข้อความที่สำคัญต่อประชาชนภายในประเทศจีนที่ชัดเจน นั่นคือ ความภาคภูมิใจและความรักชาติ

โดยมรดกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวระหว่างญี่ปุ่นและจีน ซึ่งคาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิต ทั้งทางทหารและพลเรือนราว 20 ถึง 35 ล้านคน ในระหว่างที่ญี่ปุ่นรุกรานและยึดครองจีนเป็นเวลา 14 ปี ซึ่งจีนเรียกว่าสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น

ขณะที่ ทอมป์สัน (Thompson) อดีตผู้อำนวยการด้านจีน ไต้หวัน และมองโกเลีย ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มองว่า “ขบวนพาเหรดนี้มุ่งเป้าไปที่ประชาชนชาวจีนเช่นเดียวกับศัตรูต่างชาติ”

“มันเป็นการปลุกปั่นความรู้สึกต่อต้านญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มความชอบธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์ในสายตาของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประชาชนชาวจีนกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว”

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ออกฉายในจีน ถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้กับการรุกรานของญี่ปุ่น ซึ่งบางเรื่องทำรายได้ถล่มทลาย โดยสื่อทางการจีนยังมีการเผยแพร่รายงาน ที่ระบุจุดมุ่งหมายเพื่อ “ส่งเสริมมุมมองที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2”

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ มีการเรียกร้องให้หลายประเทศยุโรปและเอเชีย งดเข้าร่วมขบวนพาเหรดครั้งนี้ ส่งผลให้จีนยื่นข้อร้องเรียนทางการทูตเพื่อเป็นการประท้วง

ภาพ: Kevin Frayer/Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...