“ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่ง…” อะไรก็ไม่น่าเศร้าเท่าผู้หญิงด้อยค่ากันเอง เมื่อผู้หญิงหลายคนทำคลิปฯ TikTok ‘บูลลี่’ ผู้หญิงที่ตัวเองไม่ชอบด้วยเรื่อง ‘รูปลักษณ์’ จนทำให้หลายคนรู้สึกโดนเหมารวม และกลายเป็นการส่งต่ออคติว่า “ผู้หญิงแบบไหนไม่สวย ไม่เริ่ด” ไปโดยปริยาย?
แม้เราจะอยู่ในยุคที่แนวคิด ‘เพื่อนหญิงพลังหญิง’ เบ่งบานมากขึ้นทุกวัน ผู้หญิงรวมตัวเพื่อช่วยเหลือกัน ซัพพอร์ตกัน ชื่นชมกันมากพอสมควร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ แต่ดูเหมือนว่าในหลายสถานการณ์ เมื่อเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการออกเดต ความเป็นเพื่อนหญิงพลังหญิงของบางคนก็อาจถูกสั่นคลอนด้วยความเกลียดชังกันเองขึ้นมา โดยเฉพาะหากผู้หญิงสักคนกลายเป็นแฟนสาวคนใหม่ คนคุยใหม่ หรือคนในความสัมพันธ์โรแมนติกกับ ‘คนเก่าๆ’ ของตัวเอง เสมือนว่านี่เป็นข้อยกเว้นในการเกลียดใครสักคนไปเลย ก็ฉันไม่ชอบขี้หน้า ‘อีนั่น’ ขอบูลลี่ และเหยียดมันสุดๆ แล้วกัน
ตอนนี้บน TikTok มีคนเล่นคอนเทนต์ “ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่ง…” กันอยู่เต็มไปหมด ที่ดูเหมือนสัดส่วนส่วนมากจะเป็นผู้หญิงที่เข้าร่วมเทรนด์ ซึ่งคอนเทนต์นี้ได้กลายเป็นพื้นที่เอาไว้เพื่อ ‘ข่ม’ อีกฝ่าย ทว่ากลับมีหลายคนบอกว่าผ่านมาเห็นแล้วแอบสะดุ้ง! เพราะมันเหมือนคอนเทนต์ที่ดูจะ ‘เสรีบูลลี่’ ไม่ใช่น้อย เช่น ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่งไม่สวย / ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่งผมบาง (บางคนหยิบยกคำพูดเกี่ยวกับโรคขึ้นมาเติมด้วย) / ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่งหัวล้าน / ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่งผมสีสนิม (ผมที่ย้อมมานานแล้วเฟด) / ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่งดั้งแหมบ / ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่งอ้วน / ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่งหน้าตลก / ไม่แข่งด้วยหรอก คู่แข่งต่ำเกิน ฯลฯ จะเห็นได้ว่าคำพูดส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปถึงการล้อเลียน ‘รูปลักษณ์’ อีกฝ่าย แต่เมื่อลักษณะคอนเทนต์มันดูเป็นการ ‘ด่าลอยๆ’ แบบที่ ‘ด่าใครก็ไม่รู้’ ก็ทำให้มีคนจำนวนหนึ่งเลยทีเดียวที่รู้สึกว่าเหมือนโดนด่าไปด้วย เพราะคำพูดเหล่านั้นดูเป็นการเอาปมบางอย่างมาพูดในเชิงขบขันเอาสะใจ ไม่ใช่การด่าพฤติกรรมอะไรที่คู่กรณีทำ ‘ผิด’ ซึ่งก็ยิ่งทำให้ผู้คนมองว่า บางคนอาจกำลังใช้คอนเทนต์นี้เป็นเครื่องมือการบูลลี่คนอื่นโดยหงายการ์ด “ไม่ได้ด่าเธอ อย่าร้อนตัว” หรือ “แยกแยะเอาเอง” ขึ้นมาได้ง่ายๆ และน่าคิดเหมือนกันว่า ถ้ามีคนจำนวนมาก normalize การด่าด้วยการบูลลี่รูปลักษณ์แบบนี้ นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดพฤติกรรมการบูลลี่ที่ไม่จบไม่สิ้น วนลูปไปแบบนี้เรื่อยๆ แม้จะมีผู้คนรณรงค์กันเรื่องนี้อยู่แทบทุกปี
ไม่อาจปฏิเสธว่า คนที่เล่นคอนเทนต์นี้ คงมีคนที่ต้องการจะด่าคู่กรณีของตัวเองที่เราไม่ชอบหน้าอยู่จริงๆ และจริงๆ ความเกลียดก็ถือเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ เราคงไม่ห้ามอะไรถ้าคุณจะไปเกลียดใคร แต่หากลองถอยออกมาสักก้าว วางความเกลียดชังลงสักแป๊บ เราอาจจะต้องมาทบทวนกันใหม่ว่า เราเกลียดคนใหม่ของคนรักเก่าเราเพราะอะไรกันแน่? ถ้าเกลียดเพราะเขามาทำไม่ดีกับเรา อันนั้นก็ดูจะมีเหตุผล แต่ถึงอย่างนั้น การโจมตีอีกฝ่ายด้วยแรงแค้นก็ยังควรจะมีขอบเขตที่น่าคำนึงถึงเสมอ เช่น เรื่องของกฎหมาย และความเป็น ‘มนุษย์’ ที่ควรจะยังมีอยู่ ขณะเดียวกันถ้าเกลียดโดยที่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย ลึกๆ แปลว่าเรากำลังไม่มูฟออนจากคนเก่าแล้วพาลใส่คนใหม่ของเขาอยู่หรือเปล่า? และหากเราลงมือทำร้ายอีกฝ่ายอย่างไม่มีเหตุผล ก็นับเป็นความร้ายแรงที่ไม่อาจมองได้อย่างชอบธรรมว่า “ก็ฉันไม่ชอบ ฉันมีสิทธิ์ทำร้ายอีนั่น” เพราะแท้จริงแล้ว ไม่มีใครมีสิทธิ์นั้นเลย
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร บนแพลตฟอร์มที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายๆ อย่าง TikTok มันเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่คำพูดแรงๆ นั้นอาจไปกระทบจิตใจคนอื่น ยิ่งถ้าเรา ‘ด่า’ โดยเลือกคำที่สร้างอคติเหมารวมว่าคนที่มีลักษณะ รูปร่าง รูปลักษณ์แบบใดแบบหนึ่ง หมายถึง ไม่ดี ไม่สวย ไม่มีคุณค่า จนกลายเป็นลดความมั่นใจคนอื่นๆ ไปในตัว แน่นอนว่า มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับคอนเทนต์นี้มากมาย รวมถึงมีคนที่ตรงกับสิ่งที่คนด่าแต่ไม่คิดอะไรมากก็ชิงล้อตัวเองผ่านคอนเทนต์ไปเลยว่า ฉันก็ไม่ได้ดี ไม่แข่งด้วยหรอกจ้า และก็มีบางส่วนที่ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับคอนเทนต์นี้แล้วเลือกออกมาพูดถึงปัญหาของการด่าเหมารวม แต่ก็จะเจอคนตอบกลับแบบๆ เดียวกันนั่นคือ เขาไม่ได้ด่าเรา ก็ไม่ต้องรับไหม? ซึ่งความเห็นชาวเน็ตในฝั่งที่ไม่เห็นด้วย ก็จะมองว่า แม้จะพูดว่ามีคนที่ด่าเจาะจงอยู่แล้ว แต่นี่ก็ยังนับเป็นการกดผู้หญิงด้วยกันเอง ด้อยค่าผู้หญิงด้วยกันเอง แถมยังเป็นการตอกย้ำถึงบิวตี้สแตนดาร์ดที่เข้มข้นอยู่แล้ว ให้เข้มข้นมากขึ้นไปกลายๆ อีกว่า ผู้หญิงควรจะเป็นแบบไหน ถึงจะไม่ถูกบูลลี่ ถึงจะเริ่ด ไม่ว่าจะต้องขาว เอวเล็ก ผมหนา มีสีผมแบบไหน จมูกโด่ง ต้องมีลุคที่คนมองว่าดูแพง ฯลฯ
ท้ายที่สุด แม้จะจั่วหัวมาว่า “ไม่แข่งด้วยหรอก” แต่การโต้ตอบอีกฝ่ายด้วยการยกความดีความชอบของตัวเองขึ้นมา แล้วกดคนอื่นให้ต่ำลง มันก็อาจก้ำๆ กึ่งๆ ว่า เราก็อาจกำลังลงแข่งในสนามอยู่ เพราะเผลอคิดว่าตัวเอง ‘ชนะ’ เรื่องความสวยไปแล้วอย่างไม่รู้ตัวหรือเปล่า? ซึ่งอาจขัดแย้งกับการโอบรับความหลากหลายของความงามที่หลายๆ คนกำลังขับเคลื่อนอยู่ในสังคม
บนโลกที่มีเรื่องให้ผู้หญิงเผชิญความท้าทายอยู่มาก การที่ผู้หญิงหันมาตบตีกันเอง เหยียดกันเอง ด่ากันเอง อาจเป็นหนึ่งในกำแพงที่ทำให้เรายังไปไม่ถึงความเท่าเทียมทางเพศในประเด็นต่างๆ และสำคัญที่สุด การบูลลี่ไม่เคยเป็นผลดีกับใคร มีแต่ทำร้ายและสร้างแผลฝังใจให้ผู้คนอยู่ไม่น้อย
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เมื่อมองไม่เห็นปลายทางควร ‘ฝืน’ ทำต่อไปหรือ ‘ถอย’ ออกมา หากเกิดภาวะหมดใจ ‘การยอมแพ้’ ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่คือทักษะในการจัดการชีวิต และเลือกทางที่ใช่สำหรับตัวเอง
- วาทะจากอดีตนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่โกรธเกรี้ยวหลังเห็น ‘เชียร์ลีดเดอร์ชาย’ ในสนาม ท่ามกลางแฟนบอลชายแท้จำนวนมากที่เดือดพอกัน เพราะอยากดูหญิงล้วนเต้น และไม่ชอบที่พวกเขาออกสาว ไม่สมกับกีฬาแมนๆ?!
- Dakota Johnson จาก Fifty Shades of Grey สู่ Materialists หลากหลายบทบาท กับการเสนอภาพผู้หญิงที่ซื่อสัตย์ต่อความต้องการในชีวิตและร่างกาย
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com