โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไต้ซือเอี๋ย” ผู้มาพร้อมเทศกาลผี เดือน 7

Ticy City

เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 02.00 น.

ประตูนรกเปิด

เข้ามาสู่ช่วงสี่เดือนสุดท้ายของปีกันแล้ว ซึ่งแม้ว่าเดือนกันยายน จะเป็นเดือนที่ไม่มีวันหยุดอย่างเป็นทางการเลยสักวัน แต่ในทางสายลี้ลับ เดือนนี้ถือว่าเป็นเดือน “ประตูนรกเปิด” ดังนั้นในGod’s City โดย Nai Mu กรูรูสายมูผู้มีเรื่องเล่ามากมายจากเว็บต์ไซต์และเพจ Ticy City จะพาสายมูและไม่มูทุกเพศ ทุกวัย ไปทำความรู้จัก

ไต้ซือเอี๋ย (ท้าวอมฤตราช ) ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย

“ไต้ซือเอี๋ย” ผู้มาพร้อมเทศกาลผี เดือน 7

ทั้งนี้ Nai Mu ขอบอกว่า ตลอดหนึ่งเดือนนี้ เชื่อกันว่า “ประตูนรกเปิด” พร้อมมีเรื่องราวให้ต้องวนเวียนอยู่กับ ภูตผีปีศาจ เปรต อสูรกาย และมีข้อห้ามทำมากมายในช่วงเวลาตอนกลางคืนหลายอย่าง เช่น ห้ามเล่นน้ำ , ห้ามออกจากบ้าน, ห้ามตากผ้า ฯลฯ

แต่ทว่าลึกลงไปในเดือนนี้ เป็นกลอุบายในการสอนและให้ข้อคิดหลายอย่าง ดั่งเช่น

ข้อห้าม คือ การสอนให้รู้จักระมัดระวังตัว มีสติ ไม่ประมาท โดยเฉพาะเวลากลางคืน ค่ำมืดดึกดื่น อีกทั้งกิจกรรมต่างๆ ก็สอนให้ลูกหลานรู้จักกตัญญูต่อบรรพชน ที่มาในรูปแบบอุบายว่า นรกเปิดเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้โลกของคนตายได้เจอกับคนเป็นที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นการให้คน 2ภพได้ร่วมกินข้าวปลาอาหารกันสักมื้อ !, อีกทั้ง ยังเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ถึงดวงวิญญาณอื่นๆ ที่ไม่รู้จัก เป็นวิญญาณเร่ร่อน ไร้ญาติขาดมิตร เพื่อให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นได้อิ่มหนำสำราญ ไม่อดอยากหิวโหย และสุดท้ายคือ การบริจาคทาน กระจายความเกื้อกูลไปยังเพื่อนมนุษย์ที่ยากไร้ แร้นแค้น และยังมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากในทุกวัน

โดยวันที่ 1 เดือน 7 ทางจันทรคติจีน คือ วันแรกที่ประตูนรกเปิด ซึ่งตรงกับวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568 และประตูนรกจะปิดลงในวันที่ 21 กันยายน ตรงกับวันที่ 30 เดือน 7 ทางจันทรคติจีน

Nai Mu เลยถือโอกาสมาบอเล่าว่าเดือนนี้มีเรื่องที่ต้องเรียนรู้และทำความรู้จักกัน!

เริ่มจากช่วงนี้ ศาลเจ้า , วัด-วิหาร-มูลนิธิกู้ภัยต่างๆ จะเปิดให้ประชาชนทั้งหลายร่วมบริจาคเงิน สมทบทุนซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อใช้ในการอุทิศแจกทาน หรือที่เรียกว่า “งานเทกระจาด” หรือ ซิโกว บางแห่ง จัดเป็นชุดๆ ขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ ด้วยราคาที่แตกต่างกันไป , บ้างก็ระดมจัดหาเจ้าภาพ เพื่อเตรียมซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ ไว้สำหรับวันแจกทาน ซึ่งวัน-เวลาสถานที่แจกทานนั้น “องค์กรฯ หรือวัดต้นทาง” จะมีการแจ้งให้ทราบกันล่วงหน้า

สำหรับงานเทกระจาด หรือ ซิโกว แปลว่า การให้ทานแก่ดวงวิญาณของผีไม่มีญาติ ! เป็นพิธีกรรมของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ในพระสูตรชื่อ “เปรตมุข-อัคนีชวาลยศรการ-นาม-ธารณีสูตร” หรือ“ธารณีสูตรโยคกรรมเปรตพลี” พระสูตรนี้ กล่าวถึง พระพุทธเจ้าเสด็จประทับแสดงพระธรรมเทศนา ณ นิโครธารามวิหาร เมืองกบิลพัสดุ์ ส่วนพระอานนท์ได้นั่งบำเพ็ญสมาธิในป่าแห่งหนึ่งใกล้ๆ กัน และนิมิตเห็นเปรตตนหนึ่ง ใบหน้าซีด ท้องโตแต่ร่างผ่ายผอม ปากเล็ก ตัวสูงใหญ่ มีเปลวไฟออกจากปาก พระอานนท์ตกใจ พร้อมถามถึงเหตุที่เป็นไปของการมีรูปร่างเช่นนี้ เปรตตนนั้นตอบว่า ตอนเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวและละโมบ ตายไป ตกอบายภูมิของเปรต ต้องทุกข์ทรมานจากความหิวโหย ! และ กล่าวต่อพระอานนท์อีกว่า หากท่านเพิกเฉยต่อคำวิงวอน ท่านจะสิ้นชีวิตใน 3 วัน! เจอแบบนี้ พระอานนท์ อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องรีบถอยสมาธิ เร่งรีบไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทันที

หุ่นกระดาษสูงใหญ่ “ไต่ซือเอี๋ย” ในพิธีเทกระจาด

พระพุทธองค์เมื่อทราบได้ไขปริศนาให้ฟังว่า เปรตตนนั้นคือ นิรมาณกายของพระอวโลกิเตศวรให้พระอานนท์เห็น เป็นอุบายเพื่อช่วยเหลือเหล่าสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ของนรกขุมต่างๆ … เปรตตนนั้นคือ ไต้ซือเอี๋ย หรือ ท้าวอมฤตราช

ดังนั้น งานเทกระจาด บริจาคทานให้ผู้ยากไร้ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณเร่ร่อนที่อดอยาก จะต้องจัดตั้งหุ่นกระดาษที่สร้างจากโครงไม้ไผ่ด้านใน เป็นรูปสมมุติของ ไต้ซือเอี๋ย ที่มีร่างสูงใหญ่ หน้ายักษ์ สวมชุดเกราะนักรบ ถือธง เปลวไฟแลบจากปาก ไว้เป็นสัญลักษณ์ในปรัมพิธี เพราะ ไต้ซือเอี๋ย คือ นายใหญ่ผู้ควบคุมความประพฤติของเปรต ภูตผี อสูรกาย ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้มีการแย่งชิงอาหารเพราะความอดอยากหิวโหยนั่นเอง !

โดยในพระสูตรนี้ พระพุทธเจ้ากล่าวว่า อดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์ และเคยได้ยินพระอวโลกิเตศวรตรัสถึง “โยคะตันตระอัคนีชวาลมุขเปรตพลีโยคกรรม” ซี่งเป็นพิธีกรรมของฝ่ายมนตรยาน (ตันตระ) เพื่อที่ผลบุญทั้งหลายจะถึงเหล่าปีศาจ อสูรกายให้พ้นทุกข์ได้

พระวัชรธราจารย์ ผู้ประกอบพิธีต้องรู้ในมนตรยาน สวมจีวร “เจียซา” และหมวกพระเจ้า 5 พระองค์ ขึ้นแท่น ประกอบพิธีนี้ในมณฑล มีการใช้วัชรฆัณฏา หรือกระดิ่งยอดวัชระ และวัชรศาสตรา มือร่ายรำแสดงท่ามุทรา เรียก “วัชรหุงการ” เพื่อสื่อถึงสัญลักษณ์ของความหลุดพ้น จนเสร็จพิธีนั่นแหละ ถึงจะเริ่มแจกทานเทกระจาด ! โดยสมบูรณ์

และหากถามว่า ในวันปกติ จะกราบไหว้บูชา ไต้ซือเอี๋ย ได้ที่ไหน Nai Mu ขอบอกว่าเชิญที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย เพราะด้านในทางซ้ายมือ จะตั้ง ไต้ซือเอี๋ย ร่างสูง สีทองอร่าม ในตู้กระจก ให้บูชากัน

พระกวนอิม นิรมาณกายเป็นไต้ซือเอี๋ยให้พระอานนท์เห็น จุดเริ่มเทศกาลเทกระจาด !พระกวนอิม นิรมาณกายเป็นไต้ซือเอี๋ยให้พระอานนท์เห็น จุดเริ่มเทศกาลเทกระจาด !
พระกวนอิม นิรมาณกายเป็นไต้ซือเอี๋ยให้พระอานนท์เห็น จุดเริ่มเทศกาลเทกระจาด !พระกวนอิม นิรมาณกายเป็นไต้ซือเอี๋ยให้พระอานนท์เห็น จุดเริ่มเทศกาลเทกระจาด !

นอกจากช่วงเทศกาลเทกระจาดแล้ว ยังมี วันสารทจีน ช่วงเช้าเป็นการไหว้เจ้า พอก่อนเที่ยงจัดโต๊ะไหว้บรรพบุรุษ และ ลำดับสุดท้ายคือ ไหว้ผีไม่มีญาติ เรียก ฮอเฮียตี๋ … ซึ่งมักจะได้เห็นตามบ้านของคนจีน หรือคนไทยเชื้อสายจีนปูเสื่อที่พื้นหน้าบ้าน จัดวางอาหารคาว-หวานหลากหลายชนิด ก็เพื่อเลี้ยงผีไม่มีญาตินั่นเอง

นอกจากนี้ วันสารทจีน หรือวันที่ 15 เดือน 7 ตามจันทรคติจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 6 กันยายน ยังมีความสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ตรงกับวันออกพรรษาของจีน ซึ่งจะทำพิธีอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย โดยมีปรากฏในพระสูตรชื่อ “อุลลัมพนสูตร” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนิทานวันสารทจีน เรื่อง มู่เหลียน (หรือ พระโมคคัลลานะ) ช่วยแม่ในนรก ! นั่นเอง

ตามเนื้อเรื่อง มู่เหลียน ช่วยแม่ในนรก ! นั่น มีความว่า นางหลิว แม่ของมู่เหลียน (พระโมคคัลลานะ) แต่ไหนแต่ไรไม่ถูกชะตากับพวกถือศีลกินเจ เกะกะลูกตาชะมัด ! วันหนึ่ง นางหลิวเกิดอยากแสดงความศรัทธา จึงให้ มู่เหลียนไปเชื้อเชิญผู้ทรงศีลทั้งหลายมารับประทานอาหารเจที่บ้าน ผู้เคร่งในศีลต่างยินดีที่นางหลิวหันมาสร้างบุญบารมี นางปรุงอาหารทุกอย่างด้วยตัวเอง ผู้ถือศีลเหล่านั้น หลังรับอาหารแล้วก็ให้พรแก่นางและกลับบ้านไป แต่ไม่มีใครรู้ว่า น้ำแกงในใช้ในการปรุงอาหาร นางใช้น้ำต้มจากเนื้อสัตว์ ! กรรมหนักหนานัก ซึ่งเมื่อตายก็ตกนรกอเวจี ขุมที่ 8

และเมื่อมู่เหลียนบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา วันหนึ่งขณะเข้าฌานสมาธิถอดกายทิพย์ ไปพบนางหลิว ผู้เป็นแม่ เพื่อต้องการไถ่ถามว่าอยู่สุขสบายดีมั้ย ? จิตก็พามู่เหลี่ยนไปยังนรกขุมที่ 8 ที่เต็มไปด้วยเสียงร่ำร้องคร่ำครวญจากความทุกขเวทนาของผู้ก่อกรรมเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ พอมู่เหลียนพบกับนางหลิว จึงรู้ว่า นางอดอยาก เสกอาหารให้กิน เหล่าวิญญาณอื่นๆ ก็แย่งกินจนหมด เม็ดข้าวสุกเพียงเมล็ดเดียวที่มู่เหลียนป้อนให้แม่ กลับเป็นไฟแผดเผาจนปากนางเกรียมไหม้ มู่เหลียน รู้ว่าแม่ทำกรรมหนักก็ให้เวทนาแม่นัก

มู่เหลียน (พระโมคคัลลานะ) ช่วยแม่จากนรก !

มู่เหลี่ยนจึงบอกยมบาลว่า ขอรับกรรมทั้งปวงแทนมารดา ! แต่ก่อนที่มู่เหลียนจะลงกระทะทองแดง พระพุทธองค์ซึ่งแจ้งเหตุเสด็จมายังนรก บอกมู่เหลียนว่า ให้สวด “อุลลัมพนสูตร” (คัมภีร์อิ๋วหลันเผิน) คนจีนเรียก “พ้อต่อ” โดยต้องเชื้อเชิญ เหล่าเทพ เซียน ภิกษุ และผู้ทรงคุณอื่นๆ จากทั่วสารทิศ มาถวายอาหารในเดือนที่ประตูนรกเปิด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อ-แม่ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการตอบแทนพระคุณ จะทำให้บาปกรรมทั้งหลายนับจากชาตินี้ และย้อนกลับไป 7 ชาติ พ้นจากบาปกรรม นำพาดวงวิญญาณของบรรพชนสู่สุคติ

ที่ Nai Muเล่า มานี้เป็นแค่กิจกรรมและบางเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับโลกของคนตายในเดือน 7 เท่านั้น บอกเลยว่ายังไม่จบยังมีตอน 2 อีก แต่ขอต่อในสัปดาห์หน้า ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นต้องติดตามกันเอง

เรื่อง : โดย Nai Mu

ภาพบางส่วนจาก อินเทอร์เน็ต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...