โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยุคอินฟลูฯ Red Ocean 'XiaoHongShu-Lemon8' โอกาสใหม่ของครีเอเตอร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 16.45 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 08.40 น.
สุวิตา จรัญวงศ์

1-2 ปีที่ผ่านมา ใคร ๆ ก็ผันตัวเป็น KOLs หรือ “อินฟลูเอนเซอร์” ทั้งแบบฟูลไทม์และพาร์ตไทม์ ทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ในปีนี้ กลายเป็นน่านน้ำสีเลือด (Red Ocean) ที่ต้องขับเคี่ยวกันอย่างหนัก เพื่อช่วงชิง “เวลา” ในการรับชมคอนเทนต์ที่มีอยู่เท่าเดิม และเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในการจ้างงานของแบรนด์

ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ยังสะเทือนฐานที่มั่นของครีเอเตอร์ที่เป็น “คน” จนนำไปสู่วาทกรรม “อวสานอินฟลูเอนเซอร์” ที่กลายเป็นประเด็นร้อน และถกเถียงกันอย่างดุเดือดบนโลกโซเชียล

“อวสานอินฟลูฯ” จริงไหม ?

“สุวิตา จรัญวงศ์” ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจ้างงานอินฟลูเอนเซอร์มองว่า อุตสาหกรรมอินฟลูเอนเซอร์ยังห่างไกลกับคำว่า “อวสาน” แต่ต้องยอมรับว่ามีกลุ่มที่เสี่ยงอยู่ คือ “ครีเอเตอร์สายไลฟ์ขายของ” เพราะมี AI Avatar ที่สามารถไลฟ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่ต้องพักเข้ามาทำงานแทนแล้ว

แต่สำหรับคอนเทนต์ประเภท “รีวิว” ยังต้องการความน่าเชื่อถือของมนุษย์ ยิ่งเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น “คน” ยิ่งต้องการรับสารจาก “มนุษย์-เนื้อแท้” (Authenticity) ส่งผลให้การทำ Branding via Creators ที่ไม่ใช่แค่การสร้างความแตกต่าง แต่ต้องบอกเล่าอย่างมี “Human Connection” กลายเป็นเทรนด์สำคัญของปีนี้อีกด้วย

จากข้อมูลสถิติ Influencer Economy Worldwide บนเว็บไซต์ Statista.com ระบุด้วยว่า มูลค่าตลาดครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลก มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20-30% ต่อปี โดยในปี 2024 มีมูลค่าอยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.7 แสนล้านบาท) และในปี 2025 มีโอกาสแตะ 3.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ล้านล้านบาท)

“ภาพรวมของอุตสาหกรรมอินฟลูเอนเซอร์ยังคงเติบโต แต่ปีนี้เจอความท้าทายอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการมีบทบาทของ AI หรือแม้แต่การเข้ามาของหน้าใหม่ ซึ่งต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ที่คนเทิร์นเป็นครีเอเตอร์แบบฟูลไทม์มากที่สุด รวมถึงยังมีผลพวงจากการเลย์ออฟ หรือเกษียณก่อนเวลาที่เร่งให้คนต้องรีบหาอาชีพใหม่ ซึ่งการเป็นครีเอเตอร์ก็เป็นทางเลือกที่คนรู้สึกว่าง่ายที่สุด ทำให้ในปีนี้เห็นครีเอเตอร์วัย 40-50 ปี เข้ามาเยอะเป็นพิเศษ”

แบรนด์เข้มจ่าย “อินฟลูฯ”

“สุวิตา” กล่าวต่อว่า ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แบรนด์ยังรัดเข็มขัดเรื่องการใช้จ่ายกับอินฟลูเอนเซอร์อย่างเข้มข้น และมีวิธีการลงเงินที่ต่างไปจากเดิม เช่น จากที่เคยจ้างอินฟลูเอนเซอร์ทำ 2 คลิป คลิปละ 10,000 บาท ก็เปลี่ยนมาเป็น “ซื้อขาด” 1 คลิป ราคา 30,000 บาท แล้ว “ใช้ซ้ำ” (Repurpose) ยิงแอดวนไปเรื่อย ๆ แทน

ที่สำคัญ แบรนด์ไม่ได้มองเรื่อง “จำนวนผู้ติดตาม” เป็นปัจจัยสำคัญในการจ้างงานอีกแล้ว แต่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคผ่านอินฟลูเอนเซอร์ “สายเฉพาะ” (Subculture) ที่อาจมีผู้ติดตามไม่เยอะ แต่ฐานแฟนเหนียวแน่น ต่างจากเมื่อก่อนที่แบรนด์ต้องการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน เพราะช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ “โก้” ขึ้น

“ทิศทางในการใช้เงินของแบรนด์ที่เปลี่ยนไป ทำให้เทลสกอร์ที่มีอีกขาเป็นเอเยนซี่ต้องปรับตัวตามไปด้วย เช่น แบรนด์สามารถจ้างอินฟลูเอนเซอร์ระดับ Macro (ผู้ติดตามหลักแสนถึงหลักล้าน) ได้โดยตรง เราก็ไปโฟกัสที่การรวมกองทัพ Nano และ Micro (ผู้ติดตามหลักพันถึงหลักหมื่น) มาเสิร์ฟให้ หรือถ้าแบรนด์อยากทำกิจกรรม อีเวนต์ และเวิร์กช็อป เราก็ช่วยทำให้แม้จะไม่ใช่โฟกัสหลักก็ตาม”

เจาะสาย “อินฟลูฯ” มาแรง

สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ที่มาแรงมาก ๆ ในช่วงนี้จะล้อไปกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสายสัตว์เลี้ยง (Pets) ที่ยังมีเม็ดเงินเข้ามาเป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับพฤติกรรมที่คนเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์แทนการมีลูก หรือสาย Longevity ก็มาแรงมากขึ้น เพราะคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และการมีชีวิตวัยเกษียณแบบอยู่ดีมีสุข

นอกจากนี้ กลุ่มครีเอเตอร์ LGBTQ+ ในบริบทของ Rainbow Economy ยังกลายเป็นโอกาสที่น่าสนใจ เพราะสะท้อนถึงการเปิดกว้าง และการยอมรับความหลากหลายของสังคม ซึ่งแบรนด์ที่ร่วมงานกับครีเอเตอร์กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ทั้งเชิงธุรกิจ และการสร้าง Emotional Bonding กับผู้บริโภค Gen Z และ Millennials ด้วย

ส่วนสายอื่น ๆ ที่อยู่มานาน แต่ยังมีความสำคัญมาก ๆ ก็เช่น สายท่องเที่ยว (Tourism) และความงาม (Beauty) จำเป็นต้องปรับตัว สร้างความหลากหลาย และใส่ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อให้คอนเทนต์เกิดความแปลกใหม่ เพราะถ้ายังทำแบบเดิมไปเรื่อย ๆ มีโอกาสโดนคัดออกจากตลาดสูงมาก

“XiaoHongShu” น่านน้ำใหม่

ในฝั่งแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในหมู่ครีเอเตอร์ “สุวิตา” บอกว่า TikTok ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ YouTube โดดเด่นเรื่อง Long-form Content และเข้ามาลุยตลาด Social Commerce จริงจัง ส่วน Instagram เหมาะกับคอนเทนต์ “Trend Setter” โดยเฉพาะคอนเทนต์ประเภท Story ที่สร้าง Engagement ได้สูง

สำหรับแพลตฟอร์มใหม่ที่น่าจับตา และถือเป็นน่านน้ำใหม่ของครีเอเตอร์ คือ 1.XiaoHongShu ที่แม้จะอยู่ในระยะ Early Stage แต่มาแรงมาก ๆ โดยกลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มกำลังซื้อสูงในจีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มักใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อหารีวิวเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว และที่พัก

“ปัจจัยที่ทำให้ XiaoHongShu ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ต่างชาติ เพราะแพลตฟอร์มมีคอนเทนต์ผสมทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ถือว่าใช้งานง่ายกว่าแพลตฟอร์มจีนอื่น ๆ เช่น โต่วอิน (Douyin) เป็นต้น”

อันดับ 2.คือ Lemon8 แพลตฟอร์มเน้นคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ ที่รวมผู้ใช้ Gen Z เป็นจำนวนมาก แม้ครีเอเตอร์แต่ละคนจะมีฐานผู้ติดตามไม่เยอะ แต่แบรนด์ให้ความสนใจ เพราะเป็นศูนย์รวมของคนที่สนใจเรื่องต่าง ๆ จริง ๆ ทำให้ในปีนี้ เทลสกอร์ตัดสินใจแตกกิ่งของ Lemon8 ออกมาโดยเฉพาะ เพราะเป็นที่ต้องการของแบรนด์มาก

“สัดส่วนของของครีเอเตอร์ Lemon8 ที่อยู่กับเรายังน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ แต่เริ่มเห็นการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ”

ผู้บริหาร Tellscore ทิ้งท้ายด้วยว่า ครีเอเตอร์ยุคนี้ต้องเปิดใจในการสร้างรายได้หลาย ๆ ทาง และต้องเริ่มคิดถึงการส่งคอนเทนต์ออกไปนอกประเทศ โดยเริ่มสร้างคอนเทนต์ภาษาอังกฤษ หรือจีน เพื่อเปิดน่านน้ำใหม่ ๆ ให้กับตนเอง เพราะขณะนี้เป็นยุคของ Cross-Border ที่ทุกอย่างข้ามพรมแดนถึงกันหมดแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยุคอินฟลูฯ Red Ocean ‘XiaoHongShu-Lemon8’ โอกาสใหม่ของครีเอเตอร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...