โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับโป๊ะ! พนง.ธนาคารสาว จองคิว-จองเงิน 24 ล้าน พบเอี่ยวแก๊งคอลฯ

อีจัน

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 17.08 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 08.25 น. • อีจัน

ความผิดปกติของพนักงานสาวธนาคารแห่งหนึ่ง เพียง 3 วันเตรียมเงินสดรวม 24 ล้านบาท รอให้ลูกค้าเพิ่งเปิดบัญชีใหม่ ถอนออกจากสาขาของธนาคาร จึงประสานชุดสืบนครบาลช่วยตรวจสอบกระทั่งพบว่าพัวพันบัญชีม้าแก๊งคอลเซนเตอร์

ช่วงเดือนสิงหาคม 2568 พนักงานธนาคารแห่งหนึ่งได้บอกเล่าพฤติการณ์ของพนักงานสาวคนหนึ่งที่มีความอาวุโสในสาขาของธนาคาร ไม่ได้มีหน้าที่ในการรับฝากถอนเงินสด แต่บอกให้พนักงานคนอื่นคอยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าบางคนในการถอนเงินสด รวมถึงคำพูดบางประโยคที่ทำให้พนักงานธนาคารสาขาเดียวกันเอะใจ

อีกทั้งความผิดปกติของลูกค้าที่เพิ่งเปิดบัญชีใหม่ ยืนรอขอถอนเงินสดออกบัญชีทันทีหลังจากมีเงินโอนเข้ามาในบัญชี รวมทั้งพนักงานธนาคารที่มีความอาวุโส มีการจัดคิวและจองเงินไว้ 3 ครั้ง จำนวน 24 ล้านบาท เพื่อรอลูกค้าถอนเงินสดจากบัญชี

ธนาคารจึงสงสัยพฤติการณ์ของพนักงานธนาคารคนนี้ จึงประสาน จึงประสาน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ตรวจสอบพฤติการณ์ต้องสงสัยโดยธนาคารให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

“การสืบสวนพบพนักงานธนาคารบางคนมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยพบความผิดปกติจากการจองเงินสดจำนวนมากเพื่อรอให้บุคคลมาถอนเงิน ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบสืบสวนสอบสวนจากบัญชีที่เพิ่งเปิดใหม่ กระทั่งทราบบัญชีม้านิติบุคคลที่มีเชื่อมโยงกัน อีกทั้งทางธนาคารได้ให้พนักงานธนาคารคนนี้ออกจากงานแล้ว ทั้งนี้พนักงานไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่ได้ผลประโยชน์รูปแบบอื่น เช่น การรับประทานอาหารในร้านหรูหรือของใช้แบรนด์เนม” พล.ต.ต.โชติวัฒน์ ระบุ

จากการสืบสวนสอบสวนของชุดสืบนครบาล และ บก.น.4 ยังพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีรายชื่อเป็นหุ้นส่วนในหลายบริษัท สลับตำแหน่งกันระหว่างนิติบุคคลต่าง ๆ รวมถึงมีการ จดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 1 วัน ก่อนนำไปใช้เปิดบัญชีธนาคาร และมักจะทดสอบการทำงานของบัญชีด้วยการโอนเงินจำนวนน้อยไปยังบัญชีมูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศลที่อยู่ในกระแส เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

เมื่อพบว่าบัญชีสามารถรับและโอนเงินได้ตามปกติ กลุ่มผู้ต้องหาจะใช้บัญชีเหล่านี้ในการรับเงินจากการหลอกลวงประชาชน ทั้งในรูปแบบ การข่มขู่ให้โอนเงิน หลอกลงทุน หรือหลอกให้ร่วมธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้ทำหน้าที่ถอนเงินและผู้ควบคุมผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง

ข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TPO) พบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีนิติบุคคลทั่วประเทศรวม 291 เรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 160 ล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครพบ 16 เรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 39 ล้านบาท

ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานว่า ปัจจุบันสามารถจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ได้ง่าย หากทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยตรวจสอบเพียงเอกสารเบื้องต้น ทำให้ขบวนการมิจฉาชีพฉวยโอกาสเปิดบริษัทม้าเป็นจำนวนมาก โดยขณะนี้พบว่ามีบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดในประเทศไทยกว่า 800,000 แห่ง และกว่า 60% ของบริษัทที่จดทะเบียนออนไลน์อาจเข้าข่ายเป็น บัญชีม้า

ชุดสืบนครบาล จึงย้ำเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการทำธุรกรรมกับนิติบุคคลที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่ หรือมีที่ตั้งไม่ชัดเจน เช่น บ้านร้างหรืออาคารไม่มีผู้อยู่อาศัย รวมถึงควรตรวจสอบข้อมูลบริษัทเบื้องต้นได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า DBD Data Warehouse เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่ยังคงเคลื่อนไหวในประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชายแดนไทย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...