โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มุมมองที่เติบโตของ ‘RM’ แห่งวง BTS ต่อความเท่าเทียมทางเพศ ที่พยายามเรียนรู้และเข้าใจ ‘ผู้หญิง’ แม้เคยพลาดจากเพลงในอดีตที่เข้าข่าย Misogyny แต่ก็ไม่หยุดปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

Mirror Thailand

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 08.16 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 08.16 น.
ภาพไฮไลต์

“ความจริงที่เขายอมรับอย่างเปิดเผยว่า ‘ผู้หญิง’ ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางสังคมนั้น เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก เพราะผู้ชายเกาหลีส่วนมากที่ฉันเห็นๆ มาเขาไม่ยอมรับสิ่งนี้กันหรอก” นี่คือหนึ่งในคอมเมนต์ของผู้หญิงเกาหลีต่อมุมมองของ‘RM’ หรือ‘นัมจุน’ ลีดเดอร์แห่งวง BTS หลังจากที่เขาได้ออกมาไลฟ์พูดคุยกับแฟนๆ ให้หายคิดถึงในช่วงวันหยุดชูซอก ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่นัมจุนเลือกหยิบยกมาพูดถึงคือแรงกดดันทางสังคมเกี่ยวกับเรื่อง ‘การแต่งงาน’ ที่ผู้หญิงเจอกันอย่างเข้มข้น จนไลฟ์บน Weverse ครั้งนี้ กลายเป็นไลฟ์สุดฮีลใจที่ไม่ใช่แค่สาวเกาหลีที่ปลื้มในความคิดเขา และออกมาบอกว่า “ความคิดของเขาเหมือนกับฉันเป๊ะๆ นี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะพูดมาตลอด” หรือ “ฉันโคตรรีเลตกับสิ่งนี้” หรือ “ฉันไม่เคยเห็นคนดังชายคนไหนออกมาพูดแบบนี้มาก่อนเลย (พูดในทางที่ดี และนี่เป็นแค่มาตรฐานของฉันนะ)” แต่ยังรวมถึงแฟนๆ ผู้หญิงในอีกหลายๆ ประเทศที่ชื่นชอบในทัศนคติของเขา

เรื่องที่น่าสังเกตคือ การที่ผู้หญิงเกาหลีหลายคนบอกว่าพวกเธอแทบไม่เห็นผู้ชายในชีวิตจริงที่มีทัศนคติแบบนี้ นั่นทำให้ความคิดความอ่านของนัมจุนกลายเป็นความพิเศษหรือบางคนมองเขาว่าเป็นผู้ชาย ‘แรร์ๆ’ ในประเทศ แม้ในความจริงเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศ ควรจะเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญกันโดยปกติ ซึ่งก็สะท้อนภาพสังคมชายเป็นใหญ่ที่ผู้หญิงเกาหลียังต้องเจออยู่ทุกวันนี้ไปกลายๆ ถึงอย่างนั้นการที่เขาเป็นอีกหนึ่งคนดังชายไม่กี่คนที่ใช้เสียงของตัวเองพูดประเด็นความเท่าเทียมทางเพศต่อสาธารณะ นับว่าเป็นเรื่องน่าชื่นชมจริงๆ เมื่อเสียงของเขาได้สร้างอิมแพคต์อะไรหลายๆ อย่างให้กับทั้งคนที่ติดตามหลักหลายล้านและสังคมโดยรอบได้ไม่มากก็น้อยแน่นอน

โดยในไลฟ์ดังกล่าว นัมจุนได้พูดถึงตัวเองในวัย 32 ปี ที่หากเจอคนที่ใช่ ในจังหวะที่ใช่ เขาก็อาจจะแต่งงานก็ได้ หรืออีกแบบก็จะใช้ชีวิตคนเดียวแบบนี้ก็ได้เหมือนกัน เพราะ “ผมคิดว่ามันไม่มีคำตอบว่าอันไหนถูกแบบตายตัว” และเสริมว่า “ทุกวันนี้ผู้คนเผชิญแรงกดดันว่าต้อง ‘แต่งงาน’ และมีแง่มุมต่างๆ ที่ทำให้เราต้องเก็บเรื่องนี้ไปพิจารณา โดยเฉพาะกับ ‘ผู้หญิง’ ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสังคมและสื่อ ไม่ว่าจะเรื่องการมีลูก และเรื่องอื่นๆ ผมอยากให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตในแบบที่อยากใช้กันนะครับ”

“ผมว่านั่นมันไม่ใช่คำตอบที่ถูกนะ ถ้าใครสักคนจะรับมือต่อความเหงาไม่ได้เลยเลือกจะแต่งงาน การแต่งงานมันจะช่วยแก้ไขตรงนั้นได้จริงเหรอครับ? เพราะว่าแต่งงานกันไปแล้ว เราก็อาจมีบางเวลาที่อยากอยู่คนเดียว และคนเราก็มีความไม่แน่นอน ดังนั้นผมว่าเราสามารถอยู่คนเดียวได้ หรือจะเลือกอยู่กับใครสักคนก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าจะแต่งงานเพื่อหลีกหนีภัยความเหงา…ผมไม่ชัวร์แฮะ” ถือเป็นมุมมองที่มีความเป็นมนุษย์ไม่น้อย เมื่อโลกทุกวันนี้ในบางครั้งก็กดดันให้เรามีคู่ การอยู่คนเดียวกลายเป็นเรื่องที่ดูน่าเศร้า ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะโสดหรือมีคู่ก็เป็นช้อยส์ที่เลือกได้ คนเรามีความสบายใจต่างกัน และบางคนอาจต้องใช้เวลาในการ ‘เลือก’ คนที่เราสบายใจที่สุด เพราะบางครั้งเลือกเพราะความเหงา ก็อาจไม่เวิร์กเสมอไป

เขายังพูดถึงการมีลูกด้วยว่า “เลี้ยงตัวเองว่าเหนื่อยแล้วนะครับ ผมจะไปรับผิดชอบชีวิตใหม่ที่ต้องอยู่บนโลกนี้อีกยังไงดี?” ซึ่งก็ย้ำว่า “ในเกาหลีเนี่ย ผมคิดว่าคนเจนฯ เรา เริ่มจากคนเกิดปี 1990s น่าจะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่มองการแต่งงานเป็นทางเลือกแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนควรได้ดำเนินชีวิตในแบบของตัวเอง” ทำให้มีเหล่าเนติเชนเข้ามาเห็นด้วย เช่น “ใช่เลย แค่ดูแลตัวเองก็ยากพอแล้ว การแต่งงานมีลูกยิ่งยากขึ้นไปอีก” / “การแต่งงานแค่เพราะเหงานี่อันตรายมากเลยอะ” / "ผู้คนไม่เข้าใจแม้แต่ตัวเอง แต่พวกเขากลับแต่งงานและมีลูก…แน่นอนว่ามันจบลงด้วยความยากลำบาก” / “การแต่งงานไม่ได้อยู่ในลิสต์ที่ฉันจะเลือกด้วยซ้ำ ดังนั้นปล่อยให้ฉันใช้ชีวิตของตัวเองเถอะ”

ถึงอย่างนั้นนัมจุนก็ย้ำว่าแต่ละคนมีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน คนแต่งงานแล้วก็มีประสบการณ์ของตัวเอง คนโสดก็มีประสบการณ์ของตัวเอง ทั้งหมดก็เป็นแค่ประสบการณ์ที่แต่ละคนเจอ ทำให้เราอาจจะไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกกันและกันได้อย่างถ่องแท้ แต่เราเลือก ‘เคารพ’ กันได้

มีคอมเมนต์บางส่วนที่เกิดขึ้นหลังจากไลฟ์นี้ที่เราคิดว่า บ่งบอกถึงการเติบโตทางความคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศของนัมจุนได้ดี เพราะแม้ในวันนี้เขาจะพยายามเรียนรู้และเข้าใจ ‘ผู้หญิง’ แต่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่เคยผิดพลาดหรือไม่เข้าใจ ทว่าเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนเราสามารถ ‘ปรับปรุง’ เพื่อเป็นตัวเองที่ดีขึ้นได้ โดยคอมเมนต์ชื่นชมเขาได้แก่ “หลังจากเกิดประเด็นใหญ่เกี่ยวกับเนื้อเพลงในอดีตของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับประเด็นผู้หญิง และแม้กระทั่งปรึกษาอาจารย์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง เห็นได้ชัดว่าความคิดของเขามันโตขึ้นมาก” หรือ “RM เคยทำให้ผิดหวังมากๆ เพราะประเด็นเนื้อเพลงในอดีต แต่ยิ่งเห็นเขาบ่อยๆ ฉันก็รู้สึกว่าเขาเติบโตขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่พร้อมพัฒนาและเรียนรู้”

โดยหากย้อนไปช่วง 10 ปีที่แล้ว เนื้อเพลงในเพลง Joke, Converse High และ War of Hormone ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ามองผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศและยังเข้าข่าย Misogyny หรือ มีความเกลียดชังในผู้หญิง ซึ่งทำให้แฟนๆ บางส่วนผิดหวังเป็นอย่างมาก และ Bighit Entertainment ก็ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับความผิดพลาดและขอโทษต่อสาธารณชน เมื่อเวลาผ่านไปตัวนัมจุนได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดตรงนั้นและแก้ไขมันให้ดีขึ้น อย่างในปี 2021 หลังจากที่ BTS ได้ไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ และเปิดคอนเสิร์ตกลาง UN เขาก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ ABC News ถึงเรื่อง Gender Equality ที่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ UN ขับเคลื่อน

เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ส่วนตัวแล้ว ผมถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับความเกลียดชังผู้หญิงในปี 2015 และ 2016 ซึ่งนำไปสู่การที่ผมได้ให้อาจารย์ด้านสตรีศึกษาช่วยรีวิวเนื้อเพลงต่างๆ ของผม ประสบการณ์ครั้งนั้นเป็นโอกาสที่ทำให้ผมได้หันกลับมาทบทวนตัวเองและตั้งคำถามต่อว่ากำลังไม่สนใจในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศอยู่หรือเปล่า ซึ่งผมต้องการให้ความสนใจ เรียนรู้ และพัฒนาในท็อปปิกนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ”

นอกจากนี้ในหนังสือ Beyond the Story: 10-Year Record of BTS ที่วางขายในปี 2023 เขาก็ยังพูดถึงประเด็นนี้ไว้ในนั้นด้วยเช่นกัน ซึ่งล้วนเป็นการยอมรับความผิดพลาดของตัวเองอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเดินหน้าไปต่อ ซึ่งเขาก็ได้ ‘ขอบคุณ’ ความผิดพลาดนั้นที่ทำให้เขาโตมาเป็นเขาในวันนี้ ดังคำกล่าว “เพราะผมถูกวิจารณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ ผมเลยรับรู้ปัญหาของผมได้เร็ว”

“ผมได้รับคอมเมนต์และคำวิจารณ์เกี่ยวกับเนื้อแร็พที่ผมเขียน ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ฆาตกรรมที่สถานีกังนัมด้วย ดังนั้นจากมุมมองของผู้หญิง ผมคิดว่าไม่มีทางเลือกอื่น แต่ผมต้อง speak out ในเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น มีคนที่ผมรู้จักคนหนึ่งกล่าวว่า ถ้าเราเรียกสถานการณ์ความเท่าเทียมว่า ‘0’ ขณะที่ความอยุติธรรมบนโลกนี้มีอยู่ ‘+10’ คนที่เผชิญความไม่ยุติธรรมจริงๆ ก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากเน้นย้ำถึงการ ‘-10’ ไม่ใช่แค่ ‘0’ เพื่อให้เราไปถึงความเท่าเทียม คำพูดนี้มันเข้าไปอยู่ในใจผมจริงๆ”

RM ในวันนี้กลายเป็นไอดอลชายและลีดเดอร์คนเก่งแห่ง BTS ที่แฟนๆ รักและชื่นชมในมุมมองที่กล้าสวนทางความคิดตามขนบของผู้ชายในประเทศบางส่วน แม้เขาจะเคยล้มเรื่องเพศแต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าคนเราจะไม่สามารถเรียนรู้และพัฒนาความคิดของตัวเองให้ดีขึ้นได้ ซึ่งในวันนี้เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจจะยังไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมทางเพศได้จริงๆ ท่ามกลางการกดดันให้ผู้หญิงต้องมีลูก เป็นแม่บ้าน หรือกระทั่งข่าวความรุนแรงทางเพศ และความไม่เท่าเทียมทางเพศที่ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในประเทศ ที่หากคนทุกเพศ คนทุกตำแหน่งทางสังคม ค่อยๆ ช่วยกันตระหนักรู้และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา เราจะสร้างสังคมที่เป็นมิตรได้จริงๆ ไม่ใช่แค่เกาหลีใต้ แต่เราหมายถึงทุกประเทศและทุกสังคมที่กำลังเกิดปัญหาต่างๆ อยู่เช่นกัน

อ้างอิง:

https://www.chosun.com/english/kpop-culture-en/2025/10/06/4Z36AZS7LNDLBB3CAXCB2A3BRQ/

https://weverse.io/bts/live/3-211177347

https://www.koreaboo.com/news/bts-rm-comments-marriage-childbirth-trigger-intense-reactions/

https://www.allkpop.com/article/2025/10/bts-rm-sparks-discussion-with-his-candid-views-on-marriage-loneliness-and-social-pressure-on-women

https://youtu.be/NWwPyY7OHig?si=FZy1QCMAXcT0zcWo

https://www.soompi.com/article/873927wpp/fans-request-statement-bts-misogynistic-lyrics-bighit-responds

https://www.sportskeeda.com/pop-culture/news-those-words-really-hit-home-me-bts-rm-addresses-misogyny-controversy-beyond-story-10-year-record-bts

บทความต้นฉบับได้ที่ : มุมมองที่เติบโตของ ‘RM’ แห่งวง BTS ต่อความเท่าเทียมทางเพศ ที่พยายามเรียนรู้และเข้าใจ ‘ผู้หญิง’ แม้เคยพลาดจากเพลงในอดีตที่เข้าข่าย Misogyny แต่ก็ไม่หยุดปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...