ตลาดหุ้นเอเชีย ปิดลบ! หุ้นจีน–ฮ่องกงร่วงแรง หลังสหรัฐฯ-จีนปะทุศึกการค้ารอบใหม่
ตลาดหุ้นเอเชีย วันนี้ (13 ต.ค. 68) ปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ หลังจีนและสหรัฐฯ ตึงเครียดทางการค้ารอบใหม่ ทั้งสองฝ่ายออกมาตรการจำกัดการค้าและกล่าวหากันไปมา ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงที่ร่วงแรง ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันหยุด และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงตามแรงกดดันจากต่างประเทศ
ตลาดหุ้นจีน
ตลาดหุ้นจีนปิดร่วงจากแรงขายทำกำไรและแรงกดดันจากข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน 100% เพื่อตอบโต้กรณีจีนออกมาตรการจำกัดการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนตอบโต้ว่า “ไม่เกรงกลัวสงครามการค้า” และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าใช้ “มาตรฐานสองชั้น” ทางการค้า
นักวิเคราะห์จาก Lotus Asset Management มองว่าแรงขายในรอบนี้เป็นเพียงการพักฐานระยะสั้น โดยตลาดหุ้นจีนยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวในระยะต่อไป จากปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวเลขส่งออกเดือนกันยายนที่ขยายตัว 8.3% สูงสุดในรอบ 6 เดือน
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,889.50 จุด ลดลง 7.53 จุด หรือ -0.19%
ตลาดหุ้นฮ่องกง
ตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงแรงตามตลาดหุ้นจีน หลังความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีนกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง นักลงทุนเทขายหุ้นเทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์ออกมาอย่างหนัก ขณะที่แรงกดดันเพิ่มเติมมาจากการแข็งค่าของเงินหยวนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจีนที่ลดลง
- ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 25,889.48 จุด ร่วงลง 400.84 จุด หรือ -1.52%
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกลับมาปะทุอีกครั้ง กดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ให้ปรับตัวลง โดยเฉพาะหุ้นชิปที่ได้รับแรงขายจากความกังวลด้านอุปสงค์
- ดัชนี KOSPI ปิดตลาดที่ระดับ 3,584.55 จุด ลดลง 26.05 จุด หรือ -0.72%
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ตลาดหุ้นโตเกียวปิดทำการในวันจันทร์ เนื่องในวันหยุดราชการของญี่ปุ่น นักลงทุนกลับมาจับตาทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีน–สหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อภาคส่งออกของญี่ปุ่นเมื่อเปิดตลาดในวันถัดไป
อ้างอิง : www.cnbc.com