ถังเป่า หนูน้อยนำโชคแห่งบ้านตระกูลซู
ข้อมูลเบื้องต้น
ถังเป่า หนูน้อยนำโชคแห่งบ้านตระกูลซู
团宠农家小糖宝
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท โอลลี่บุ๊คส์ จำกัด ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 风中的叶子 ผู้แปล : ทีมงาน Onlybook
เรื่องย่อ : ตระกูลซูแห่งหมู่บ้านต้าหลิ่วซู่ ไม่เพียงแต่ยากจนข้นแค้น แถมยังต้องคำสาปให้มีแต่ลูกชายมาหลายชั่วอายุคน! จนกระทั่งวันหนึ่ง ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น… เมื่อภรรยาของผู้เฒ่าซูให้กำเนิด "ถังเป่า" ลูกสาวคนแรกในรอบหลายสิบปี
การมาถึงของหนูน้อยไม่เพียงนำความสุขมาสู่ครอบครัว แต่ยังนำโชคลาภมหาศาลมาด้วย ทำให้คำทำนายที่ว่า "บ้านซูจะมีโชคเมื่อได้ลูกสาว" กลับมาเป็นที่กล่าวขานอีกครั้ง ถังเป่าจึงกลายเป็น "ดาวนำโชค" ที่ทุกคนต่างเชื่อว่าจะมาพลิกชีวิตอันแร้นแค้นของพวกเขา
เรื่องใหม่มาเติมให้นักอ่านชาว Onlybook แล้วจ้า ขอแนะนำ 2 เรื่องใหม่ที่ถูกใจคุณแน่นอน
มาแล้ว#แนวทำสวน #ทำฟาร์ม #เลี้ยงลูก ที่นักอ่านรอคอย
เรื่องย่อ : จากเจ้าสำนักลี้ลับศตวรรษ 21 สู่แม่เลี้ยงปากร้ายในยุคโบราณ! พลิกชะตาสามีขาพิการ และเลี้ยงดูลูกแฝดให้มั่งคั่ง ด้วยศาสตร์พยากรณ์และความลับในมิติ
ต่อด้วยแนว #อบอุ่นหัวใจ #เด็กน้อย #พี่ชายคลั่งรัก ที่นักอ่านชอบกันมาก ๆ
เรื่องย่อ : จากเด็กกำพร้าที่ถูกทารุณจนเกือบสิ้นใจ… สู่ท่านประธานตัวน้อยผู้กุมบังเหียนตระกูลฉิน พร้อมพลังลับจากสร้อยข้อมือเงินที่สยบทุกอันตราย!
พิเศษ! อัปตอนนำก่อนใครที่ Enjoybook โหลดมาอ่านกันได้เลย มีให้อ่านแบบออฟไลน์ด้วยนะ
บทที่ 1 บ้านตระกูลซูมีลูกสาวแล้ว
บทที่ 1 บ้านตระกูลซูมีลูกสาวแล้ว
หมู่บ้านต้าหลิ่วซู่คึกคักเป็นพิเศษ!
ชาวบ้านต่างตื่นเต้นดีใจ วิ่งบอกต่อกันไปทั่ว ส่งต่อข่าวสารเรื่องหนึ่ง
"ตระกูลซูมีลูกสาวแล้ว!"
"จริงหรือ?"
"แน่นอน!"
"โอ้โฮ! นี่มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ นะ!"
"ใครว่าไม่ใช่ล่ะ! ตระกูลซูที่แข็งกระด้างเหมือนเหล็กนี่ ในที่สุดก็ออกดอกออกผลเสียที!"
"พูดแบบนี้ก็หมายความว่าบ้านตระกูลซูนี่…"
ป้าคนหนึ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ก็ไม่รู้ นางตบเข่าดังฉาด แล้วร้องขึ้นมา
"จะรวยแล้ว!"
ตอนนี้ ตระกูลซูที่ถูกมองว่ากำลังจะร่ำรวยนั้น ทุกคนต่างมีสีหน้าเบิกบานยินดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยความความสุขสมหวัง
ในโถงใหญ่ ผู้เฒ่าซูใบหน้าเปล่งปลั่ง ยิ้มจนเห็นฟันทั้งปาก
"สะใภ้ใหญ่ เจ้าไปยืมแป้งสาลีสองเหลี่ยงจากในหมู่บ้านมาทำน้ำแกงใส่เกี๊ยวให้แม่ของพวกเจ้ากินหน่อย!"
"เจ้าค่ะ ท่านพ่อ!"
ลูกสะใภ้คนโตเดินออกไปอย่างรีบร้อน
"อ้อ แล้วก็ยืมไข่มาสองฟองด้วยนะ เอามาใส่ในน้ำแกงใส่เกี๊ยวให้แม่เจ้าบำรุงร่างกาย!"
"ได้เจ้าค่ะ ท่านพ่อ!"
ลูกสะใภ้คนโตเดินไม่หยุด ราวกับติดล้อไฟไว้ที่เท้า ตอบรับอย่างฉะฉาน
ผู้เฒ่าซูรู้สึกพอใจกับท่าทีของลูกสะใภ้คนโตมาก จากนั้นเขาก็หันไปมองลูกสะใภ้คนรอง
"สะใภ้รอง เจ้าไปยืมน้ำตาลทรายแดงหนึ่งเหลี่ยงจากในหมู่บ้านมา ชงน้ำหวานให้แม่เจ้าดื่ม บำรุงเลือดลมเสียหน่อย!"
ทว่าลูกสะใภ้คนรองกลับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
"ท่านพ่อเจ้าคะ… น้ำตาลทรายแดงมันแพงถึงเพียงนั้น ใครเขาจะยอมให้บ้านเรายืมได้ล่ะเจ้าคะ?"
"อีกอย่าง ยืมมาแล้ว เราไม่ต้องคืนเขาหรืออย่างไรกัน? บ้านเรายากจน แทบจะไม่มีอะไรจะกินอยู่แล้ว จะเอาอะไรไปคืนเขา?"
"นี่มันบ่อไร้ก้นชัด ๆ อะไร ๆ ก็ยืมบ้านอื่น จนจะตายอยู่แล้ว!"
ลูกสะใภ้คนรองทำหน้าไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด
ผู้เฒ่าซูมองลูกสะใภ้คนรองแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร แล้วหันไปมองลูกชายคนรอง
ซูเอ้อร์หู่ถลึงตาใส่ภรรยา แล้วคำรามเสียงต่ำ "พ่อให้เจ้าไป เจ้าก็ไปสิ เร็วเข้า!"
ลูกสะใภ้รองของบ้านตระกูลซูสะดุ้งเฮือก
"เจ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้…"
พูดจบ นางก็วิ่งออกไปทันที
ผู้เฒ่าซูรู้ดีว่าลูกสะใภ้คนรองคนนี้ รังเกียจที่ตระกูลซูยากจนมาตลอด แต่โชคดีที่ลูกชายคนรองของเขาสามารถปราบภรรยาคนนี้ได้อยู่หมัด
ผู้เฒ่าซูและภรรยาจึงทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
หลังจากส่งลูกสะใภ้ทั้งสองคนออกไปแล้ว ผู้เฒ่าซูที่ทำราวกับเป็นแม่ทัพที่กำลังออกคำสั่ง ก็หันไปมองลูกชายทั้งหลายของเขา
"เหล่าต้า เจ้าไปเดินดูแถวตีนเขาสักหน่อย ดูว่าพอจะจับไก่ป่าอะไรได้บ้างหรือไม่ เอามาตุ๋นน้ำแกงไก่ให้แม่ของพวกเจ้า!"
"ขอรับ ท่านพ่อ!"
ซูต้าหู่เป็นคนซื่อ ๆ ตอบรับคำสั่งของบิดาตามสัญชาตญาณ
"เหล่าเอ้อร์ เจ้าพาเจ้าพวกเด็ก ๆ ไปที่ริมแม่น้ำ ไปจับปลาตะเพียนกลับมาสักหน่อย เอามาต้มน้ำแกงปลาให้แม่เจ้าดื่ม ของนั่นมันช่วยบำรุงน้ำนม!" ผู้เฒ่าซูสั่งลูกชายคนรองต่อ
"ท่านพ่อ ยามนี้ในแม่น้ำสะอาดมาก ขนาดปลาเล็กกุ้งน้อยตัวเท่าปลายนิ้วยังจะถูกคนจับไปจนหมด ท่านยังจะให้ไปหาปลาตะเพียนอีก… นี่มันไม่ใช่ฝันกลางวันอยู่หรอกหรือ?"
ซูเหล่าเอ้อร์เกาหัวด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ในใจคิดว่า บิดาของเขาไม่ยอมรับความจริงเอาเสียเลย นี่มันฝันกลางวันชัด ๆ!
ผู้เฒ่าซูถลึงตา ก่อนที่ฝ่ามือหนึ่งจะฟาดลงบนหัวของซูเหล่าเอ้อร์
"ไอ้ลูกเต่า! พล่ามอะไรของเจ้า? บอกให้ไปก็ไปสิ!"
"โอ๊ย ท่านพ่อ ก็ได้ขอรับ ข้าไป! ข้าไป…"
ซูเหล่าเอ้อร์โดนพ่อตบไปหนึ่งฉาด ปากก็รับคำ แต่ร่างกายกลับไม่ขยับเขยื้อน
ไม่เพียงแต่ซูเหล่าเอ้อร์ที่ไม่ขยับ แม้แต่ซูเหล่าต้าก็ไม่ขยับเช่นกัน
อีกทั้งสองพี่น้องยังพร้อมใจกันยืดคอ อยากจะมองเข้าไปในห้องด้านใน
"ไยจึงยังไม่ไปอีก?!" ผู้เฒ่าซูจ้องตาขวางใส่
"ท่านพ่อ ให้พวกเราดูน้องสาวก่อนแล้วค่อยไปได้หรือไม่?" ซูเหล่าเอ้อร์ลองหยั่งเชิง
ซูเหล่าเอ้อร์ก็พูดงึมงำออกมาประโยคหนึ่ง "เพียงสักนิดเท่านั้น"
"ไปให้พ้น! ดูอะไรกัน? พวกเจ้ามันพวกผู้ชายหยาบ ๆ หากทำให้ลูกสาวคนเล็กของข้าตกใจจะทำอย่างไร?" ผู้เฒ่าซูเอ่ยด้วยสีหน้ารังเกียจ
เหล่าลูกชายบ้านตระกูลซูพลันพบว่าตัวเองกลายเป็นแค่เศษหญ้าไปแล้ว
ช่างเจ็บใจจริง ๆ!
บิดาบุญธรรม! นี่มันบิดาบุญธรรมชัด ๆ!
"ท่านพ่อ พวกเราเป็นลูกชายของท่านนะขอรับ" ซูเอ้อร์หู่กุมหน้าอก ทำหน้าเศร้า
"ลูกชายจะมีกลิ่นหอมเหมือนลูกสาวได้อย่างไร?!" ผู้เฒ่าซูพูดอย่างหนักแน่น พร้อมกับซ้ำเติมไปอีกหนึ่งดอก
เหล่าลูกชายบ้านตระกูลซู รู้สึกหัวใจแตกละเอียดเป็นเศษแก้ว
"เร็ว ๆ เข้า ใครต้องทำอะไรก็ไปทำซะ! ครบสามวันแล้วจะให้พวกเจ้าดู!" ผู้เฒ่าซูโบกมือประกาศอย่างใจดี
แม้ว่าในใจของพี่น้องตระกูลซูจะยังคงร้อนรนอยากเห็นน้องสาว แต่ภายใต้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่สิ ภายใต้กำปั้นของพ่อตัวเอง ก็จำต้องจากไป
คนที่จับไก่ก็ไปจับไก่ คนที่จับปลาก็ไปจับปลา
ส่วนเรื่องที่จะจับไก่ได้หรือจับปลาได้หรือไม่นั้น ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตาแล้ว
อย่างไรเสียที่ตีนเขานั่น ปกติแล้วแม้แต่ขนไก่ป่าสักเส้นก็ยังไม่เคยเห็น
ส่วนในแม่น้ำนั้นยิ่งสะอาดเอี่ยม ราวกับมีคนเอาตาข่ายมาช้อนไปหมดแล้ว
ผู้เฒ่าซูไล่ลูกชายและหลานชายออกไปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ
เจ้าพวกเด็กเหม็น ๆ ไปกันหมดแล้ว รู้สึกว่าอากาศสดชื่นขึ้นเยอะเลย
ผู้เฒ่าซูจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย ลูบผมให้เข้าที่ แล้วก็ดึงรอยปะที่เสื้อด้านหน้าให้เรียบ จากนั้นจึงเปิดม่านเข้าไปในห้องด้านใน
เขากำลังจะได้พบกับลูกสาวคนเล็กของตัวเองแล้ว!
ผู้เฒ่าซูรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าราวกับกำลังเข้าเฝ้าฮ่องเต้
ไม่รู้เลยว่าลูกสาวของเขาจะหน้าตางดงามหรือไม่?
โอ้โฮ!
ลูกสาวของเขาต้องงดงามแน่ ๆ!
งดงามที่สุดในใต้หล้า!
บทที่ 2 บ้านตระกูลซูเหมือนวัดที่มีแต่พระ
บทที่ 2 บ้านตระกูลซูเหมือนวัดที่มีแต่พระ
ในห้องด้านใน ซูเหล่าไท่ไท่กำลังนอนอยู่บนเตียงอุ่น แววตาซีดเซียวและอ่อนแรงเล็กน้อย
ข้าง ๆ กัน ในผ้าห่มผืนเล็ก ๆ ที่มีรอยปะเต็มไปหมด ห่อหุ้มเด็กหญิงตัวน้อยที่งดงามราวกับรูปสลักหยกเอาไว้
เด็กหญิงตัวน้อยกำลังหลับตาพริ้ม หลับสนิทอย่างหวานชื่น
ขณะที่หลับ มุมปากของนางก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มหวาน
ผู้เฒ่าซูตื่นเต้นจนน้ำตาแทบไหล
เพียงแค่มองแวบเดียว หัวใจแทบละลาย
"ภรรยา ลูกสาวของเรายิ้มแล้วนะ…" เสียงของผู้เฒ่าซูสั่นเครือ
ซูเหล่าไท่ไท่ก็รู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน ใบหน้าซีด ๆ ของเธอเผยความดีใจออกมา
"ลูกสาวของเรา คงจะฝันดีอะไรสักอย่างสินะ?" ซูเหล่าไท่ไท่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาเต็มไปด้วยความรักใคร่
หัวใจดวงน้อยอ่อนโยนเสียจนแทบจะบีบน้ำตาออกมา
ผู้เฒ่าซูมองลูกสาวตัวน้อยของตน ยิ่งมองยิ่งเอ็นดู
ผิวของลูกสาวตัวน้อยขาวนุ่มนิ่มน่ารัก ราวกับไข่ขาวต้มสุก
ไม่เหมือนกับพวกเด็กผู้ชายพวกนั้นเลย ตอนที่เพิ่งเกิดมา ผิวเหี่ยวย่นอย่างกับลูกลิงตัวน้อย
แน่นอนว่า ลูกสาวตัวน้อยและเด็กผู้ชายเหม็น ๆ พวกนั้น ช่างแตกต่างกันเสียจริง!
ผู้เฒ่าซูไม่ยอมรับว่าตัวเองสองมาตรฐานเด็ดขาด
ซูเหล่าไท่ไท่เห็นท่าทางของผู้เฒ่าซูแล้วก็หลุดขำพรืด
"ทำตัวไม่เอาไหนจริง ๆ เหมือนไม่เคยเห็นลูกสาวมาหลายภพหลายชาติ" ซูเหล่าไท่ไท่ดุผู้เฒ่าซู
แต่น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจนั้นเห็นได้ชัดเจน
ผู้เฒ่าซูก็ไม่ได้โกรธ แต่กลับหัวเราะอย่างมีความสุข
"ก็เหมือนไม่เคยเห็นลูกสาวมาหลายภพหลายชาติจริง ๆ นั่นแหละ" ผู้เฒ่าซูทอดถอนใจระบายความรู้สึก "หลายปีมานี้ในบ้านก็มีแต่เด็กผู้ชายเกิดมาเรื่อย ๆ ไม่ต่างอะไรกับพระในวัดเลย"
ผู้เฒ่าซูพูดจบก็ถอนหายใจยาว
ในใจรู้สึกตื่นเต้นมาก
เขารู้ดีว่า ไม่ใช่แค่ตระกูลซูในรุ่นเขาเท่านั้น
พ่อของเขา ปู่ของเขา ก็ไม่เคยมีลูกสาวเลยเช่นกัน!
ตอนนี้ดีแล้ว ธรรมเนียมที่ตระกูลซูไม่เคยมีลูกสาวก็ได้ถูกเขาทำลายลงแล้ว!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ผู้เฒ่าซูก็รู้สึกภูมิใจจนแทบจะลอยได้
ผู้เฒ่าซูไม่ออกไปไหนอีกแล้ว เอาแต่นั่งอยู่ข้างเตียง มองลูกสาวตัวน้อยของตนพลางพูดคุยกับภรรยาด้วยความอบอุ่น
"ภรรยา เจ้าคือผู้มีคุณูปการต่อตระกูลซูของเรา… ครอบครัวเราต้องรอมาหลายชั่วอายุคน กว่าจะได้ลูกสาวแสนน่ารักคนนี้มา"
"เมื่อถึงวันที่เราจากโลกนี้ไป ข้าจะไปขอความดีความชอบให้เจ้าต่อพ่อแม่ ไม่สิ ต่อบรรพบุรุษของตระกูลซู…"
ซูเหล่าไท่ไท่ได้ยินผู้เฒ่าซูพูดจาเรื่อยเปื่อยไม่หยุด ก็อดขำไม่ได้
"พอเถอะ ๆ อย่าพูดอีกเลย พวกเราสองคนต้องมีอายุยืนยาว เพื่อเลี้ยงดูลูกสาวให้เติบใหญ่"
"นั่นสิ ลูกสาวคนนี้พวกเราก็รอคอยมานาน จะปล่อยให้นางต้องลำบากไม่ได้" ผู้เฒ่าซูพยักหน้าหงึก ๆ
พร้อมกันนั้น ในใจก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ พรุ่งนี้จะเลิกสูบยาเส้นเสีย
ได้ยินมาว่าการสูบยาเส้นนั้นเป็นภัยต่อร่างกาย
ผู้เฒ่าซูมองลูกสาวคนเล็กของตัวเอง ความตั้งใจที่จะเลิกสูบยานั้นแน่วแน่มาก
แต่ก่อนไม่ว่าใครจะมาขอร้องให้เขาเลิก เขาก็ไม่เคยใส่ใจ
แต่ตอนนี้ไม่ต้องมีใครมาเตือน เขาก็ตัดสินใจด้วยตัวเอง
พูดถึงเรื่องนี้ ผู้เฒ่าซูกับซูเหล่าไท่ไท่รอคอยลูกสาวมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว
ทว่า ลูกก็เกิดมาทีละคน ทีละคน ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กผู้ชาย
คู่สามีภรรยาสูงวัยแทบจะสิ้นหวังแล้ว
สุดท้าย ทำอะไรไม่ได้ จำต้องฝากความหวังไว้กับลูกชาย
ลูกสะใภ้ทั้งหลายต่างก็ทำหน้าที่ได้ดี พอแต่งงานก็ตั้งท้อง คลอดลูกได้อย่างราบรื่น
แต่ก็ยังคงเป็นเด็กผู้ชายอยู่ดี!
หัวใจของสองสามีภรรยาแทบจะเย็นเฉียบไปหมดแล้ว
ไม่คาดคิดว่า ภรรยาของผู้เฒ่าซูจะตั้งท้องในวัยชรา และคลอดลูกสาวตัวอ้วนท้วนออกมา
ผู้เฒ่าซูรู้สึกว่าชีวิตของเขาในชาตินี้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
แม้ว่าชีวิตจะยากจน แต่ตอนนี้เขาก็มีลูกสาวแล้วไม่ใช่หรือ?
ในตอนนี้ ผู้เฒ่าซูทำท่าทางราวกับว่ามีลูกสาวแล้วทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบ
ซูเหล่าไท่ไท่มองผู้เฒ่าซูแวบหนึ่ง จู่ ๆ ก็ลดเสียงลง พลางถามอย่างมีนัยสำคัญ "ท่านยังจำคำทำนายของหมอดูเมื่อหลายปีก่อนได้อยู่ใช่หรือไม่? ที่บอกว่าถ้าบ้านเราได้ลูกสาว…"
ซูเหล่าไท่ไท่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ผู้เฒ่าซูชะงักไปชั่วครู่ ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
จากนั้นก็โบกมือปฏิเสธ พลางกล่าวว่า "จะไปเชื่อคำพูดของพวกต้มตุ๋นได้อย่างไรกัน?"
ซูเหล่าไท่ไท่ได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก
เพียงแต่มองลูกสาวคนเล็กของตัวเอง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารักน่าเอ็นดู
ไม่ว่าคำพูดของพวกหมอดูจะน่าเชื่อถือหรือไม่ ก็จะทะนุถนอมลูกสาวที่รอคอยมานานนี้สุดหัวใจ
"ท่านช่วยตั้งชื่อให้ลูกสาวหน่อยเถิด" ซูเหล่าไท่ไท่พูด
จากนั้นนางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงกำชับเพิ่มอีกประโยค
"คราวนี้ท่านต้องตั้งใจตั้งชื่อให้ดี อย่าทำแบบขอไปที"
"ฟังที่เจ้าพูดสิ ข้าเคยตั้งแบบขอไปทีที่ไหนกัน" ผู้เฒ่าซูพูดอย่างไม่พอใจ
เสียงยังคงเบามาก กลัวว่าจะรบกวนลูกสาวตัวน้อย
"ยังคิดไม่ออกอีกหรือ? ลูกชายหกคน ตอนมีลูกคนโตก็แค่ตั้งชื่อว่า ต้าหู่ แบบส่ง ๆ หลังจากนั้นลูกชายอีกหลายคนก็เรียกตามกันมา ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย"
ซูเหล่าไท่ไท่พูดแขวะสามีตัวเองอย่างไม่ไว้หน้า
อย่างไรเสีย ตอนนี้นางก็เป็นผู้มีคุณูปการของตระกูลซูแล้ว จึงเชิดหน้าชูคออย่างภาคภูมิ
"ก็… ก็นั่นมันแค่เด็กผู้ชายตัวเหม็น ๆ นี่ จะเรียกอะไรก็ได้ทั้งนั้น" ผู้เฒ่าซูพูดอย่างเก้อเขิน พอนึกถึงลูกชายพวกนั้นก็ทำหน้าเบื่อหน่าย
ซูเหล่าไท่ไท่เห็นท่าทีดื้อรั้นของสามีตัวเอง นางจึงไม่กระตุ้นเขาอีก แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มในแววตา
"เด็กผู้ชายจะเรียกอะไรก็ได้ แต่ลูกสาวคนเล็กไม่ได้นะ"
"แน่นอน!" ผู้เฒ่าซูเห็นด้วยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
ลูกสาวตัวน้อยที่รักของเขา จะต้องตั้งชื่อที่มีความหมายเป็นมงคล มีความหมายลึกซึ้ง และต้องเป็นชื่อที่ดีมีระดับ
"เช่นนั้น… เรียกต้าเป่าดีหรือไม่?" ผู้เฒ่าซูถามอย่างไม่แน่ใจ
ซูเหล่าไท่ไท่มุมปากกระตุกเล็กน้อย มองผู้เฒ่าซูด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
"ลูกชายโง่เขลาของตระกูลหวัง ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านก็ชื่อต้าเป่า คิดใหม่!"
ผู้เฒ่าซูพับแขนเสื้อขึ้น สูดหายใจเข้าลึก ๆ ความคิดก็พลันแล่นเข้ามาในหัว
"หรือจะตั้งชื่อว่าฝูเหมียนดี? มีความหมายว่าความสุขและความมั่งคั่งที่ยั่งยืน"
ผู้เฒ่าซูรู้สึกว่าในที่สุดก็ตั้งชื่อที่มีความหมายลึกซึ้งและแฝงไปด้วยภูมิปัญญาได้สำเร็จ
เมื่อก่อนเขาก็เคยเรียนหนังสือและอ่านออกเขียนได้
แต่ต่อมาความรู้ทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปพร้อมกับข้าวต้มและโจ๊กที่กินลงไปในท้อง
"อันนี้… ก็ไม่เลวนะ" ซูเหล่าไท่ไท่พยักหน้า "ข้าไม่ได้หวังให้ลูกสาวเล็กของเราร่ำรวยมีฐานะอะไรในอนาคตหรอก ขอเพียงให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ได้แต่งงานกับผู้ชายที่รู้จักดูแลเอาใจใส่ ได้เจอแม่สามีที่ใจดีมีเมตตา ถึงชีวิตจะลำบากหน่อย แต่ถ้าหัวใจมีความสุข ชีวิตก็จะหวานชื่นไปเอง"
เหมือนกับชีวิตของตัวนางเอง
แม้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างยากจน แต่ในใจกลับหวานชื่น
ผู้เฒ่าซูได้ฟังคำพูดของภรรยาแล้วก็เกิดความคิดขึ้นมา
"เช่นนั้นก็ชื่อว่าถังเป่าดีกว่า! หวังว่าลูกสาวของเราจะมีชีวิตที่หวานชื่นเหมือนน้ำตาลไปตลอดชีวิต" ผู้เฒ่าซูตัดสินใจในทันที
ซูเหล่าไท่ไท่ดวงตาเป็นประกาย "ชื่อนี้ดี! เรียกว่าถังเป่าเลย"
คู่สามีภรรยาสูงวัยมองหน้ากันพร้อมรอยยิ้ม ต่างฝ่ายต่างเห็นความพึงพอใจในดวงตาของอีกฝ่าย
"ชื่อจริงคือ ซูถัง ชื่อเล่นคือ ถังเป่า"
ผู้เฒ่าซูยิ้มแย้มด้วยความดีใจ
"ดี"
ซูเหล่าไท่ไท่เอ่ยคำว่าดีมากออกมา ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มงดงาม
จากนั้นก็ก้มลงมองลูกสาวตัวน้อย พลางพูดว่า "ถังเป่า แม่คือแม่ของเจ้า ลูกรักของแม่…"
ซูเหล่าไท่ไท่ลูบแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวตัวน้อยเบา ๆ น้ำเสียงทั้งนุ่มนวลและแผ่วเบา ราวกับน้ำตาจะไหล
น้ำเสียงแบบนี้ นางเคยใช้กับผู้เฒ่าซูเมื่อตอนแต่งงานใหม่ ๆ เท่านั้น
"ถังเป่า พ่ออยู่นี่ ต่อไปพ่อจะซื้อลูกกวาดให้เจ้ากิน…"
ผู้เฒ่าซูก็คุกเข่าลงข้างเตียง พูดกับลูกสาวตัวน้อยด้วยเสียงแผ่วเบา ราวกับคนโง่เขลา
เสียงดังอะไรขนาดนี้?
ใครกำลังพูดพึมพำอยู่ข้างหูนางกัน?
ใครกำลังเรียกชื่อของนางอยู่ตลอดเวลา?
ถังเป่าตัวน้อยขมวดคิ้วเล็กน้อย ค่อย ๆ ลืมดวงตากลมโตเหมือนลูกองุ่นขึ้นมา…
บทที่ 3 พ่อคนนี้ ออกจะโง่ไปหน่อยนะ
บทที่ 3 พ่อคนนี้ ออกจะโง่ไปหน่อยนะ
"ลูกสาวตื่นแล้ว! ลูกสาวมองข้าแล้ว! แม่ของลูก! ภรรยา! เจ้าเร็วเข้า มาดูสิ ลูกสาวของเรามองข้าแล้ว…"
ผู้เฒ่าซูใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น จนแทบพูดอะไรไม่ออกแล้ว
อยากจะแตะต้องลูกสาวตัวน้อย แต่กลัวว่ามือตัวเองจะหยาบเกินไป ทำให้ผิวลูกสาวเป็นรอย
ผิวของลูกสาวตัวน้อยนั้นนุ่มนิ่มราวกับเต้าหู้อ่อน เขาไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้อง
"อายุปูนนี้แล้ว ยังจะตื่นเต้นเป็นเด็ก ๆ ไปได้?" ซูเหล่าไท่ไท่ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม
แต่ถึงอย่างนั้น ตัวนางเองก็จ้องมองลูกสาวตัวน้อยของตนไม่วางตาเช่นกัน
เมื่อลูกสาวตัวน้อยมองมาที่ตัวเอง หัวใจก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
ช่างอยากจะควักหัวใจทั้งดวงออกมามอบให้เจ้าก้อนแป้งนุ่มนิ่มสีชมพูคนนี้เสียจริง!
ถังเป่าตัวน้อยพยายามลืมตาให้กว้าง อยากจะมองคนตรงหน้าให้ชัด ๆ
แต่สายตาของนางยังคงพร่ามัวอยู่เสมอ
ได้เลย นางจะลืมตา!
ลืมตาอีก!
ลืมตาต่อไป!
"แม่ของลูก เจ้าดูสิ! ลูกสาวกำลังถลึงตา… นาง…นางกำลังถลึงตาใส่ข้า…"
ผู้เฒ่าซูตื่นเต้นจนต้องถูมือไปมา
ถังเป่า…
คนคนนี้ ออกจะโง่ไปหน่อยนะ!
ถึงแม้เสี่ยวถังเป่าจะมองไม่ค่อยชัด แต่นางก็ได้ยินทุกอย่างชัดเจน
นั่นนางถลึงตาหรือ?
เหมือนจะ… ก็นับว่าใช่?
แต่ว่า นางถลึงตาใส่เขา แล้วเขาจะดีใจเหมือนคนโง่ทำไมกัน ตลกชะมัด!
ผู้เฒ่าซูไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังโดนลูกสาวดูถูก
ความดีใจนั้นเรียกได้ว่าเลือดลมสูบฉีด
โอ้โฮ! เขาถูกลูกสาวถลึงตาใส่!
ช่างเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอะไรเช่นนี้!
คุ้มค่าให้เขาภาคภูมิใจไปทั้งชีวิตแล้ว!
จะต้องบอกเจ้าเด็กแสบพวกนั้น ให้พวกเขาอิจฉาเล่น!
ที่แท้ลูกสาวตัวน้อยของเขาถึงแม้จะถลึงตาก็ยังดูน่ารักขนาดนี้
ส่วนคำพูดที่ภรรยาดูถูกว่าตื่นเต้นเป็นเด็ก ๆ นั้น ผู้เฒ่าซูไม่ได้สนใจฟังเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักขนาดนี้ จะไปสนใจอย่างอื่นได้ยังไง
ซูเหล่าไท่ไท่ก็ประหลาดใจเช่นกัน
"ลูกสาวตัวน้อยของเรา ถลึงตาเป็นจริง ๆ ด้วย?"
นางมีลูกชายมาหลายคน อุ้มหลานชายมาก็มาก แต่ยังไม่เคยมีเด็กคนไหนที่อายุเท่านี้จะถลึงตาเป็นเลย
ดูสิ ดวงตากลมโตคู่นี้พอถลึงขึ้นมา เหมือนกับอัญมณีสีดำ ช่างมีประกายเจิดจ้าอะไรเช่นนี้!
ดูก็รู้เลยว่าเป็นเด็กฉลาดหลักแหลม!
จริงอย่างที่คิด ลูกสาวตัวน้อยกับเจ้าเด็กผู้ชายตัวแสบพวกนั้นแตกต่างกันจริง ๆ
ซูเหล่าไท่ไท่ก็สองมาตรฐานอย่างไม่เกรงใจใครเช่นกัน
ในที่สุดถังเป่าก็มองเห็นคนสองคนตรงหน้าได้ชัดเจน
เอ๊ะ นี่ใครกัน?
ทำไมนางไม่รู้จัก?
ถังเป่ากะพริบตาปริบ ๆ
ทันใดนั้น ภาพต่าง ๆ ก็แวบผ่านเข้ามาในความทรงจำของนาง…
เสี่ยวถังเป่าเบะปาก ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
ความง่วงเริ่มเข้าครอบงำ ถังเป่าหาวหวอดเล็ก ๆ อย่างน่ารัก แล้วค่อย ๆ หลับตาลง
"ทำไมลูกสาวถึงหลับอีกแล้วล่ะ?" ผู้เฒ่าซูรู้สึกร้อนใจ
เขายังไม่ทันได้คุยกับลูกสาวสักเท่าไหร่เลย ทำไมลูกสาวถึงหลับไปได้
"ลูกสาว เร็วเข้า ถลึงตาใส่พ่ออีกสักสองสามที ไม่สิ ทีเดียว ทีเดียวก็ได้!"
ผู้เฒ่าซูถูมือไปมา อยากจะเอื้อมมือไปถ่างเปลือกตาของถังเป่า ให้ถังเป่าถลึงตาใส่เขาแรง ๆ สักที
"ลูกสาวหลับแล้ว ท่านอย่ามาพูดมากนะ ถ้ารบกวนลูกสาวนอน ข้าไม่ปล่อยท่านไว้แน่"
ซูเหล่าไท่ไท่พูดพลางถลึงตาใส่ผู้เฒ่าซูอย่างแรง
มีลูกสาวแล้ว ผู้ชายอะไรนั่น ไปไกล ๆ เลย!
ความปรารถนาที่จะถูกถลึงตาใส่ของผู้เฒ่าซู ในที่สุดก็สมหวัง
น่าเสียดาย ที่ไม่ใช่ลูกสาวตัวน้อยของเขาเป็นคนถลึงตาใส่
ถ้าพูดถึงบ้านตระกูลซูในหมู่บ้านต้าหลิ่วซู่นั้น ต้องบอกว่าเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก
เพราะว่า ครอบครัวนี้มีลูกชายเก่งเหลือเกิน!
ขอเพียงได้แต่งเข้าบ้านนี้ไปแล้ว ในท้องจะต้องมีแต่เด็กผู้ชายอย่างแน่นอน
นี่ทำให้ครอบครัวที่ไม่มีลูกชายทั้งหลายต่างก็อิจฉาจนตาร้อนผ่าว
อีกอย่างก็คือ ครอบครัวนี้ยากจน
ยากจนอย่างที่สุด!
จนกรอบ
จนไม่มีอะไรเลยนอกจากฝาสี่ด้าน
จนเหลือแต่เจ้าเด็กแสบเต็มบ้าน
นี่คือคำพูดเดิม ๆ ของผู้เฒ่าซู
ด้วยเหตุนี้ จึงสร้างความเกลียดชังไปทั่ว
ในตอนนี้ ทันทีที่ซูต้าหู่และคนอื่น ๆ ออกจากประตูใหญ่ ก็เปรียบเสมือนเข็มทิศของหมู่บ้านต้าหลิ่วซู่ ถูกห้อมล้อมไปด้วยรัศมีแห่งการนินทาโดยธรรมชาติ
"ต้าหู่ แม่ของเจ้าคลอดน้องสาวให้พวกเจ้าจริง ๆ หรือ?" คำถามเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ใช่แล้ว" ซูต้าหู่ตอบอย่างมีความสุข
เดินไปอีกไม่กี่ก้าว
"ต้าหู่ แม่ของเจ้าคลอดลูกสาวจริง ๆ หรือ?"
"ใช่ คลอดแล้ว"
เดินไปอีกไม่กี่ก้าว
"ต้าหู่…"
"ท่านลุงรอง ท่านไม่ต้องถามแล้ว คลอดแล้ว" ซูเอ้อร์หู่ ชิงตอบแทนพี่ชายของตน
"ไอ้เด็กแสบ เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจะถามอะไร ถึงได้ตอบว่าคลอดแล้ว?" ท่านลุงรองถลึงตาใส่
"ได้ ๆ งั้นท่านถามมาเลย"
"แม่ของเจ้าคลอดลูกสาวอ้วนจ้ำม่ำจริง ๆ หรือ?"
"เห็นไหมล่ะ รู้แล้วว่าท่านต้องถามเรื่องนี้ คลอดแล้ว!"
"ไอ้เด็กแสบ…"
ท่านลุงรองยื่นมือจะตีซูเอ้อร์หู่
พี่น้องบ้านซูเดินไปตลอดทาง ก็ถูกคนหยุดถามตลอดทาง จนกระทั่งถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน
ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน มีคนนั่งอยู่กลุ่มใหญ่
เมื่อเห็นพี่น้องบ้านซูเดินผ่าน ก็หันมามองเป็นตาเดียวกันทันที
เรื่องที่ซูเหล่าไท่ไท่คลอดลูกสาวอ้วนจ้ำม่ำ ยังไงก็ต้องได้รับการยืนยันจากปากของคนบ้านซูอีกทีไม่ใช่หรือ?
ถึงแม้จะรู้แล้ว ก็ยังต้องคุยกันอีกสักหน่อยถึงจะสะใจ
"ต้าหู่ จะไปไหนกันหรือ?"
พี่ใหญ่ซู หรือก็คือซูต้าหู่ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในที่สุดก็มีคนเปิดประเด็นที่ไม่เหมือนคนอื่นเสียที
"จะไปเดินเล่นแถวตีนเขาน่ะ" ซูต้าหู่ตอบ
แม้ว่าจะรู้เรื่องราวกันดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังอดที่จะคุยกันต่อไม่ได้
จากนั้น…
"แม่ของเจ้าคลอดน้องสาวให้พวกเจ้าจริง ๆ หรือ?"
ซู่ต้าหู่ "…ใช่"
ก็ยังหนีไม่พ้นคำถามเดิม ๆ
"เป็นลูกสาวจริง ๆ แน่รึ? ไม่ได้โกหกใช่หรือไม่?" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
ซูต้าหู่: "…จริงแท้แน่นอน"
เรื่องแบบนี้จะโกหกได้ยังไง?
ซูต้าหู่ลูบศีรษะตัวเอง
"ต้าหู่ แม่ของเจ้านี่มัน… เรียกว่าอะไรนะ ใช่แล้ว หอยเฒ่าให้มุก!" มีคนพูดด้วยความอิจฉา
"ป้าซูนี่เก่งจริง ๆ นะ" มีคนพูดอย่างมีความหมายแฝง
"ข้าว่าผู้เฒ่าซูต่างหากที่เก่ง อายุมากแล้วยังแข็งแรง ไม่เห็นรึว่าเดินเหินยังคล่องแคล่ว…"
"นั่นก็จริง…"
ผู้คนที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พูดไปพูดมาเกือบจะออกนอกเรื่อง
โชคดีที่มีคนรีบดึงกลับมาสู่เรื่องเดิมอย่างรวดเร็ว
"ต้าหู่ บ้านของพวกเจ้าในที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้แล้วนะ"
"ใช่ ๆ ต้าหู่ พอพวกเจ้าร่ำรวยแล้ว อย่าลืมเพื่อนบ้านอย่างพวกเรานะ"
"ใช่ ๆ ต้าหู่เอ๋ย นึกถึงตอนเจ้ายังเด็ก ข้ายังเคยอุ้มเจ้าเลยนะ…"
"ต้าหู่…"
ในชั่วขณะนั้น เหล่าจีนมุงใต้ต้นไม้ใหญ่ต่างก็ยิ้มให้ซูต้าหู่อย่างสนิทสนม
ซูต้าหู่…
ซูต้าหู่เริ่มจะรับมือไม่ไหวแล้ว
เดิมทีเขาก็เป็นคนซื่อ ๆ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ในใจ