โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BPPลั่นครึ่งหลังปี68ปรับดีขึ้น เหตุดีมานด์ไฟสหรัฐฯพุ่ง-เลื่อนปิดซ่อมBLCPจ่อเสนอขายไฟนอกสัญญา

Manager Online

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 09.55 น. • MGR Online

BPPชี้ครึ่งหลังปี68ปรับตัวดีขึ้นจากความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีเลื่อนปิดซ่อมบำรุงจากไตรมาส3ปีนี้เป็นปีหน้าแทน ทำให้ขายไฟฟ้าครบตามสัญญาก่อนกำหนด เตรียมเจรจาขายไฟนอกสัญญาราว 1 เดือน จ่อเจรจากระทรวงพลังงานอายุโรงไฟฟ้า BLCPออกไป 10 ปี ส่วนแผนลงทุน 5 ปียังตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่อีก 1,500 เมกะวัตต์ งบลงทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเร่งเจรจาM&Aโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี2568 จะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากไตรมาส3นี้เข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศสหรัฐฯ ทำให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผลประกอบการของโรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II ในสหรัฐฯปรับตัวดีขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทได้เข้าสู่ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า (Power Trading) ในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT (Electric Reliability Council of Texas) นับเป็นบริษัทไทยรายแรกที่รุกธุรกิจPower Trading ในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT รวมถึงธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้า( Power Retail )ผ่านBKV Energy ซึ่งเป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดสหรัฐฯ สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจผลิตไฟฟ้าครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedge) เพื่อล็อกรายได้ไว้แล้วบางส่วน ช่วยหนุนให้รายได้ปีนี้ทำให้ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทได้เลื่อนการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าถ่านหิน BLCP ในประเทศไทย หน่วยผลิตที่ 2 จากเดิมจะปิดซ่อมบำรุงในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ก็เลื่อนไปเป็นปี 2569 ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายราว 100 ล้านบาท รวมทั้งยังรับรู้รายได้จากการขายไฟนอกสัญญาหลังผลิตไฟฟ้าครบตามสัญญาเร็วกว่ากำหนดราว 30วัน

ส่วนกรณีโรงไฟฟ้า BLCP ที่จะหมดอายุสัญญาในปี 2575 บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมเสนอกระทรวงพลังงานเพื่อพิจารณาต่ออายุโรงไฟฟ้าออกไป 10 ปี

สำหรับงบลงทุนปีนี้ บริษัทเตรียมไว้ประมาณ 200 – 400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยครึ่งปีแรกนี้ใช้เงินลงทุนไปแล้วประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการลงทุนธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ในประเทศญี่ปุ่น ส่วนเงินลงทุนที่เหลือเตรียมไว้สำหรับรองรับการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้า และการเข้าซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าในต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐฯที่อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายโครงการ ทำให้ผลประกอบการเติมโตตามแผน

นายอิศรา กล่าวว่า บริษัทตั้งงบลงทุนสำหรับ 3-5 ปี ไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 2573 จากปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 3,600 MW พร้อมตั้งเป้ากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า

สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกปี 2568 BPP มีกำไรสุทธิ 1,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 4,486 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ Temple I และ II ปรับตัวดีขึ้น และมีกำไรจากการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน (Change in Fair Value of Financial Instrument) อันเป็นผลจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงในราคาที่ดี โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHPs) ในจีนที่บริหารต้นทุนถ่านหินได้มีประสิทธิภาพ และรายได้จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น

ธุรกิจพลังงานความร้อน (Thermal Energy): โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งในจีน เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยใช้ชีวมวลร่วมกับเชื้อเพลิงหลักในสัดส่วนร้อยละ 10 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ราว 70,000 ตันต่อปี ส่วนโรงไฟฟ้าโจวผิงได้เริ่มก่อสร้างระบบท่อส่งไอน้ำฝั่งเหนือในเดือน ก.ค.และกำลังศึกษาการขยายท่อเพิ่มเติมไปยังฝั่งตะวันตกและตะวันออกเพื่อส่งมอบไอน้ำที่มีความเสถียรและคุ้มค่าให้แก่ภาคอุตสาหกรรมได้มากขึ้น ขณะที่โรงไฟฟ้า HPC ในสปป. ลาว และ BLCP ในไทย ยังคงรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ 89% และ 90% ตามลำดับ

ธุรกิจ Renewables+: โครงการอิวาเตะ โตโนะ (Iwate Tono) แบตเตอรี่ฟาร์มในญี่ปุ่น กำลังไฟฟ้า 14.5 เมกะวัตต์ ความจุพลังงาน 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดย BPP ยังเดินหน้าขยายธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่ญี่ปุ่น ผ่าน Banpu NEXT ซึ่ง BPP ถือหุ้นร้อยละ 50 โดยตั้งเป้าสู่การเป็นผู้เล่นหลักในธุรกิจ BESS ของญี่ปุ่น พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุน BESS สู่ตลาดสหรัฐฯ ในอนาคต

BPPมุ่งเป็นผู้นำและพัฒนาพลังงานที่ไม่หยุดแค่การผลิตไฟฟ้า แต่ยังต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยธุรกิจ Power Trading ในตลาดสหรัฐฯ ผ่านบริษัทลูก BPPUS นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างรายได้จากธุรกิจซื้อขายสิทธิรายได้จากความแออัดของระบบสายส่งไฟฟ้า หรือ Congestion Revenue Rights (CRR) รวมรายได้ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ CRR ในไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา จนถึงครึ่งปีแรก 2568 กว่า 133 ล้านบาท และเตรียมขยายสู่ตลาด Intercontinental Exchange (ICE) เพื่อทำกำไรจากตลาดซื้อขายไฟล่วงหน้าจากการคาดการณ์ราคาพลังงาน (Proprietary Trade) ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนควบคู่กับธุรกิจผลิตไฟฟ้าอันเป็นธุรกิจหลักของบริษัทที่ยังคงสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...