โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกคดี นรต.โดดร่มไม่กาง จำคุก 4 ปี เป็น 3 ปี ไม่รอลงอาญา

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 11.52 น.

จากเหตุการณ์การฝึกหลักสูตรพลร่มนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่นที่ 69 ที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี แล้วเกิดอุบัติเหตุร่มไม่กาง ส่งผลให้ นรต.ชยากร พุทธชัยยงค์ หรือ น้องโยโย่ และ นรต.ณัฐวุฒิ ติรสุวรรณสุข หรือ น้องฟิว เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 มี.ค.57

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม ได้ยกคำร้องคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 โจทก์ และนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ นายสาธร พุทธชัยยงค์ บิดาของน้องโยโย่ เป็นโจทก์ร่วม ยื่นศาลอุทรณ์นั้น

ล่าสุดวันนี้ 25 ส.ค. 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทรณ์คดี หมายเลขดำที่ อท 17/2563 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 โจทก์ และนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ นายสาธร พุทธชัยยงค์ บิดาของนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) ชยากร พุทธชัยยงค์ หรือ น้องโยโย่ เป็นโจทก์ร่วมกับร้อยเอกกณพ อยู่สุข จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 9 ราย ประกอบด้วย นายสมชาย อำภา จำเลยที่ 2 จ่าเอกกีรดิต สุริโย จำเลยที่ 3 นายรัชเดช เถาว์เพ็ง จำเลยที่ 4 นายวัชรพงษ์ วงษ์สุวรรณ จำเลยที่ 5 พ.ต.อ.อโนทัย ศาสตร์สง่า จำเลยที่ 6 พ.ต.อ.ประพงษ์ ภูฮง จำเลยที่ 7 ร.ต.อ.พิพัฒน์ เยาวเรศ จำเลยที่ 8 และนายสุพร ธนบดี จำเลยที่ 9 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รับอันตรายสาหัส ป.อาญา มาตรา 83, 86, 157, 291, 300 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 11

โดยเมื่อเวลา 08.45 น. นายสาธร และ นายอนันต์ชัย ทนายความ ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 31 มี.ค. 2557 สืบเนื่องจากสลิงที่นำมาติดตั้งบนเครื่องบินไม่ใช่ของแท้ที่ใช้กับเครื่องบินลำที่เกิดเหตุ ก่อนกระโดดร่มกองบินตำรวจ ได้ตรวจสอบด้วยการใช้ผ้ารูดไปที่สลิง พบว่าผ้าขาด แล้วพบว่าสลิงเกิดความเสียหาย จะต้องเปลี่ยน ขณะที่กองบินตำรวจมีสลิงของแท้จากประเทศสเปน จำนวน 2 เส้นๆ ละ 98,000 บาท และเก็บไว้ในสต๊อกของกองบินตำรวจ ซึ่งสามารถนำติดตั้งบนเครื่องบิน แต่กองบินตำรวจไม่ได้เอาของแท้มาเปลี่ยนบนเครื่องบินลำที่เกิดเหตุ แต่บริษัทอุตสาหกรรมการบินกลับให้เจ้าหน้าที่ไปหาสลิงตามท้องตลาดมาใส่ เป็นของปลอมเส้นละ 4,800 บาท มาติดตั้งแทน จึงทำให้ไม่มีมาตรฐาน รวมทั้งการซ่อมไม่มีมาตรฐาน

โดยดัดแปลงนำสลิงดังกล่าวมาตัดและเจียให้ปลายแหลมไปใส่กับหัวยึดเดิม แล้วนำไปติดตั้งบนเครื่องบิน เมื่อนักเรียนนายร้อยตำรวจกระโดดร่มลงมาปกติ สลิงจะดึงฝาร่มเปิด แต่เมื่อสลิงเป็นของปลอมไม่ได้มาตรฐาน ทำให้สลิงหลุดมาทั้งพวง เป็นสาเหตุให้ร่มไม่กาง นักเรียนนายร้อยตำรวจตกลงมาเสียชีวิต

จากกรณีดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นแน่นอน คดีนี้ส่งมาที่ศาลทุจริตและประพฤติมีชอบ จึงส่อให้เห็นแล้วว่า ทุจริตและประพฤติมิชอบ จะด้วยประมาทเลินเล่อ หรือด้อยคุณภาพในการซ่อม หรือมีการทุจริต ต้องรอฟังคำตัดสิน แต่ปัญหาเกิดจากสลิงนี้แน่นอน

ต่อมาเมื่อเวลา 12.06 น. นายสาธรและนายอนันต์ชัย ทนายความ ออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า หลังจากศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกคนละ 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา หลังจากนั้นมีการยื่นอุทรณ์

ต่อมา นายวัชรพงษ์ วงษ์สุวรรณ จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้จัดซื้อลวดสลิงกับเอกชน และ พ.ต.อ.ประพงษ์ ภูฮง จำเลยที่ 7 ได้เสียชีวิต ศาลจึงจำหน่ายคดี เหลือพิจารณาจำเลยที่ 1, 2, 3, 4, 6, 8 และที่ 9 ซึ่งวันนี้ ศาลฯได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทรณ์ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม. ซึ่งถือว่านานมาก โดยศาลอุทรณ์ได้ พิจารณาว่าการกระทำผิดของจำเลยที่ 2, 3, 4, 6, 8 และที่ 9 เป็นการกระทำต่อความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90

โดยจำเลยที่ 2, 3, 4 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291(เดิม) ซึ่งเป็นกฏหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยที่ 8 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157(เดิม) ซึ่งเป็นกฏหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 5 ปี จำเลยที่ 9 ให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ซึ่งเป็นกฏหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 5 ปี

การไต่สวนของจำเลยที่ 2, 3, 4, 8 และ 9 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 คงจำคุก คนละ 3 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 6 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157(เดิม) ซึ่งเป็นกฏหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 ปี และ จำเลยที่ 1 ยกฟ้อง เนื่องจากไม่มีส่วนร่วมในการประมาท

นายสาธร กล่าวภายหลังศาลตัดสินว่า ตนขอแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวกับคดี ซึ่งตนเคารพในคำพิพากษาของศาลอย่างจริงใจ ในศาลชั้นต้นจำคุกคนละ 4 ปี เท่ากัน แต่ศาลอุทรณ์ มีการเพิ่มโทษเป็น 5 ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ เหลือ 3 ปี 4 เดือน ซึ่งถ้าเทียบกับศาลชั้นต้น ถือว่าโทษเบาลง ซึ่งด้วยเคารพในคำพิพากษาของศาล แต่ตนเห็นต่าง คือ ในการสืบพยาน 10 นัด 10 วัน 50 วัน มีนายอนันต์ชัย เพียงผู้เดียวตนเข้าร่วมฟังการสืบพยานทุกนัดทุกคน ตนยังคาใจว่า ทนายอนันต์ชัยได้สอบถามจำเลยว่า ใครเป็นผู้ตัดสลิงเพราะยาวไป และเจีย สลิง เพราะใหญ่ไป

รวมทั้ง ถามว่ามีสลิงของแท้อยู่ทำไมไม่มีใครนำมาติด แต่ทั้ง 2 คำถามจำเลยทุกปาก เงียบไม่ตอบคำถามทั้ง 2 คำถาม ใช้วิธีดื้อเงียบ จนศาลท่านบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวศาลมีดุลพินิจเอง ตนจึงเห็นว่าโทษเบาลง ไม่สมกับที่จำเลยไม่ตอบคำถามทั้ง 2 ข้อ จึงไม่ควรมีเหตุบรรเทาโทษ ซึ่งหลังจากนี้ไปจะยื่นฎีกาให้มีโทษสูงสุด 10 ปี

ส่วนที่ 2 ต้องขอบคุณทนายอนันต์ชัยที่ทำคดีนี้มาคนเดียวทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ทนายอนันต์ชัย เป็นทนายฝ่ายโจทย์คนเดียว ที่สืบพยานทั้งหมด ตนจึงเรียนด้วยความตื้นตันใจว่า หลังจากคดีแพ่งจบแล้วศาลตัดสินให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและการบินไทยร่วมกันเยียวยาเป็นเงิน 7,400,000 บาท เศษ ทนายอนันต์ชัย ไม่ขอรับค่าวิชาชีพใดๆแม้แต่บาทเดียว บอกเพียงว่าขอทำคดีนี้เหมือนลูกชายตน เป็นลูกของทนายอนันต์ชัยเอง จึงขอบคุณทนายอนันต์ชัยอย่างเป็นทางการ

จากนั้น นายสาธร ได้มอบพวงมาลัยดอกมะลิและกระเช้าผลไม้ ก่อนจะกราบที่อกทนายอนันต์ชัยด้วยน้ำตาคลอเบ้าตา ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะเดินทางกลับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...