ชี้ช่องเส้นทางเรือ ‘ย่างกุ้ง-เกาะสอง-ระนอง’ ทางเลือกใหม่ส่งออกเมียนมา
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 04.34 น. • The Bangkok Insightคต. แนะผู้ประกอบการไทยส่งออกเมียนมา เตรียมพร้อมรับมือขั้นตอนนำเข้า-ส่งออกสินค้าทางเรือ ชี้เส้นทางเรือย่างกุ้ง-เกาะสอง-ระนองเป็นทางเลือกใหม่
จากกรณี กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเมียนมา ออกประกาศฉบับใหม่ ที่ 5/2025 Bulletin (Export and Import 5/2025) ลงวันที่ 5 ก.ย. 2568 กำหนดแนวทางสำหรับการยื่นเอกสารการค้าชายแดน Yangon- Kawthaung-Ranong และ Ranong-Kawthaung-Yangon จากท่าเรือชายฝั่งในระบบตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อปรับปรุงจัดระเบียบการยื่นเอกสารให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเมียนมาประกาศให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าทางเรือคอนเทนเนอร์ในเส้นทางนี้จะต้องยื่นขอใบอนุญาตผ่านระบบ Myanmar Tradenet 2.0 ซึ่งเป็นระบบยื่นคำขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกผ่านทางออนไลน์ โดยสามารถติดตามสถานะตั้งแต่การยื่นคำขอ การตรวจสอบ จนถึงการอนุมัติหรือปฏิเสธ
ทั้งนี้ สินค้าที่อยู่ในระบบอนุมัติใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกอัตโนมัติ (Automatic Licensing) จะได้รับการอนุมัติทันทีหากเอกสารครบถ้วน ขณะที่สินค้าอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในระบบดังกล่าว (Non-automatic Licensing) จะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบที่อาจใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน
สำหรับการตรวจสอบสินค้า ณ ท่าเรือขนส่ง จะดำเนินการโดยคณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมการค้าชายแดน (OSS) ที่มีตัวแทนจากหลายหน่วยงานของเมียนมา เช่น กรมศุลกากร และกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและประชากร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมที่จำเป็น เช่น ภาษีเงินได้ล่วงหน้า (Advanced Income Tax: AIT) 2% และค่าธรรมเนียมความปลอดภัยตู้คอนเทนเนอร์ โดยอ้างอิงจากจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่ผู้ประกอบการกรอกไว้ในเอกสาร
นอกจากนี้ หากจำเป็นต้องมีการ X-Ray สินค้า เจ้าหน้าที่จะนำตู้คอนเทนเนอร์ไปตรวจยังท่าเรือที่ติดตั้งเครื่องสแกนดังกล่าว ผู้ประกอบการจึงต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามข้อกำหนด และควรระมัดระวังว่า หากตู้คอนเทนเนอร์ค้างอยู่ที่ท่าเรือนานเกิน 60 วัน อาจถูกดำเนินการตามกฎหมายของเมียนมา
ส่วนเรือที่ใช้ขนส่งจะต้องเป็นเรือที่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าเมียนมา และจะต้องมีการตรวจสอบซีลตู้คอนเทนเนอร์ทั้งที่ท่าเรือต้นทางและปลายทางด้วย
ดังนั้น กรมการค้าต่างประเทศจึงขอแนะนำให้ผู้ประกอบการศึกษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ได้รับการปรับปรุงนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การนำเข้า-ส่งออกเมียนมา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ และสามารถกลับมาทำการค้ากันได้อย่างราบรื่นต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่งออกเดือน ส.ค. 68 ขยายตัว 5.8% เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14
- ‘พาณิชย์’ เฮ!! ส่งออกเดือน ก.ค. 68 ขยายตัว 11.0% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13
- ส่งออกไทยเดือน มิ.ย. ขยายตัว 15.5% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12
ติดตามเราได้ที่