โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบกหนี้กว่า 7 แสน-รายได้ไม่พอใช้ ฐานะการเงิน “มนุษย์เงินเดือนไทย”ไร้ความมั่นคง

Thairath Money

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 00.30 น.
ภาพไฮไลต์

“ชีวิตมนุษย์เงินเดือนอาจไม่ได้มั่นคงอย่างที่เชื่อกันในช่วงก่อนหน้า โดยจากผลสำรวจของทีทีบี พบว่า ฐานะการเงินของมนุษย์เงินเดือน 8 ใน 10 มีภาระหนี้สิน รายได้โตไม่ทันรายจ่าย ทำให้เสี่ยงพังได้แม้ภาวะการเงินสะดุดเพียงเล็กน้อย” นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่มงาน Data และ Analytics ทีเอ็มบีธนชาตกล่าว

ทั้งนี้ “ทีเอ็มบีธนชาต” ได้จัดทำการสำรวจ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกฐานะการเงิน และหนี้สินของมนุษย์เงินเดือน โดยพบว่า ประเทศไทยมีมนุษย์เงินเดือนกว่า 12.5 ล้านคน คิดเป็น 30% ของแรงงานทั้งหมด สร้างรายได้ภาษีบุคคลธรรมดามากถึง 90% หรือ 270,000 บาทต่อปี และได้นำข้อมูลเชิงลึกมาเปิดเผยครั้งแรกนรายงาน Insight มนุษย์เงินเดือน “เดอะแบกตัวจริง” การเงินยุคนี้

.มนุษย์เงินเดือนแบกหนี้กว่า 7 แสนต่อคน

นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่มงาน Data และ Analytics ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) และการสำรวจของ ttb analytics ซึ่งมีข้อมูลล่าสุด ณ เดือนมิ.ย.2567 พบว่า คนไทยเกือบ 40% ของจำนวนประชากร หรือ ประมาณ 25 ล้านคน มีหนี้ในระบบ โดยมีหนี้สินเฉลี่ยสูงกว่า 540,000 ต่อคน โดยเฉพาะกลุ่มวัยสร้างครอบครัวอายุ 35-60 ปี ที่มีภาระหนี้สูงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 740,000 บาทต่อคน โดยเฉพาะหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลยังคงเป็นภาระของทุกช่วงวัย แม้กระทั่งในวัยเกษียณ

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรายย่อยของคนไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า เติบโตชึ้นประมาณ 200% สวนทางกับรายได้เฉลี่ยของคนไทยในช่วง 10 ปีที่เพิ่มขึ้นเพียง 14% เท่านั้น และหากเทียบตั้งแต่ก่อนโควิด19 หรือใน ปี 2561 จนถึงปี 2567 พบว่า มนุษย์เงินเดือนไทย อายุ 25-60 ปี มีหนี้สินเชื่อรายย่อยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 10% และเป็นการเพิ่มขึ้นของหนี้ในช่วง 2 ปีหลัง โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ 30% เป็น 38% ในปี 2567

นอกจากนั้น จากการทำ ttb financial health check หรือโปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ของมนุษย์เงินเดือนในประเทศไทยกว่า 96,000คน ระหว่างเดือนส.ค. 2566 –ก.พ. 2568 ของทีทีบี ยังพบว่า 82% มีภาระหนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ส่วนบุคคลและบัตรเครดิตคิดเป็นสัดส่วนถึง 53% รองลงมาคือหนี้รถ 17% และหนี้บ้าน 15% ที่สำคัญยังพบว่า 49% ของมนุษย์เงินเดือนมีหนี้สะสม จากพฤติกรรมจ่ายขั้นต่ำ หรือผิดนัดชำระ ขณะที่ 65% ของคนที่ยังจ่ายไหวเป็นการชำระเงินขั้นต่ำ ทำให้เกิดความเสี่ยงสะสมจากดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นและอยู่ในวงจรหนี้ไม่สิ้นสุด

.อึ้ง!เงินเดือนแสนบาท“ใช้เดือนชนเดือน”

นายนริศ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจมนุษย์เงินเดือน ข้อมูลยังสะท้อนว่า พฤติกรรมทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 30,000 บาทต่เดือน ส่วนใหญ่ยังขาดภูมิคุ้มกันทางการเงินที่เพียงพอ โดยจากการสำรวจพบว่า 29 % ของมนุษย์เงินเดือนมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และ 51% ระบุว่า ใช้เงินเดือนแบบเดือนชนเดือน ส่งผลให้ 77% มีเงินออมน้อยกว่า 10% ของรายได้ และ 70% ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอ จากที่ควรเงินสำรอง 6 เดือนของรายได้ ยิ่งไปกว่านั้นมากถึง 80% ไม่มีความคุ้มครองที่เพียงพอหากเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายไม่คาดฝัน ส่งผลให้ 54% ของผู้สำรวจระบุว่า หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจะกระทบต่อฐานะการเงินโดยรวมทันที

“ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ปานกลางหรือต่ำเท่านั้น เพราะจากข้อมูลพบว่า 32% ของผู้ที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อเดือน ยังคงใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน และอีก 16% มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ สะท้อนว่าความไม่มั่นคงทางการเงินเกิดขึ้นกับทุกระดับรายได้ ขณะที่ยังพบอีกว่า 57% ของคนที่อยู่ใน Gen X และกลุ่ม Baby Bloomer ยังไม่มีการวางแผนเพื่อการเกษียณ” นายนริศกล่าว

.เร่งปลดภาระ “เดอะแบก” พ้นวงจรหนี้

ด้านนางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบี ตระหนักถึงตัวเลขหนี้สินและภาระของคนไทย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่จะมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และพร้อมช่วยแบ่งเบาภาระของเดอะแบกตัวจริงทางการเงินในบุคนี้ เพราะต้องดูแลทั้งอนาคตของลูก ดูแลพ่อแม่ แบกรับหนี้สินภาระใช้จ่ายในครอบครัว การดูแลเมื่อเจ็บป่วย รวมทั้งยังต้องจ่ายภาษีเพื่อรับภาระของประเทศ

“ที่ผ่านมา มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่จะใช้สินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต ซึ่งดอกเบี้ยสูงถึง 16-24% และหากเป็นการกู้บ้าน หลายคนไม่นิยมรีไฟแนนซ์ เพราะมีความยุ่งยาก แต่จากการคำนวณของทีทีบีพบว่า หากมีการรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยบ้านอย่างต่อเนื่องตลอดสัญญา จะลดภาระดอกเบี้ยได้ประมาณ 500,000 บาท จากดอกเบี้ยเดิมที่ต้องจ่าย นอกจากนั้น การรวมหนี้บ้าน หรือรถกับสินเชื่อบุคค แล้วผ่อนก้อนเดียวจะทำให้ได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าแต่คนยังกังวลกลัวจะเสียบ้านเสียรถไป ซึ่งทีทีบีเข้าใจลูกหนี้ในจุดเหล่านี้และได้คิดโซลูชั่นทางการเงินเพื่อช่วยลดภาระให้”

นางณัฐวรรณ กล่าวว่า หากต้องการที่จะพ้นวงจรหนี้ที่มีอยู่ หรือแบ่งเบาภาระหนี้เดิม จะต้องเริ่มจากการหยุดก่อหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น ก่อนหลังจากนั้นสรุปยอดหนี้ที่มีเพื่อดำเนินการรีไฟแนนซ์ หรือรวมหนี้เพื่อลดดอกเบี้ย โดยทีทีบีสามารถช่วยดูแลผ่านโปรแกรมผ่อนดีมีรางวัล ที่ให้สิทธิพิเศษลูกค้าที่ผ่อนชำระดีได้รับข้อเสนอรีไฟแนนซ์ที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าช่วยให้ปิดหนี้ได้ไวขึ้น รวมทั้ง บริการรวบหนี้ด้วยบ้าน-รถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ช่วยประหยัดดอกเบี้ยให้ถูกลง ค่างวดลดลง มีเงินเหลือใช้เพิ่มขึ้น และเมื่อมีเงินเหลือก็จะสามารถวางแผนการออมเงิน การทำประกัน หรือซื้อกองทุนต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนได้มากกว่าที่เป็นอยู่

********

ท้ายที่สุด จากข้อมูลของทีทีบี “ทีมเศรษฐกิจ ไทยรัฐ” เห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังมีประเด็นที่ต้องแก้ไข ซึ่งตรงกับงานสัมมนาประจำปีของ “ไทยรัฐ” กรุ๊ป ที่จะจัดวันที่ 27 ต.ค.นี้ ในหัวข้อ Thairath Forum 2025:The Next New Economy ที่มีจะมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชน มาช่วยกันให้ความเห็นดีๆ เพื่อร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบกหนี้กว่า 7 แสน-รายได้ไม่พอใช้ ฐานะการเงิน “มนุษย์เงินเดือนไทย”ไร้ความมั่นคง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...