KBANK โชว์กำไรเดด่น รายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ยโต
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 17.34 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - KBANK นักวิเคราะห์ฯ มองธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กำไรไตรมาส 3/2568 ดีกว่าตลาดคาด 16% เป็นผลมาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก ตามรายได้ค่าธรรมเนียม และกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลง และ NPL ค่อนข้างทรงตัวที่ 3.19%ใกล้เคียงไตรมาส 2/2568 โดยมองกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 จะยังเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมชู ราคาหุ้นยังพอมี Upside บวกกับปันผลปีละประมาณ 6-7%
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 ที่1.30 หมื่นล้านบาท ดีกว่าคาด และตลาดคาด +17% และ +16% ตามลำดับ เพราะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) มากกว่าคาด โดยกำไรเพิ่มขึ้น +6% y-y และ +4%q-q เพราะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เพิ่มขึ้น +23% y-y และ +8% q-q จากเงินลงทุน(FVTPL และ Investment) และรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการจากรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน ค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน และค่าธรรมเนียมการโอนเงิน
ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลง -13% y-y จากช่วงปี 2567 เร่งจัดการคุณภาพสินทรัพย์สำหรับสินเชื่อรวมลดลง-0.8% q-q คิดเป็น -2.7% YTD จากเน้นคุณภาพลูกหนี้เป็นหลัก ด้าน NIM ลดลงเหลือ 3.24% จากไตรมาส 2/2568 ที่ 3.32% จากการลดลงของ yield on loan จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลงในช่วงเดือนเมษายนและสิงหาคม ปี 2568 ด้านคุณภาพสินทรัพย์บริหารได้ดี NPL Ratioที่ 3.19% ใกล้กับไตรมาส 2/2568 ที่ 3.18% กำไรสุทธิ 9 เดือนของปี 2568 คิดเป็น 82% ของกำไรสุทธิทั้งปี 2568 คาดที่ 4.77 หมื่นล้านบาท ลดลง -2% y-y
คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้น y-y เพราะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) จากรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ ขณะที่ลดลง q-q เพราะรายได้ดอกเบี้ย (NII) เป็นหลัก ทั้งการลดลงของสินเชื่อรวมเพราะธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและเน้นคุณภาพลูกหนี้, การลดลงของ NIM จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง และ portfolio mixed
อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างการปรับประมาณการ คำแนะนำ และราคาเป้าหมายอีกครั้ง โดยมอง KBANK 1. ธนาคารรักษาระดับเงินปันผลต่อปี dividend yield ที่ราว 7% ได้, 2.บริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีทั้งค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) และ NPL
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด ระบุ KBANK กำไรดีกว่าคาดจาก Non-NII
ผลการดำเนินงานโดยรวม
- กำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 13,007 ล้านบาท (+6% YoY, +4% QoQ) ดีกว่าคาด และตลาดคาด 9% และ 16% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
- รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (+22% YoY, +8% QoQ) เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจากธรุกิจ Asset Management) และกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน/การลงทุนที่ดีขึ้นตามภาวะตลาด
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ลดลง (-7% YoY, -1% QoQ) ตามพอร์ตสินเชื่อและ NIM ที่หดตัว
- สำรอง (-13% YoY, +1% QoQ) ขณะที่ NPL ทรงตัวที่ 3.2%
- Cost-to-income ratio โดยรวมทรงตัว จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
แนะนำ Neutralราคาเป้าหมาย 171.5 บาท/หุ้น
บริษัท หลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุ KBANK ประกาศกำไรไตรมาส 3/2568 ที่ 13,007 ล้านบาท ดีขึ้น 4% QoQ และ 9%YoY ดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าราว 16% โดยหลักเป็นผลจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ปรับตัวดีขึ้น 8% QoQ และสูงกว่าเดิมที่คาดไว้ว่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นมากถึง 14%QoQ หลังสภาวะตลาดที่ดีขึ้นส่งผลให้ค่าธรรมเนียมธุรกิจกองทุนปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่กำไรจากเงินลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัวลงเล็กน้อยราว 1%QoQ ตามแนวโน้ม NIM ที่ลดลงราว 9 bps จากการปรับลดดอกเบี้ย บวกกับสินเชื่อที่อ่อนตัวลงราว 1%QoQ เนื่องจากธนาคารยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 1%QoQ เป็นปกติตามฤดูกาล ส่วนค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 1%QoQ แม้ว่าสัดส่วน NPL จะค่อนข้างทรงตัวที่ 3.19% โดยยังมีการเพิ่มสำรองส่วนเกิน ทำให้สัดส่วน NPL Coverage Ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 166% จาก 152% ในไตรมาส 2/2568 ทั้งนี้สัดส่วนลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างภายใต้มาตรการ "คุณสู้ เราช่วย" ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว 8.8% ของสินเชื่อรวม จาก 8.3% ในไตรมาส 2/2568
คาดกำไรไตรมาส 4/2568 อ่อนตัวลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล
กำไรงวด 9 เดือนของปีนี้ คิดเป็นราว 81% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2568 ที่คาดไว้ที่ 48,016 ล้านบาท (-1%QoQ) โดยคาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะอ่อนตัว QoQ จากค่าใช้จ่ายปลายปีตามฤดูกาล ทั้งนี้อาจต้องรอการฟื้นตัวของกำไรในปี 2569 แทน โดยเบื้องต้นคาดไว้ที่ 50,486 ล้านบาท (+5%YoY) แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจาก NIM ที่ยังคงอ่อนตัวตามแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย แต่อาจเห็นสินเชื่อและคุณภาพหนี้กระเตื้องขึ้นได้บ้างหากแนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น บวกกับธนาคารมีกลยุทธ์ในการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานผ่านโครงการ Early Retire
คงคำแนะนำ "ซื้อ" จากปันผลที่น่าสนใจ
คงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 182 บาท อิง PBV 0.68 เท่า ราคาหุ้นยังพอมี Upside บวกกับปันผลปีละประมาณ 6% จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"