โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พี่สาวขอความเป็นธรรม ด.ญ.วัย 12 ขวบ ถูกเพื่อนเรียงรุ่มตบ ด้านผู้ปกครองคู่กรณี ลั่นเด็กมันเล่นกัน ซ้ำท้าให้ไปแจ้งความ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 05.11 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุีกรายหนึ่งได้โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความขอความเป็นธรรมว่า สวัสดีคะ หนูมาขอความเป็นธรรมให้น้องสาว อยู่ ป.6 ได้โดนเพื่อนไปรับที่โรงเรียน

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุีกรายหนึ่งได้โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความขอความเป็นธรรมว่า สวัสดีคะ หนูมาขอความเป็นธรรมให้น้องสาว อยู่ ป.6 ได้โดนเพื่อนไปรับที่โรงเรียน แล้วรุมตบทำร้ายร่างกายทีละคน จนน้องสาวบอกไม่ไหว อีเด็กพวกนี้ได้บอกว่า งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้มาตบใหม่ ได้ไปคุยกับผู้ปกครองของเด็กในคลิป บอกว่าให้ไปเอาตำรวจมา ผู้ปกครองไม่มีความรับผิดชอบต่อลูก บอกว่าเด็กมันเล่นกัน กูอยากจะเล่นกับลูกพวกมึงด้วยจริง ๆ ถ้าให้เด็กวิวาทร่วมก็อุบาทว์มาก น้องเราโดนตบขนาดนี้บอกวิวาทร่วม ขอความเป็นธรรมให้น้องหนูด้วยค่ะ คนเป็นพี่เป็นแม่เห็นแบบนี้ใครจะรับไหว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก : Pair Patcharita

โดยจากการสอบถามผู้โพสต์ ซึ่งเป็นพี่สาวของเด็กหญิงคนดังกล่าว เผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 ต.ค. 68 โดยในวันนั้น น้องสาว วัย 12 ขวบ ได้เดินกลับถึงบ้านด้วยสภาพเนื้อตัวเปื้อนโคลน เมื่อคุณแม่สอบถาม น้องได้อ้างว่า รถล้ม ก่อนจะรีบขึ้นไปเก็บตัวในห้อง

ต่อมา ตนได้เข้าไปสอบถามจนได้ทราบความจริงว่า หลังเลิกเรียนที่โรงเรียน กลุ่มเพื่อนได้มารับและพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งห่างจากบ้านไม่มากนัก และเริ่มต้นทำร้ายร่างกายแบบผลัดกันเข้าตบและต่อย จนครบทุกคน ก่อนที่เด็กสาวจะเดินกลับบ้านมาเอง

หลังทราบเรื่อง ตนได้ติดต่อไปสอบถามกลุ่มเพื่อนบางคน และได้พบกับผู้ปกครองของเด็กกลุ่มดังกล่าว แต่แทนที่จะแสดงความรับผิดชอบ กลับได้รับคำตอบที่สร้างความตกใจและไม่พอใจอย่างยิ่ง โดยผู้ปกครองอ้างว่า "เด็กมันเล่นกัน" และท้าทายให้ครอบครัวไปแจ้งความ ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับพี่สาวเป็นอย่างมาก เพราะมองว่าน้องสาวถูกทำร้ายอย่างหนัก ไม่ใช่การทะเลาะวิวาทร่วมกัน

ทางด้านครอบครัวจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองจันทบุรี โดยได้เรียกน้องสาวและกลุ่มเพื่อนมายังสถานีตำรวจด้วย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรได้มีการเรียกสอบสวนทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการลงบันทึกประจำวันเพื่อดำเนินคดี เนื่องจากไม่ยอมรับว่า เหตุการณ์นี้เป็นการทะเลาะวิวาทร่วมกัน

ซึ่งทางครอบครัวจึงขอพาเด็กหญิงไป ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอย่างละเอียดก่อน เพื่อรวบรวมหลักฐานและจะเดินทางกลับมาเข้าแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้ง โดยยืนยันจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้อย่างถึงที่สุด

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้ (8 ต.ค. 68) ทางครอบครัวผู้เสียหายได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.คมสรณ์ มาบำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เพื่อร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินคดี ซึ่งเบื้องต้นอาจเข้าข่ายเพียงคดีทะเลาะวิวาท

ภาพจาก เฟซบุ๊ก : Pair Patcharita

ทาง พ.ต.อ.คมสรณ์ ได้รับเรื่องและสั่งการให้มีการปรับเปลี่ยนพนักงานสอบสวน เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างละเอียดรอบคอบ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดจันทบุรี (พม.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดจันทบุรี เพื่อเข้าร่วมกระบวนการสอบสวน

พร้อมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ เรียกคู่กรณีทั้งหมดที่ปรากฏในคลิป พร้อมผู้ปกครองเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการทางคดีตามประเภทความผิด โดยจะต้องมีการสอบปากคำโดยมีสหวิชาชีพ เข้าร่วม

นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำว่า การกระทำผิดในลักษณะนี้ หากการสอบสวนพบว่าผู้ปกครองมีส่วนร่วมหรือละเลย อาจถูกดำเนินคดีร่วมด้วย โดยกำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก

และในช่วงเย็นที่ผ่านมาผู้นำท้องถิ่นได้นำกลุ่มเด็กวัยรุ่นคู่กรณีที่อยู่ในคลิป จำนวน 6 คน เดินทางมาที่ สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อพบพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเข้าแสดงตัวและให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่มเติม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก : Pair Patcharita

เรียบเรียงโดย สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...