โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“คูโบต้า ฟาร์ม” โมเดล พื้นที่ต้นแบบเกษตรทันสมัย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ย 2566 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2566 เวลา 06.15 น.
คูโบต้าฟาร์ม

Foodtech & Agritech เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ต้องการผลักดันให้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย ล่าสุดเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) มหาวิทยาลัยบูรพา และคูโบต้าฟาร์ม สนับสนุนให้มีการจัดพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยีการเกษตร

“คูโบต้า” ผู้พัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรรายใหญ่ที่เข้ามาทำตลาดในไทยกว่า 45 ปี มีตั้งแต่รถแทรกเตอร์ รถเกี่ยวนวดข้าว โดรนการเกษตร และอื่น ๆ ปัจจุบัน “สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น” ได้พลิกบทบาทสู่การเป็นผู้พัฒนาโซลูชั่นด้านการเกษตรอัจฉริยะ (smart farming)

จุดเริ่มต้น “คูโบต้าฟาร์ม”

“รัชกฤต สงวนชีวิน” ผู้จัดการฝ่าย Business Value Creation บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการทำการเกษตรแบบเดิมที่ลงทุนลงแรงไปมากแต่ได้ผลผลิตและรายได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อยสู่การพัฒนาคูโบต้าฟาร์ม ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการทำการเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน บนโจทย์ตั้งต้นที่ต้องการแก้ปัญหาด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปรับปรุงคุณภาพดิน และการคำนวณปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก

นายรัชกฤต สงวนชีวิน

“เราเก็บข้อมูลปริมาณน้ำฝน ทิศทางลม ความชื้น และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาวางแผนการปลูกพืช เราตั้งใจให้ความรู้กับเกษตรกรที่อาจคุ้นเคยกับวิธีการแบบเดิม เช่น ไม่คำนวณปริมาณน้ำ ปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มโดยไม่จำเป็น หรือช่วงหน้าแล้ง ไม่มีน้ำเพียงพอ เพราะไม่ได้สร้างบ่อไว้เก็บ เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ด้วยตัวเลข และหลักการทางวิทยาศาสตร์ เราเห็นความสำคัญของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเกษตรกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคูโบต้าฟาร์มให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับ smart farming ครบวงจร”

เช่น บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นเก่งเรื่องการปลูกข้าว แต่พืชผลงอื่น ๆ อาจมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เก่งกว่า พื้นที่ตรงนี้จึงเปิดกว้างให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้มาแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างกันได้ ภายในฟาร์มแบ่งพื้นที่ให้แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบการวิจัยของตนเอง เช่น ม.บูรพา จะวิจัยเกี่ยวกับการปลูกทุเรียนให้ออกดอกผลในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก

“คูโบต้าฟาร์ม” ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบของการทำการเกษตรสมัยใหม่ที่มีการน้อมนำแนวคิด “เกษตรทฤษฎีใหม่” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาต่อยอดบนพื้นที่ 220 ไร่ ด้วยเงินลงทุนตั้งต้น 145 ล้านบาท ในปี 2560 ก่อนจะเปิดให้เกษตรกร หน่วยงานต่าง ๆ และบุคคลทั่วไปเข้าชมพื้นที่ในปี 2563

ปัจจุบัน แบ่งพื้นที่เป็น 10 โซน ได้แก่ 1.โซนปรึกษาเกษตรครบวงจร 2.โซนเกษตรแม่นยำข้าวและพืชหลังนา 3.โซนเกษตรทฤษฎีใหม่ 4.โซนยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ 5.โซนระบบโครงสร้างพื้นฐาน 6.โซนเกษตรสมัยใหม่พืชไร่ 7.โซนวิจัยเกษตรครบวงจร 8.โซนอบรมเกษตรครบวงจร 9.โซนพื้นที่สร้างประสบการณ์นวัตกรรมการเกษตร และ 10.โซนนวัตกรรมพืชสวน

“รัฐ-เอกชน” ร่วมด้วยช่วยกัน

ด้าน ผศ.ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก รองประธานคณะกรรมการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวในฐานะพันธมิตรที่ร่วมงานกับสยามคูโบต้ามาตั้งแต่ปี 2562 ว่า คูโบต้าฟาร์มเป็นพื้นที่ทดสอบ (agricultural lab) ที่ให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานต่าง ๆ นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีของตนเองมาทดสอบ และพัฒนาโซลูชั่นร่วมกับสยามคูโบต้าเพื่อก้าวสู่การเป็นฮับด้านเทคโนโลยีการเกษตรของประเทศ ผลักดันการใช้เทคโนโลยีในหมู่เกษตรกร

“เกษตรกรส่วนใหญ่ในประเทศเป็นผู้สูงอายุ นอกจากจะคุ้นเคยกับวิธีการแบบเดิมแล้วยังประสบปัญหาแรงงาน สิ่งที่คูโบต้าฟาร์มทำ คือพัฒนาโซลูชั่นที่ช่วยทุ่นแรง แต่ก็เป็นความท้าทายในการสร้างความเข้าใจกับเกษตรกร เราต้องมี system integrator รวบรวมโซลูชั่นจากผู้พัฒนาหลายราย และเป็นตัวกลางในการเชื่อมเกษตรกรกับคนที่พัฒนาเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน”

ทั้งเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ (young smart farmer) ป้อนเข้าสู่ภาคการเกษตร เชื่อมต่ออีโคซิสเต็มด้านการเกษตรให้ครอบคลุมทุกมิติ

“คูโบต้าฟาร์ม” เปรียบได้กับพื้นที่ฝึกหัดสำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจด้านการเกษตร ทำให้รู้ว่าการทำการเกษตรไม่ใช่อาชีพร้อน ต้องถือจอบ ถือเสียมไปขุดดินอีกต่อไป แต่นำเทคโนโลยีมาช่วยทุ่นแรงได้ และเป็นพื้นที่ที่ช่วยกระจายองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยมาสู่ภายนอก เช่น ม.บูรพา นำความรู้เรื่องการปลูกทุเรียน ตั้งแต่เพาะกล้า การจัดการโรค ตัดแต่งกิ่งควบคุมความสูงมาเผยแพร่ เป็นต้น

เพิ่มตัวช่วยเกษตรกร

โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ได้ทดสอบโซลูชั่นต่าง ๆ ทำให้เกิดองค์ความรู้ที่น่าสนใจหลายด้าน โดยเฉพาะเกษตรปลอดนาหว่าน (zero broadcast) หรือการดำนาที่ใช้ต้นกล้าน้อยลง ด้วยการใช้รถดำนาปักดำแทนการหว่านแบบดั้งเดิม แก้ปัญหาต้นข้าวหนาแน่น ไม่สม่ำเสมอ ยากต่อการบำรุงรักษา และใช้เมล็ดพันธุ์ในปริมาณมากทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ทั้งมีการพัฒนาแอปพลิเคชั่น “ปฏิทินการเพาะปลูก” (KAS Crop Calendar) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นตัวช่วยให้เกษตรกรวางแผนการเพาะปลูก และจัดหาอุปกรณ์การเกษตรได้อย่างเหมาะสม

“แค่ใส่ข้อมูลพันธุ์ข้าว และประเภทการทำนาในแอปพลิเคชั่น ก็จะคำนวณแผนการดูแลต้นกล้าในเบื้องต้นได้ แต่ละวันต้องใส่ปุ๋ยให้พืชเท่าไร พืชพร้อมเก็บเกี่ยวในอีกกี่วันข้างหน้า”

นอกจากโซลูชั่นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรยังพัฒนาโซลูชั่นเกษตรลดโลกร้อนที่มีการควบคุมปริมาณน้ำ และปัจจัยต่าง ๆ เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซมีเทน เพราะภาคการเกษตร มีการปล่อยคาร์บอนถึงปีละ 50 ล้านตันคาร์บอน จากทั้งหมด 300 ล้านตันคาร์บอนต่อปี ถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

“เรากำลังทำเรื่องจดทะเบียนโซลูชั่นนี้ ถ้าทำสำเร็จ เกษตรกรจะแลกคืนคาร์บอนเครดิตได้ในอนาคต”

ต่อยอดสู่ “เกษตรอินโน”

นอกจากคูโบต้าฟาร์มจะเปรียบได้กับ sandbox สำหรับทดสอบเทคโนโลยีการเกษตรแล้วยังเป็นโอกาสในการขยายน่านน้ำธุรกิจจากผู้ผลิตอุปกรณ์มาเป็นผู้ให้คำปรึกษาและบริการด้านการเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ ในชื่อบริษัท เกษตรอินโน จำกัด

“เกษตรอินโนเป็นบริษัทลูกที่ spin off ออกมา เพราะสยามคูโบต้ามีสถานะเป็นบริษัทต่างชาติจากการร่วมทุนระหว่างคูโบต้า คอร์ปอร์เรชั่น (60%) และ SCG (40%) ซึ่งธุรกิจบางประเภทสงวนไว้สำหรับบริษัทไทย โดยเฉพาะการให้บริการ และการจำหน่ายผลผลิตการเกษตร หลาย ๆ หน่วยงานที่มาดูงานที่ฟาร์มเราต้องการให้ช่วยออกแบบพื้นที่ให้ รวมถึงคนที่ต้องการพัฒนาที่ดินเพื่อรับประโยชน์ทางภาษีก็มีมากขึ้นจึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ”

เกษตรอินโนให้บริการ 3 ส่วน 1.farm service บริการออกแบบ ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาพื้นที่ และวางแผนการดำเนินงานในฟาร์ม ที่เริ่มรับข้อเสนอของหน่วยงานต่าง ๆ และพัฒนาพื้นที่ไปแล้วบางส่วน เช่น โครงการฟาร์ม ลุงพาน จ.ราชบุรี 2.farm solution แพลตฟอร์มสำหรับบริหารจัดการงานในฟาร์ม เช่น K-iField แอปบริหารจัดการฟาร์ม, KIN-MATCH บริการจ้างเครื่องจักรกลพร้อมคนขับ ฯลฯ 3.online farmer’s market มาร์เก็ตเพลซจำหน่ายสินค้าการเกษตรจากเกษตรกรไทย

เป้าหมายที่มากกว่าธุรกิจ

“เป้าหมายของเรายังเป็นการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น ลดรายจ่ายด้านแรงงาน เราเข้าไปส่งเสริมเกษตรกร 7 แห่งในพื้นที่ 6 จังหวัดที่มีปัญหาในการปลูกพืชแตกต่างกัน ถ้าแก้จนอยู่ได้ด้วยตนเองแล้วก็จะพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบให้เกษตรกรรายอื่น ๆ มาดูงานต่อ ถือเป็นเรื่องดีที่พอเกษตรกรอยู่ได้ เขาก็อาจจะกลับมาเป็นลูกค้าของเรา”

ผู้บริหาร สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้มากที่สุด ด้วยมองว่าการพัฒนาโซลูชั่นด้านการเกษตรเป็นสิ่งที่ไปต่อได้เรื่อย ๆ และไม่สามารถทำคนเดียวได้

“เราตั้งใจที่จะเป็น experience center หรือศูนย์ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการทำเกษตรสมัยใหม่กับชาวต่างชาติ และผู้พัฒนาโซลูชั่นการเกษตรที่ช่วยเกษตรกรในภูมิภาคอาเซียนด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...