“จำนำทะเบียน” ฮอตปรอทแตก แบงก์แห่ลงสนามชิงแชร์ 4 แสนล้าน
ธุรกิจจำนำทะเบียนแข่งดุ “MTC” เจ้าตลาดเผยมูลค่าตลาดรวมใหญ่ 3-4 แสนล้านบาท ดึงดูดผู้เล่นรายใหม่โดยเฉพาะแบงก์พาณิชย์โดดลงสนามต่อเนื่อง MTC เดินหน้าปูพรมสาขาทั่วประเทศกว่า 7,200 แห่งรักษามาร์เก็ตแชร์ “ซีไอเอ็มบี ไทย” เตรียมจับมือพันธมิตรชิงเค้กกลางปี’67 มองโอกาสโตสูง ขณะที่ “หนี้เสียต่ำกว่าเช่าซื้อ” “สมหวัง เงินสั่งได้” กลุ่มทิสโก้ชี้แบงก์แห่ลงเล่นตลาดจำนำทะเบียนเต็มตัว เพราะตลาด “เช่าซื้อรถ” หดตัว
หน้าใหม่แข่ง “จำนำทะเบียน”
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่มีทะเบียนเป็นประกัน (จำนำทะเบียนรถ) มีการแข่งขันรุนแรงต่อเนื่อง โดยมีผู้ประกอบการรายใหม่และรายเก่าเข้ามาเล่นตลาดนี้มากขึ้น เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างใหญ่ มีมูลค่ากว่า 3-4 แสนล้านบาท ซึ่งมีโอกาสในการเติบโตในตลาดนี้
อย่างไรก็ดี ผู้เล่นรายใหม่อาจจะทำธุรกิจไม่ง่าย เพราะต้องเข้ามาแข่งขันกับผู้เล่นรายเดิมที่เป็นเจ้าตลาด เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด ทำให้ปีนี้ยังคงเห็นการแข่งขันที่ดุเดือด ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคจะมีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกใช้บริการ
MTC ปูพรมสาขา 7,260 แห่ง
นายปริทัศน์กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ประเมินว่าความต้องการสินเชื่อในไตรมาสที่ 3/2566 ยังคงมีความต้องการสูง ซึ่งยังมีโอกาสในการปล่อยสินเชื่อ และในไตรมาสที่ 4/2566 จะทยอยปรับลดลง เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลตามปกติ อย่างไรก็ดี MTC ยังคงเน้นการขยายสาขา จากเป้าหมายปีนี้ 7,200 แห่ง แต่ปัจจุบันสามารถทำได้เกินเป้าหมายแล้วอยู่ที่ 7,260 แห่ง
ขณะที่พอร์ตสินเชื่อยังคงเน้นการเติบโตแบบระมัดระวัง ภายใต้การควบคุมคุณภาพสินเชื่อ โดยตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อภายในสิ้นปี 2566 อยู่ที่ 1.45 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 20% จากปีก่อน ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปัจจุบันอยู่ที่ 3.36% คาดว่าภายในสิ้นปีจะขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 3.50% ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
“ช่วงที่เหลือมองว่าการแข่งขันยังคงรุนแรง เป็นตลาด red ocean ซึ่งเราเองก็คงเติบโตแบบระมัดระวัง มาเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกันและคุมหนี้เสีย เพราะเดิมเราคิดว่าเศรษฐกิจปรับดีขึ้น และความสามารถชำระหนี้ลูกค้าจะดีขึ้น แต่ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่หวัง”
CIMBT ควงพันธมิตรลงสนาม
นายตัน คีท จิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายในกลางปี 2567 ธนาคารจะเริ่มทดลองขยายธุรกิจไปยังสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ และมีโอกาสในการขยายตัวได้อีก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เล่นธนาคารพาณิชย์ เพราะปัจจุบันผู้เล่นหลักยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์)
ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารอยู่ระหว่างศึกษาตลาด และแนวทางการดำเนินธุรกิจ 2 รูปแบบคือ 1.ดำเนินภายใต้บริษัทลูก คือบริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด และ 2.การหาพันธมิตรทางธุรกิจ จะช่วยขยายฐานลูกค้าของธนาคารให้กว้างขึ้น ซึ่งการหาพันธมิตรอาจจะเป็นลักษณะการร่วมมือกันดำเนินธุรกิจ โดยการแบ่งธุรกิจและความเสี่ยงร่วมกัน หรือเป็นลักษณะพันธมิตรส่งลูกค้าให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อ เป็นต้น คาดว่าจะสามารถให้บริการได้กลางปี 2567
“เรามองว่าธุรกิจจำนำทะเบียนน่าสนใจ หนี้เสียต่ำกว่าสินเชื่อเช่าซื้อ เพราะคนที่นำรถมาทำจำนำทะเบียนเป็นสินทรัพย์ที่ใช้งานและประกอบอาชีพอยู่ ทำให้โอกาสในการทิ้งรถจะน้อย และเป็นตลาดใหญ่ที่เราสามารถเข้ามาได้ หากเทียบตลาดเช่าซื้อตอนนี้คุณภาพสินเชื่อและลูกค้าด้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจ”
อย่างไรก็ดี ในปี 2567 ธุรกิจรายย่อยของธนาคารยังคงโฟกัส สินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก และขยายไปสู่ธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงิน และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่จะเข้ามาเป็นตัวเสริมในปีหน้า ทั้งนี้ เบื้องต้นจะเริ่มจากรถ 4 ล้อก่อน โดยธนาคารจะใช้หลักการคิดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงลูกค้า เพื่อให้ธนาคารสามารถแข่งขันในตลาดได้
สมหวังขยาย “จำนำรถบรรทุก”
นายศุภชัย บุญสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเวย์ จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถแบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ในกลุ่มธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่า จะเห็นธนาคารพาณิชย์เข้ามาเล่นในตลาดธุรกิจจำนำทะเบียนสมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้เล่นหลักหดตัว และจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น สวนทางกับอัตราดอกเบี้ยที่เสนอให้ลูกค้า รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อลดลง จึงเป็นแรงกดดันต่อธุรกิจเช่าซื้อ ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์จำเป็นต้องมีการกระจายพอร์ตสินเชื่อและหาการเติบโตใหม่
“ตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถค่อนข้างใหญ่ พอที่จะให้ผู้ประกอบการในเซ็กเตอร์ต่าง ๆ เข้ามาเล่นในตลาดนี้ได้ ซึ่งทำให้ธุรกิจมีการแข่งขันมากขึ้น แต่เราคงต้องดูในระยะต่อไป เพราะหากผู้ให้บริการประเมินราคาดี ลูกค้าดี และไม่เร่งปล่อยจนเกินไป ตลาดจำนำทะเบียนยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ และไม่มีใครกินแชร์ได้ทั้งหมด”
ในส่วนของ “สมหวัง เงินสั่งได้” พยายามกระจายพอร์ตธุรกิจไปทำสินเชื่อจำนำทะเบียนให้หลากหลายมากขึ้น เช่น จำนำทะเบียนรถบรรทุก หรือโฉนดที่ดิน เป็นต้น เนื่องจากลูกค้าที่เดินหาบริษัทจะสามารถใช้บริการได้ครบโดยไม่จำเป็นต้องไปที่อื่น
อย่างไรก็ดี สิ่งจำเป็นและหัวใจหลักของธุรกิจจำนำทะเบียนคือสาขา เพราะการเปิดสาขาทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย แต่ก็เป็นต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการให้ดี โดยขณะนี้บริษัทมีสาขาจำนวน 600 แห่ง ตั้งเป้าภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 650 แห่ง โดยสินเชื่อในไตรมาสที่ 2/2566 มียอดคงค้างอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท การเติบโตยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่นเดียวกับคุณภาพสินเชื่อยังคงอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้