โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิถีแห่งเจ้าพ่อ นักการเมืองได้ดีเพราะมาเฟีย ส่วนมาเฟียก็รับใช้นักการเมือง

The Better

อัพเดต 12 ก.ย 2566 เวลา 23.52 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2566 เวลา 13.30 น. • THE BETTER
รายงานพิเศษโดยทีมข่าว The Better เจาะลึกวิธีการที่นักการเมืองในอิตาลีโกยคะแนนเสียงเพื่อเข้าไปในสภา และวิธีการที่พวกมาเฟียใช้นักการเมืองเอื้อประโยชน์ 

นี่คือการตีแผ่เบื้องลึกของการเมืองและวงการเจ้าพ่อมาเฟียของอิตาลี ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองบางคนกับแก๊งอาชญากรรมผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น ถึงขนาดที่คนระดับนายกรัฐมนตรีของประเทศที่ดำรงตำแหน่งหลายสมัย ยังถูกตั้งข้อหาว่าอาจมีสายสัมพันธ์กับมาเฟียอย่างยาวนาน

พวกนักการเมืองในอิตาลีพึ่งพาพวกมาเฟียอย่างไร?

สภาผู้แทนราษฎรของอิตาลีมีสมาชิก 630 คนและวุฒิสภามีสมาชิกมากกว่า 315 คน ดังนั้นรัฐสภาอิตาลีจึงมีที่นั่งจำนวนมาก สัดส่วนประมาณ 1 ที่นั่งต่อพลเมือง 64,000 คน นอกจากนี้ยังมีมีพรรคการเมืองจำนวนมากที่แข่งขันกันเพื่อชิงที่นั่งเหล่านี้ ทำให้การตัดคะแนนสูงไปด้วย ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครสามารถชนะได้ด้วยคะแนนเสียงเพียง

ดังนั้น นักการเมืองจะเข้ามาติดต่อกับพวกมาเฟียเพื่อให้ได้คะแนนเสียงระหว่างการเลือกตั้ง เพราะเครือข่ายของมาเฟียมีขนาดใหญ่มาก ครอบคลุมหลายครอบครัว หลายชุมชน และอาจคลุมทั้งจังหวัด

การสนับสนุนจากกลุ่มมาเฟียจึงสามารถชี้นำความสำเร็จของพวกนักการเมืองได้ เพียงแต่กลุ่มมาเฟียรับรองผู้สมัครบางราย ก็เพียงพอที่จะให้หุ้นส่วนทางธุรกิจ ญาติมิตร และผู้ร่วมงานมาช่วยลงคะแนนให้ผู้สมัครรายนั้นได้

มาเฟียที่มีอิทธิพลเป็นพิเศษสามารถดึงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครได้หลายพันคะแนน นี่คือพลังของมาเฟียรายนั้น ซึ่งได้รับความเคารพจากคนในสังคมจนสามารถสั่งการได้

เมื่อนักการเมืองได้รับเลือกเข้ามาในสภาหรือมีตำแหน่งแล้ว นักการเมืองมักจะตอบแทนพวกมาเฟียด้วยการให้ความช่วยเหลือบางอย่าง เช่น การบ่อนทำลายการสืบสวนของตำรวจ หรือการให้สัญญาทำธุรกิจและใบอนุญาตในการทำธุรกิจ่างๆ

หนึ่งในนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับพวกเจ้าพ่อ เป็นถึงนายกรัฐมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งนานถึง 7 สมัย และดำรงตำแนห่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ คือ จูลิโอ อันเดรอ็อตติ (Giulio Andreotti)

นายกฯ อันเดรอ็อตติเกี่ยวข้องกับพวกมาเฟียอย่างเงียบๆ เนียนๆ มานาน จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการเจ้าพ่อ เพราะมีมาเฟียกลุ่มหนึ่งเกิดตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองขึ้นมาแทนที่จะวางตัวเงียบๆ แล้วเอื้อประโยชน์กัน

เมื่อเรื่องเกิดแดงขึ้นมา การดำเนินคดีทางกฎหมายกับอันเดรอ็อตติจึงเกิดขึ้น โดยเริ่มเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2536 ในเมืองปาแลร์โม สื่ออิตาลีประโคมว่าเป็น "การพิจารณาคดีแห่งศตวรรษ" (il processo del secolo) การฟ้องร้องกล่าวหาอดีตนายกรัฐมนตรีว่า "เอื้อสมาคมมาเฟียชื่อ โคซา โนสตรา (Cosa Nostra) เพื่อปกป้องผลประโยชน์และการบรรลุเป้าหมายทางอาชญากรรม โดยใช้อิทธิพลและอำนาจที่มาจากตำแหน่งของเขาในฐานะผู้นำฝ่ายการเมือง"

อัยการกล่าวว่าเพื่อแลกกับการสนับสนุนการเลือกตั้งของสมาชิกพรรคของอันเดรอ็อตติ ช่วยทำการการลอบสังหารศัตรูของอันเดรอ็อตติ โดยอดีตนายกฯ รายนี้ได้ตกลงที่จะปกป้องมาเฟียในการพิจารณาคดีเพื่อกวาดล้างมาเฟียครั้งใหญ่

สายในกลุ่มมาเฟียรายหนึ่งให้การเป็นพยานว่า อันเดรอ็อตติพบกับ ซัลวาตอเร ริอินา (Salvatore Riina) ผู้นำกลุ่มมาเฟียตระกูลคอร์เลอเนซี (Clan dei Corleonesi หรือ คอร์ลีออเน ชื่อเหมือนตระกูลมาเฟียในนิยายและภาพยนต์ The Godfather) ระหว่างการพบกันของอันเดรอ็อตติกับริอินา ทั้งคู่แลกเปลี่ยน "จูบแห่งเกียรติยศ" (Il bacio d'onore) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการแสดงความเคารพของคนในวงการเจ้าพ่อ

อันเดรอ็อตติปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีต่อเขาว่าเป็น "การโกหกและการใส่ร้าย … การจูบของ รีอินา นายหัวสูงสุดของมาเฟีย … มันเป็นฉากในภาพยนตร์สยองขวัญชั้นเลว"

ทนายของอันเดรอ็อตติพยายามแก้ต่างให้อดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ บวกกับการที่พยานที่อ้างว่าเห็นอันเดรอ็อตติจูบกับหัวหน้ามาเฟียถูกดิสเครดิตฐานรับเงินพิเศษและยังก่อเหตุฆาตกรรม ในที่สุดอันเดรอ็อตติก็รอดพ้นคดี

นี่คือตัวอย่างของข้อกล่าวหาเรื่องนักการเมืองกับมาเฟียที่สั่นสะเทือนประเทศอิตาลีที่สุด และมันทำให้มีการโละนักการเมืองครั้งใหญ่ของประเทศ เพื่อขจัดสายสัมพันธ์ระหว่างพวก "ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง" กับพวก "เจ้าพ่อ" ทั้งหลาย

สำหรับสายที่ให้การกล่าวหานายกฯ อันเดรอ็อตติ เขามีชื่อว่า บัลดัสซาเร ดิ มัจโจ (Baldassare Di Maggio) มาเฟียจากซิซิลี เขายังเผยเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับมาเฟียที่น่าสนใจเอาไว้ด้วย

เขาเผยว่า รีอินา นายหัวของตระกูลคอร์เลออเนซีและผู้นำมาเฟียตัวใหญ่ บอกกับเขามากกว่าหนึ่งครั้งว่า "เป็นไปไม่ได้ที่นักการเมืองในทุกระดับจะกลายเป็นผู้มีเกียรติ (Uomini d'onore หมายถึงมาเฟีย) เป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำที่ผู้มีเกียรติจะเริ่มอาชีพทางการเมือง"

เขายังบอกว่า “เห็นได้ชัดว่าเราลงคะแนนเสียงให้กับนักการเมืองที่เราเลือก และหลังจากทำข้อตกลงกับพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาก็ต้องทำตามที่เราพูด ไม่เช่นนั้น เราก็จะทำลายพวกเขา”

เขายังกล่าวว่า “พฤติกรรมของนักการเมืองบางครั้งอาจก่อให้เกิด 'ความผิดหวัง' แต่หน้าที่ของพวกเขามีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับ โคซา โนสตรา (วงการมาเฟีย) และด้วยเหตุนี้ จึงมี 'ภาระผูกพัน' สำหรับผู้มีเกียรติ (มาเฟีย) ทุกคนที่จะลงคะแนนเสียงให้พรรคคริสเตียนเดโมแครต (พรรคของนายกฯอันเดรอ็อตติ)"

สิ่งที่เกิดขึ้นในอิตาลี คือ ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เรียกว่า "รัฐมาเฟีย" (Mafia state) ซึ่งเป็นระบบของรัฐที่รัฐบาลเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรในระดับที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำรวจ และ/หรือทหาร กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรม

ในยุคของอันเดรอ็อตติ อิตาลีกลายเป็นรัฐมาเฟียเต็มตัว และเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่านักการเมืองใหญ่อยู่ได้เพราะเจ้าพ่อ และเจ้าพ่อก็คือนักการเมืองใหญ่ จึงมีมุกตลกที่เล่ากันว่า

อันเดรอ็อตติได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสมาชิกพรรคคริสเตียนเดโมแครต ซึ่งขอร้องให้เขาเข้าร่วมงานศพของผู้พิพากษา โจวันนี ฟัลโคเน (Giovanni Falcone) ซึ่งถูกพวกมาเฟียตระกูลคอร์เลออเนลอบสังหาร

คนจากพรรคบอกกับอันเดรอ็อตติว่า "รัฐจะต้องให้คำตอบกับพวกมาเฟีย แล้วคุณคือหนึ่งในผู้มีอำนาจระดับสูงในนั้น!"

อันเดรอ็อตติถามกลับแบบงงๆ ว่า "คุณหมายถึงอันไหน"

คำถามว่าอันไหน? หมายความว่าเขาเป็นทั้งผู้มีอำนาจระดับสูงของรัฐบาล และเป็นผู้มีอำนาจระดับสูงของพวกมาเฟียด้วย

Photo by SANJAY KANOJIA / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...