ลูกน้อง คนสนิท ทักษิณ–ยิ่งลักษณ์ ชื่อชั้นในคณะรัฐมนตรี “เศรษฐา”
คอลัมน์ : Politics policy people forum
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หัวหน้ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย กระโดดจากวงการธุรกิจที่เขาประสบความสำเร็จ เข้าสู่งานการเมือง ที่เขาไม่เคยมีประสบการณ์
ทว่างานการเมืองอาจไม่ใช่เรื่องยากนัก เพราะลูกน้อง-มือทำงาน รวมถึง “กุนซือ” เคยเสิร์ฟข้อมูลการบริหารขึ้นโต๊ะนายกรัฐมนตรี ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็กลับมาช่วยงานในรัฐบาลเศรษฐา
ภูมิธรรม รองนายกฯหมายเลข 1
“ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองนายกฯคนที่ 1 แว่วว่า นอกจากคุมพาณิชย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ ยังเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง
“ภูมิธรรม” หรือที่ใคร ๆ รู้จักในนามว่า “อ้วน” เป็นนักการเมืองรุ่นบุกเบิกของพรรคไทยรักไทย เป็นสายตรงของ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นทั้งสายพิราบ-สายเหยี่ยว
ตำแหน่งรัฐมนตรีล่าสุด คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลทักษิณ 2 เมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค “ภูมิธรรม” ติดอยู่ในบ้านเลขที่ 111 ชื่อเขาหายไปนาน แต่มาช่วย “ยิ่งลักษณ์” เมื่อตอนน้ำท่วมปี 2554
พลันที่เขาพ้นจากการถูกตัดสิทธิ เขาขยับเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง ด้วยการเป็นผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ต่อด้วยเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รองหัวหน้าพรรคคือตำแหน่งล่าสุด
พรรคเพื่อไทยไม่อาจขาดคนชื่อ “ภูมิธรรม” ได้
สมศักดิ์ อยู่ทุกยุค
“สมศักดิ์ เทพสุทิน” เป็นรองนายกรัฐมนตรี นักการเมืองรุ่นเก๋าลายคราม จนแตกฉานในยุทธจักรการเมือง
เขาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ 1 วนอยู่ 4 เก้าอี้ เริ่มจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงท้ายด้วยตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
ทักษิณ 2 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนจะถูกย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
สุริยะ วนลูป
“สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นคนสำคัญในการตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ร่วมทีมเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล และได้รับแต่งตั้งให้ไปเจรจากับ สว.
ในยุครัฐบาลทักษิณ 1 “สุริยะ” นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนจะขยับไปเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ในรัฐบาลทักษิณ 2 “สุริยะ” ยังคงนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
สลับฉากไปที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “สุริยะ” ในนามพรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่มสามมิตร ก็ครองเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมยาวต่อเนื่อง 4 ปี
ส่วนรัฐบาลเศรษฐา “สุริยะ” มีชื่อเป็นเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่โผแรกและเขาก็หวนคืนเก้าอี้เดิมอีกครั้ง
เสี่ยหนู ตามรอยปู่จิ้น
“อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยเป็นรัฐมนตรีที่อาจกล่าวได้ว่า “หนุ่มที่สุด” ในรัฐบาลทักษิณ 1 เพราะเขาอายุ 38 ปี นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยุคที่มี “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เป็นเจ้ากระทรวง ก่อนจะถูกปรับมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ในรัฐบาลทักษิณ 2 “อนุทิน” กลับไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง จนกระทั่งถูกรัฐประหาร 2549
ก่อนลงเล่นการเมือง “อนุทิน” มีประสบการณ์บริหารธุรกิจอาณาจักรซิโน-ไทย ต่อจากผู้เป็นพ่อ แต่เขาต้องฝ่าฟันพาธุรกิจผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง จากที่บัญชีบริษัทติดตัวแดง จนกลายเป็นธุรกิจที่ “ไม่มีหนี้” และบริหารด้วย “เงินสด”
แม้ช่วงหนึ่ง “อนุทิน” ที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนเนวิน ของเนวิน ชิดชอบ จะแตกหักกับ “ทักษิณ” แล้วมาตั้งพรรคภูมิใจไทย เป็นฝ่ายค้านในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีอำนาจ
แต่การเมืองก็คือการเมือง ที่ “อนุทิน” บริหารการเมืองสไตล์ “เผื่อเหลือเผื่อขาด” ไม่เป็นศัตรูกับใครถาวร
เขากลับมาร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย ตำแหน่งที่ “ชวรัตน์” พ่อของเขาเคยนั่งมาแล้ว ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์
เสริมศักดิ์ ซอฟต์พาวเวอร์
“เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เติบโตในสายงานราชการปกครอง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังพ้นตำแหน่งก็กระโดดเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลทักษิณ 2 ทันที
ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เขากลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่วันนี้ “เสริมศักดิ์” ได้อัพเกรดเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
สันติ (ไม่) พร้อมว่าการ
“สันติ พร้อมพัฒน์” เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในโควตาพรรคพลังประชารัฐ เป็น “นายทุน” ของพรรคตัวจริง-เสียงจริง เป็นผู้เนรมิต “อาคารรัชดาวัน” ตรงข้ามศาลอาญา รัชดา ให้เป็นที่ทำการของพรรคพลังประชารัฐ
แต่ก่อนหน้านี้ “สันติ” เป็น “หัวหน้ามุ้งเพชรบูรณ์” ในบ้านหลังเก่าพรรคเพื่อไทย เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ก่อนจะย้ายจากบ้านพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้ง 2562 และ “สันติ” ก็นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมาโดยตลอด ไม่สามารถขยับเป็นรัฐมนตรีว่าการได้ แม้เขาแสดงความ “พร้อมมาก” ที่จะเลื่อนขั้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ทว่าเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ตกเป็นของ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” คนที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งกว่า
วันนี้ “สันติ” ก็ยังไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการ แต่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รางวัลหนังหน้าไฟ
เพราะคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หนังหน้าไฟตัวจริงของพรรคเพื่อไทย โดนทั้งก้อนหิน ก้อนอิฐ แบกรับความกดดัน ช่วงจัดตั้งรัฐบาล
นพ.ชลน่าน เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 1 ครั้ง ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นการตอบแทนในฐานะ หัวหน้าพรรค-หนังหน้าไฟ
ผู้จัดการรัฐบาล ดีอีเอส
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีมาแล้ว ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ตอนนั้นไม่มีใครสามารถสู้รัศมีของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ชื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ที่มีฉายารัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีได้
ในยุคปัจจุบัน “ประเสริฐ” เป็นผู้จัดการรัฐบาล ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย การประสานกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ก็มีเขาเป็นผู้รับผิดชอบ จึงนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีดีอีเอส
นายกฯน้อยคู่ใจ “ชินวัตร”
“พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือ “หมอมิ้ง” ถือว่ากลับมารับตำแหน่งเดิมอีกครั้ง แม้จะยังไม่มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ “หมอมิ้ง” เคยนั่งตำแหน่ง “นายกฯน้อย” เป็นลูกมือ-คู่ใจ ทักษิณ ชินวัตร มาแล้ว
เขาเป็นคนที่ทักษิณ ไว้ใจให้ถือ “เอกสารต้านการปฏิวัติ” เมื่อ 19 กันยายน 2549
ในรัฐบาลทักษิณ 1 หมอมิ้ง เป็นรองนายกรัฐมนตรี ก่อนจะขยับไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขณะที่รัฐบาลทักษิณ 2 เขาประจำบนตึกไทยคู่ฟ้า ในตำแหน่งนายกฯน้อย
หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เขาหายเข้ากลีบเมฆการเมือง แต่ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ห่างไกลจากตระกูลชินวัตร
กระทั่งเขากลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแคร์ เพื่อฟื้นคืนพรรคเพื่อไทย สู้กับการเลือกตั้ง 2566
“หมอมิ้ง” รับบทเป็นประธานนโยบายพรรค ดูภาพรวมนโยบายทั้งหมด นโยบายเงินดิจิทัล ลดค่าน้ำ ค่าไฟ และอีกสารพัดอยู่ในสายตาสองมือของชายผู้นี้
และเตรียมที่จะมานั่งเป็น “นายกฯน้อย” ให้เศรษฐา ทวีสิน ในทำเนียบรัฐบาล