โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

โรงเรียนรัฐในอเมริกาเริ่มกลับมาใส่ชุดนักเรียนสำนักงานสถิติแห่งชาติสหรัฐฯ เผยเพิ่มขึ้น 26.1%เพิ่มความปลอดภัย ลดความเหลื่อมล้ำและค่าใช้จ่าย

Reporter Journey

อัพเดต 03 ส.ค. 2566 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2566 เวลา 11.27 น. • Reporter Journey

ประเด็นเรื่องการต่อต้านการสวมชุดนักเรียนที่กำลังเป็นที่พูดถึง ณ ขณะนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนต่างแสดงความคิดเห็นแตกต่างออกไป บ้างก็ไม่เห็นด้วยเรื่องการยกเลิกชุดนักเรียน เพราะการสวมเครื่องแบบนักเรียนนั้นมีข้อดีมากมายโดยเฉพาะเรื่องความเท่าเทียมระหว่างนักเรียนด้วยกัน และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้การแยกระหว่างนักเรียนของโรงเรียนนั้นๆ และผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องของสถานศึกษาสามารถแยกออกได้ง่าย รวมทั้งเป็นการฝึกการอยู่ในระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์ของสังคม
.
ในขณะที่ฝ่ายที่ต้องการให้ยกเลิกชุดนักเรียนมองว่า การบังคับให้แต่งกายนั้นเป็นการจำกัดสิทธิ์และเสรีภาพ การสวมเครื่องแบบไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพการศึกษาว่าคนจะเรียนเก่งหรือไม่เก่ง เครื่องแบบนั้นไม่เกี่ยว หรือแม้แต่มองไปถึงว่าเป็นการคงอยู่ของอำนาจนิยมที่กดขี่ไม่ให้ประชาชนแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองลงเลยแม้แต่น้อย เพราะชุดนักเรียนนั้นมีราคาสูง แถมในหนึ่งสัปดาห์มีมากกว่าแค่ชุดนักเรียนที่เด็กจะต้องสวมใส่
.
แน่นอนว่าประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือเกือบทั้งหมดได้มีการยกเลิกการสวมชุดนักเรียนมานานแล้ว แต่ใช่ว่าการยกเลิกไปแล้วนั้นจะไม่สามารถนำเครื่องแบบกลับมาใส่ได้อีกครั้ง
.
ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยว่า โรงเรียนรัฐบาลในอเมริกา กลับมาให้เด็กนักเรียนสวมเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในนับตั้งแต่ปี 2008 - 2018
.
โดยในปี 2008 มีสัดส่วนของโรงเรียนรัฐบาลที่กลับมาให้เด็กนักเรียนสวมเครื่องแบบที่ 17.8% ขณะที่ปี 2018 สัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 26.1% เนื่องจากผู้ปกครองและผู้บริหารโรงเรียนมีความพยายามในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในโรงเรียน ในสัดส่วนนี้สามารถจำแนกตามระดับการเรียนการสอนของโรงเรียนออกเป็น 22% ในกลุ่มโรงเรียนระดับประถมศึกษา 19% กลุ่มโรงเรียนมัธยมต้น และ 10% ในโรงเรียนระดับมัธยมปลาย
.
อันที่จริงโรงเรียนในสหรัฐฯ ที่มีกฎระเบียบให้เด็กใส่เครื่องแบบจะไม่ใช่โรงเรียนรัฐบาล แต่เป็นโรงเรียนเอกชน ซึ่งมีธรรมเนียมการใส่ชุดนักเรียนมานานแล้ว แต่โรงเรียนรัฐบาลเริ่มมีการนำระเบียบการสวมเครื่องแบบมาใช้ครั้งแรกในปี 1994 เมื่อสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนียได้เห็นพ้องต้องกันให้มีคำสั่งในการสวมชุดนักเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย
.
จากข้อมูลของเขตพื้นที่การศึกษาลองบีชระบุว่าภายใน 1 ปีหลังจากที่มีการให้นักเรียนสวมเครื่องแบบ การทะเลาะวิวาท การลักลอบเล่นการพนันภายในโรงเรียนลดลงถึง 50% ในขณะที่การล่วงละเมิดทางเพศลดลงถึง 74%
.
สอดคล้องกับตัวเลขสถิติภายในโรงเรียนรัฐบาลทั่วประเทศที่มีการนำระเบียบของเครื่องแบบนักเรียนกลับมาก็มีผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน ตัวอย่างเช่น Ruffner Middle School ในเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จีเนีย พบการกระทำความผิดภายในโรงเรียนลดลง 42% เมื่อมีการบังคับให้สวมเครื่องแบบ
.
จากสถิติเหล่านี้ทําให้โรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศต้องการให้มีการสวมเครื่องแบบนักเรียนในโรงเรียนของรัฐ โดยมีเหตุผลด้านการดูแลความปลอดภัยภายในโรงเรียนเป็นปัจจัยหลัก
.
วารสาร International Journal of Education Policy and Leadership ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากโรงเรียนรัฐบาลใน 421 เมืองในสหรัฐฯ ที่มีระเบียบการนำเครื่องแบบนักเรียนมาใช้ระบุว่า หนึ่งในเหตุผลที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดสําหรับข้อดีของชุดนักเรียนคือ การดูแลความปลอดภัยภายในโรงเรียน โดยครูหรือเจ้าหน้าที่สามารถระบุได้อย่างรวดเร็วว่าใครที่ใช่หรือไม่ใช่นักเรียนเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาในสถานศึกษา ก็จะสามารถระบุตัวได้อย่างรวดเร็ว
.
ผลการศึกษาของสมาคมครูใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งชาติ (NAESP) พบว่า 79% ของเจ้าหน้าที่โรงเรียนเห็นด้วยว่าเครื่องแบบนักเรียนช่วยเพิ่มความปลอดภัย
.
ส่วนบรรดาโรงเรียนที่ไม่มีเครื่องแบบ ก็มีมาตรการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย เช่น ป้ายห้อยคอหรือบัตรประจําตัวนักเรียน ในการศึกษาวิจัยพบว่า 12% ของโรงเรียนในเมืองกําหนดให้เด็กพกบัตรฯ ส่วน 66% ของโรงเรียนในเมืองกําหนดให้ครูติดบัตรด้วย
.
ผู้บริหารโรงเรียนและผู้ปกครองหลายคนมองว่า เครื่องแบบสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้นที่โรงเรียน นักเรียนจะไม่ฟุ้งซ่านกับรูปลักษณ์ของพวกเขา ดังนั้นจึงใช้เวลาเรียนรู้ที่โรงเรียนมากขึ้น ความกดดันจากการแต่งกายอย่างมีสไตล์กับแบรนด์ที่ "ดีที่สุด" เพื่อแข่งขันกันแต่งตัวสวยหล่อลดลง นอกจากนี้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ชนชั้น เศรษฐกิจ และสังคมที่มีอยู่ในหมู่นักเรียนจะลดลงเมื่อนักเรียนทุกคนต้องสวมชุดนักเรียนเดียวกันไม่รู้สึกแปลกแยก หรือกดดันกับการเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม
.
นอกจากนี้เครื่องแบบนักเรียนยังช่วยลดความปัญหาความรุนแรงซึ่งเป็นปัญหาสําคัญสําหรับโรงเรียนของรัฐหลายแห่ง บุคคลภายนอกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือไม่ใช่เด็กนักเรียนของสถาบันสามารถระบุตัวได้ง่ายขึ้น ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อนักเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ จากการที่บุคคลภายนอกเข้ามายังสถานศึกษาแล้วก่อเหตุรุนแรงบ่อยครั้งจนนำมาซึ่งความสูญเสีย เพราะไม่อาจแยกได้ว่าใครคือคนในหรือคนนอก
.
แม้จะมีสถิติด้านความปลอดภัยในทางที่ดีอย่างน่าสนใจ แต่ก็มีสถิติอื่นๆ ที่โต้แย้งว่า เครื่องแบบไม่เป็นประโยชน์อย่างที่ผู้บริหารโรงเรียนและผู้ปกครองสนับสนุน ซึ่งฝ่ายตรงข้ามอ้างถึงการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงการขาดความเป็นปัจเจกนิยม และความสะดวกสบายในหมู่นักเรียน เด็กถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพ และไม่ได้สนับสนุนว่าผลการเรียนนั้นจะดีขึ้นหรือแย่ลงเมื่อสวมชุดนักเรียน
.
อย่างไรก็ตามนี่คงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนรัฐบาลในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงให้เด็กนักเรียนใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ แต่สัดส่วนของการที่โรงเรียนรัฐมีการนำกฎระเบียบการแต่งเครื่องแบบนักเรียนเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น ซึ่งอาจเป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจว่า ประเทศที่มีเสรีภาพขั้นสุดนั้น ก็มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าวเช่นกัน และไม่ใช่เป็นประเด็นที่คนไทยหรือประเทศไทยให้ความสนใจเท่านั้น เพราะหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่ไม่ได้มีกฎระเบียบการแต่งชุดนักเรียนก็พูดถึงประเด็นเรื่องนี้เหมือนกันอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...