โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CMG ปักหมุดไทย ฮับแบรนด์แฟชัน อาเซียน ลงงบฯ1.3 พันล.ดันรายได้หมื่นล.ปี66

The Better

อัพเดต 24 ส.ค. 2566 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2566 เวลา 06.50 น. • THE BETTER
เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ลงทุนใหญ่กว่า 1,300 ล้านบาท เร่งสปีดเติบโต ‘ขยายแบรนด์-ขยายแพลตฟอร์ม’ วางเป้ารายได้สินค้าแฟชันกว่า 1 หมื่นล้านบาท สิ้นปี66

เอ็ดวิน ยัป ฮอสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (cmg) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า cmg มองเห็นโอกาสต่อยอดธุรกิจแบรนด์สินค้าแฟชันในปีนี้ ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงตามเทรนด์อุตสาหกรรมแฟชั่น และความต้องการของตลาด

โดยปัจจุบันกลุ่มธุรกิจแบรนด์แฟชั่น มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดคิดเป็น 2 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมดของ cmg โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจแบรนด์แฟชั่นพรีเมียม รวมถึงแฟชั่นแนวสตรีทที่เน้นการสวมใส่สบายมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ มาจากปัจจัยพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Z และรูปแบบการใช้ชีวิตผู้บริโภคคนไทยที่มีความทันสมัยในเรื่องแฟชั่น (fashion-forward customers) มากที่สุดในเอเชีย

จากแนวโน้มดังกล่าว cmg ได้มุ่งสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ให้กับสินค้า เพื่อดึงดูดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าจำนวนมากทั้งจากไทยและจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบสินค้าแฟชั่น ให้เข้ามาจับจ่ายสินค้าในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และยังส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วย

ด้าน จิตรฤดี พนิตพล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มสินค้าแฟชั่นและนาฬิกา บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (cmg) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวเสริมว่า ธุรกิจสินค้าแฟชั่น ถือเป็นธุรกิจหลักที่เป็นกำลังสำคัญของ cmg ด้วยสินค้ามากกว่า 20 แบรนด์ดังระดับโลก ครอบคลุมตั้งแต่ Luxury, Premium และ Mainstream segment

โดยถือเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในตลาดนี้ ด้วยการทำตลาดแบรนด์ในทุกกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ Polo Ralph Lauren, Emporio Armani, Calvin Klein, Guess, Tommy Hilfiger, Casio, MLB, A|X Armani Exchange, G2000, Lee, Wrangler, Jockey , John Henry, FitFlop, Skechers, Crocs และ Hush Puppies

ทั้งนี้ cmg ยังใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการแบรนด์ในพอร์ตฟอลิโออย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้ความสำคัญกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน พร้อมจัดหาแบรนด์ใหม่ๆ มาเสริมในทุกไตรมาส เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ขณะเดียวกันยังขยายกลุ่มประเภทของสินค้าให้หลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเพิ่มช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ cmg เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เช่น การเปิดเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแต่ละแบรนด์สินค้า, การสร้างร้านค้าบน Tiktok และการทำ ไลฟ์สตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มต่างๆ ไปพร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรการทำงานสำหรับคนรุ่นใหม่ ไปพร้อมกัน ฯลฯ

นอกจากนี้ cmg ยังมีจุดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นของแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 1,900 จุด ซึ่งถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ cmg ทำนิวไฮเติบโตมากกว่า 16% ด้วยยอดขายตลอดช่วงเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2566 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 (ก่อนโควิด-19) และเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้

โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายสูงสุด คือ แบรนด์ในกลุ่มสินค้าพรีเมียม ที่เติบโตถึง 131% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 (ก่อนโควิด-19) และเติบโตขึ้น 49% เทียบกับปี 2565 ที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...