โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพเสริม แปรรูปขายเอง ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง สร้างรายได้หลายเท่าตัว

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 11.44 น.

เกษตรกรในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีความพร้อม ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการโรงเชือดชุมชน การแปรรูปเนื้อโคตามมาตรฐานฮาลาล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อวัว จนสามารถดำเนินงานได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อต้นแบบของจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อให้เกิดการขยายผลไปยังกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่อื่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์โคเนื้อแปรรูปที่มีคุณภาพ ให้สามารถแข่งขันในตลาดโคเนื้อแปรรูปได้

พันจ่าเอก ฮาฟิส อาลี หรือคุณฟิส เจ้าหน้าที่ชุดส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดชายแดนใต้ สำนักงานพัฒนาภาค 4 ส่วนหน้า หน่วยบัญชาการกองทัพไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเป็นอาชีพเสริม คุณฟิสจึงพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อให้มีคุณภาพ พร้อมทั้งนำโคที่เลี้ยงมาทำการแปรรูปจำหน่ายเอง ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้สามารถทำการตลาดเพิ่มมูลค่าได้หลายเท่าตัว ชนิดที่ว่าดีกว่าจำหน่ายโคแบบยกตัวให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อถึงหน้าฟาร์ม

ส่งเสริมการเลี้ยงให้กับชาวบ้าน

นำความรู้มาต่อยอดสร้างรายได้

คุณฟิส เล่าให้ฟังว่า จากอาชีพรับราชการที่ทำอยู่คือต้องส่งเสริมในเรื่องของการสนับสนุน ตั้งแต่การผลิตอาหารข้น รวมไปถึงการสรรหาน้ำเชื้อให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ เมื่อเวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่าการเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่น่าสนใจ คุณฟิสจึงหาช่องทางซื้อโคเนื้อลูกผสมเข้ามาทดลองเลี้ยงประมาณ 4 ตัว ในปี 2559 พร้อมทั้งพัฒนาการเลี้ยงให้เป็นสมัยใหม่มากขึ้น จากเดิมที่เป็นการเลี้ยงแบบปล่อยไล่ทุ่งทั้งหมด ปรับเปลี่ยนการเลี้ยงให้มีคุณภาพมากขึ้นและสร้างฟาร์มให้ได้มาตรฐาน

“การเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมของผม จะมีอยู่ 2 แบบ เป็นแบบยืนโรง และอีกแบบจะเป็นแบบปล่อยทุ่ง จะเน้นปล่อยเฉพาะแม่พันธุ์เป็นหลัก เพราะแม่พันธุ์ถ้าปล่อยเลี้ยงแบบไล่ทุ่ง จะทำให้ต้นทุนอาหารถูกลง จากจุดเริ่มต้นในวันนั้นที่เริ่มเลี้ยงเพียง 4 ตัว ตอนนี้มีโคเนื้อลูกผสมเลี้ยงอยู่ทั้งหมดมากกว่า 40 ตัว การบริหารจัดการต้องทำให้ดีด้วย โดยเฉพาะหญ้าอาหารสัตว์ ต้องปลูกเองสำรองไว้ให้เพียงพอต่อการกินของโคภายในฟาร์มทั้งหมด” คุณฟิส บอก

การปลูกหญ้าอาหารสัตว์การจัดเตรียมที่ดินถือว่าสำคัญมาก เพราะในพื้นที่ยังไม่มีแหล่งน้ำที่เพียงพอ ดังนั้น การปลูกจึงต้องเน้นให้ตรงกับฤดูฝนเป็นหลัก พร้อมกับปล่อยโคลงแปลงหญ้าสลับไปกินหญ้าภายในแปลงหมุนเวียนกันไป เพื่อให้หญ้าในแต่ละแปลงเติบโตทันต่อการเลี้ยงโคตลอดทั้งปี

เน้นผสมเทียมให้เกิดลูกพันธุ์ดี

และเลี้ยงขุนนำมาแปรรูป

การเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมให้ได้สายพันธุ์ที่มีคุณภาพนั้น คุณฟิส บอกว่า การผสมพันธุ์จะเน้นนำน้ำเชื้อพ่อโคพันธุ์ดีเข้ามาผสมให้กับแม่โคภายในฟาร์ม การผสมพันธุ์ให้กับแม่พันธุ์โคภายในฟาร์มจะเลือกแม่โคที่มีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป เมื่อนำน้ำเชื้อเข้ามาผสมจนตั้งท้องแล้ว ในช่วงที่ตั้งท้อง 5 เดือนแรก จะดูแลแบบปกติทั่วไปในเวลาสายจะปล่อยลงทุ่งหญ้า แต่เมื่อนำมาเข้าคอกเวลาเย็น จะให้อยู่แยกกับตัวอื่นๆ เพื่อไม่ให้โคตัวอื่นเข้ามารบกวน หลังจากอายุตั้งท้องมากกว่า 5 เดือนขึ้นไป การเลี้ยงต้องใส่ใจมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการให้อาหารที่ต้องพิเศษกว่าปกติ ดูแลไปเรื่อยๆ จนตั้งท้องครบกำหนด 9 เดือน จึงเตรียมการดูแลหลังคลอดในเวลาถัดไป

อาหารข้นที่ใช้เลี้ยงแม่โคที่ตั้งท้องจะมีโปรตีนอยู่ที่ 18 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากเป็นแม่โคที่ให้นมลูกจะเลี้ยงด้วยอาหารที่มีโปรตีน 21 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาหารข้นที่ให้โคกินเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน

“แม่โคหลังคลอดลูกแล้ว จะให้กินอาหารที่มีโปรตีนอยู่ที่ 21 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้แม่หลังคลอดมีความสมบูรณ์ จะทำให้มีน้ำนมที่ดีสำหรับเลี้ยงลูก ซึ่งสูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงผมจะคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง โดยลูกโคจะปล่อยให้อยู่กับแม่ประมาณ 6-7 เดือน จะทำการหย่านมทันที ซึ่งลูกโคในช่วงอายุนี้ ถ้าเห็นว่ามีทรงที่ดีเหมาะสม สามารถนำไปเลี้ยงต่อได้ จะเลี้ยงขุนต่อไปเพื่อแปรรูปเอง แต่ถ้ามองดูทรงแล้วไม่ดี สามารถขายออกจากฟาร์มได้ทันที” คุณฟิส บอก

ลูกโคเนื้อที่เห็นว่ามีทรงดีและสามารถเลี้ยงขุนเองได้ภายในฟาร์ม คุณฟิส บอกว่า จะเลี้ยงด้วยการให้กินหญ้าภายในฟาร์มต่อไปสักระยะหนึ่ง จนลูกโคมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 350-400 กิโลกรัม ในระยะที่โคได้น้ำหนักประมาณนี้ จะให้อาหารขุนกินตามสูตรแบบครบถ้วน เลี้ยงด้วยสูตรอาหารโคขุนไปเรื่อยๆ จนโคมีน้ำหนักมากกว่า 500 กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 600 กิโลกรัม จากนั้นจึงนำไปเชือดเพื่อทำการแปรรูปต่อไป

การทำวัคซีนป้องกันโรคให้กับโคเนื้อมีตั้งแต่สำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่เข้ามาดูแล และบางส่วนทางเจ้าหน้าที่ชุดส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดชายแดนใต้ สำนักงานพัฒนาภาค 4 ส่วนหน้า หน่วยบัญชาการกองทัพไทยจะเข้ามาช่วยดูแลด้วยอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อที่จะสามารถช่วยเหลือและส่งเสริมให้กับชาวบ้านได้อย่างทันท่วงที ในการดูแลโคเนื้อของชาวบ้านในพื้นที่ตามที่เกษตรกรต้องการ

เน้นแปรรูปขายเอง

ช่วยมีกำไรเพิ่มขึ้น

สำหรับการทำตลาดเพื่อจำหน่ายโคเนื้อให้เกิดรายได้สูงสุด คุณฟิส เล่าว่า การเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมทั้งหมดสามารถควบคุมในเรื่องของการทำคุณภาพได้ โดยเฉพาะทางฟาร์มมีสูตรอาหารขุนที่ให้โคกินแบบลดต้นทุน จึงทำให้เนื้อโคขุนของที่ฟาร์มค่อนข้างมีคุณภาพ และส่วนเนื้อที่ไม่ได้คุณภาพก็จะมีตลาดรองส่งจำหน่าย โดยแบ่งทำการตลาดอยู่ 2 ช่องทาง คือ 1. ทำการตลาดจำหน่ายเป็นเนื้อพรีเมี่ยม และ 2. ทำการตลาดส่งจำหน่ายให้กับเขียงตลาดทั่วไป

การนำโคเนื้อที่เลี้ยงมาทำการแปรรูปจำหน่ายเอง สามารถตัดวงจรในเรื่องของพ่อค้ากดราคาได้ดี จากเดิมที่คุณฟิสต้องจำหน่ายโคเนื้อมีชีวิตได้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 95-100 บาท ทำให้การจำหน่ายค่อนข้างได้ผลตอบแทนที่น้อย แต่เมื่อเขาได้ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการตัดแต่งซาก และนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับการจำหน่ายเนื้อโคภายในฟาร์ม จึงทำให้สามารถแปรรูปเนื้อโคทั้งตัวได้ราคาดี ส่งผลให้เนื้อมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“ช่วงแรกผมก็นำเนื้อที่ผ่านการแปรรูป ไปฝากจำหน่ายตามร้านต่างๆ ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้เงินที่ผมลงทุนไปจากการเลี้ยงโคได้ทุนกลับคืนมาทั้งหมด จากนั้นผมก็ไม่หยุดพัฒนา ทำมาเรื่อยๆ จนทำให้การแปรรูปจำหน่ายเองมีรายได้เยอะกว่า จากปกติจำหน่ายได้ตัวละ 50,000-60,000 บาทต่อตัว ตอนนี้สามารถจำหน่ายได้คูณเป็น 2 เท่า ถือว่าได้กำไรดีกว่าการขายแบบยกตัวสมัยก่อนมาก พร้อมทั้งได้เปิดหน้าร้านขายเอง ทำโคที่เลี้ยงมีช่องทางการทำตลาดได้ต่อเนื่อง อย่างเนื้อสเต๊กผมขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,400 บาท ถือว่าตัดวงจรพ่อค้าคนกลางออกไปได้ดีครับ” คุณฟิส บอก

การเลี้ยงโคเนื้อให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น คุณฟิส แนะว่า สิ่งแรกที่ต้องคำนึงคือการเลี้ยงให้ถูกทาง ต้องมองไปถึงในเรื่องของการจัดการฟาร์มว่าเลี้ยงอย่างไรให้เหนื่อยน้อยที่สุด โดยเฉพาะการหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วย จากนั้นมองไปในเรื่องของการแปรรูปเพิ่มมูลค่าช่วยให้สินค้าที่ได้มีผลกำไรมากขึ้น และอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อจะสามารถเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ พันจ่าเอก ฮาฟิส อาลี หรือ คุณฟิส ฟาร์มตั้งอยู่ที่บ้านละหาร หมู่ที่ 8 ตำบลแป้น อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี หมายเลขโทรศัพท์ 080-014-4839

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันพฤหัสที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพเสริม แปรรูปขายเอง ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง สร้างรายได้หลายเท่าตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...