โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะพรึง ‘โรคฝีดาษลิง’ เกิดจากอะไร วิธีป้องกัน-รักษา เช็คเลย

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 พ.ค. 2565 เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2565 เวลา 08.08 น. • The Bangkok Insight

ทำความรู้จัก "โรคฝีดาษลิง" หลังพบเริ่มลามหลายประเทศ มีสาเหตุจากอะไร พร้อมแนะวิธีป้องกัน รักษา

หลังจากเริ่มพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง ในอังกฤษแล้วหลายราย และล่าสุดเจอรายแรกในสหรัฐ เมื่อหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการเปิดประเทศ รวมถึงไทย จึงควรทำความรู้จักโรคที่อาจมาจากต่างประเทศได้

พญ. วิริยาภรณ์ จันทร์รัชชกูล อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลสมิติเวช
เขียนบทความลง เว็บไซต์โรงพยาบาลสมิตเวช ถึงโรคฝีดาษลิง หรือไข้ทรพิษลิง (Monkeypox) ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

ไข้ทรพิษลิง ป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ มีโอกาสติดมาสู่คนแต่น้อยมาก จากการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่เป็นโรค ลักษณะอาการคล้ายไข้ทรพิษแต่มีความรุนแรงน้อยกว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อนี้มีโอกาสเสียชีวิตระหว่าง 1-10%

ไข้ทรพิษลิง ยังไม่มีวิธีการรักษาหรือวัคซีนป้องกันเฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษซึ่งมีประสิทธิภาพ 85%

ไข้ทรพิษลิง (Monkeypox) ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1958 ช่วงการระบาดของโรคที่คล้ายไข้ทรพิษหรือฝีดาษ โดยพบในบริเวณที่เลี้ยงลิงไว้เพื่อการวิจัย

ต่อมาในปี 1970 ได้พบการระบาดเกิดขึ้นในมนุษย์ครั้งแรกที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยเรียกว่าไข้ทรพิษลิงในคน (Human Monkeypox) ซึ่งระบาดอยู่เพียงประเทศในแถบแอฟริกากลางและตะวันตกเท่านั้น และหลังจากนั้นก็ยังพบว่ามีการติดเชื้อในคนอีกถึง 3 ครั้ง

อาการของโรคไข้ทรพิษลิง

ไข้ทรพิษลิง เป็นโรควินิจฉัยได้ยาก อาการของโรคจะแสดงหลังจากติดเชื้อไปแล้วประมาณ 12 วัน โดยมีอาการคล้ายโรคฝีดาษ มีลักษณะอาการดังนี้

  • มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดกล้ามเนื้อและอ่อนเพลีย บางกรณีอาจมีอาการไอหรือปวดหลังร่วมด้วย
  • หลังจากมีไข้ประมาณ 1-3 วัน ผู้ป่วยจะมีผื่นขึ้นโดยเริ่มจากใบหน้าแล้วแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
  • จากนั้นผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง และสุดท้ายตุ่มหนองจะมีสะเก็ดคลุมแล้วหลุดออกมา
  • อาการป่วยดังกล่าวจะเป็นอยู่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้
  • แต่ในกรณีผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำหรือมีโรคประจำตัว อาจเกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดบวม หรือเสียชีวิต

กลุ่มเสี่ยงที่จะรับเชื้อ

สำหรับในประเทศไทยเอง ยังไม่เคยมีประวัติการพบโรคดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในประเทศที่ไม่มีประวัติการเกิดโรคจากเชื้อไวรัส แต่ปัจจุบันการเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ ในประเทศกลุ่มเสี่ยง อาจมีโอกาสติดเชื้อและนำกลับมายังประเทศได้

โดยมีกลุ่มเสี่ยงคือ แรงงานต่างชาติ หรือคนไทยที่ไปทำงานในประเทศที่มีการติดเชื้อ นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศที่เสี่ยงจะมีเชื้อไวรัสระบาด นักธุรกิจ ที่เดินทางไปหรือมาจากประเทศที่พบการติดเชื้อ

พญ. วิริยาภรณ์ จันทร์รัชชกูล

การป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วยโดยเฉพาะลิง และหนู
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง และสิ่งของของผู้ป่วย รวมถึงลมหายใจของผู้ป่วย
  • หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลทำความสะอาดทุกครั้ง หลังสัมผัสสัตว์ หรือสัมผัสสิ่งของสาธารณะ
  • ใช้ผ้าปิดจมูกและปาก เมื่อไปในสถานที่เสี่ยงมีโรคระบาด
  • ถ้าพบผู้ป่วย ให้แยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อออกจากผู้อื่น
  • การฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ

อย่างไรก็ตาม แม้วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อดังกล่าวได้ แต่การฉีดวัคซีนควรทำเฉพาะในบุคคลที่ต้องทำงานมีความเสี่ยง หรือใกล้ชิดกับคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อเท่านั้น และวัคซีนยังสามารถรับได้ภายหลังการได้รับเชื้อไม่เกิน 14 วัน

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาหรือวัคซีนป้องกันเฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ 85%

อย่าชะล่าใจว่าโรคไข้ทรพิษลิง จะติดต่อกันเฉพาะสัตว์สู่สัตว์เท่านั้น เพราะโรคนี้สามารถติดต่อจากคนที่ได้รับเชื้อสู่คนได้

ดังนั้นใครที่ต้องเดินทางไปทำงานในประเทศที่พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ ควรติดตามข่าวสารให้ละเอียด หรือปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อนที่จะต้องเดินทางล่วงหน้า ก็จะช่วยป้องกันตัวเองได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...