โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

5 เทคนิค สอนลูกเรื่องเงิน ตามช่วงวัย

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 14 ก.ย 2565 เวลา 15.34 น. • Features

การ สอนลูกเรื่องเงิน ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือไกลตัวที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องรอเวลาให้ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเองเมื่อเติบโตขึ้นอีกต่อไป เพราะสภาพเศรษฐกิจโลก นับวันก็ยิ่งทำให้เห็นว่าการสอนให้ลูกมีความรู้ความเข้าใจและรู้จักใช้เงิน ตั้งแต่ยังเล็ก เป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างปฏิเสธไม่ได้แต่คุณพ่อคุณแม่จะเริ่ม สอนลูกเรื่องเงิน ให้เหมาะกับช่วงวัยของลูกได้อย่างไร เรามีแนวทางมาบอกค่ะ

• อายุ 3 ปี: ฝึกให้รู้จักรอวัยนี้ ลูกควรได้เรียนรู้เรื่องความอดทน รอคอย และวิธีตอบสนองเมื่อไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการในทันทีทันใด เช่น เมื่อลูกขอกินขนมก่อนเวลาอาหารเย็น คุณแม่อาจจะบอกลูกว่า ให้กินขนมตอนนี้ได้เล็กน้อย แต่ถ้าลูกรอให้ถึงเวลากินขนมหลังอาหาร ลูกก็จะได้กินขนมตามที่ลูกอยากกินได้ เพื่อฝึกให้ลูกรู้คุณค่าและข้อดีของการรู้จักอดทนรอ ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อนิสัยการใช้เงินของลูกในอนาคต• อายุ 4 ปี: ฝึกนับแม้จะยังไม่เข้าใจเรื่องเงินอย่างถ่องแท้ แต่เด็กวัยนี้จะเริ่มเชื่อมโยงทักษะทางคณิตศาสตร์กับการใช้เงินได้ ดังนั้นลูกควรฝึกฝนเกี่ยวกับการนับจำนวนสิ่งของหรือนับเหรียญให้คล่องแคล่ว และเพิ่มทักษะให้ลูกรู้จักความแตกต่างของเหรียญและธนบัตรชนิดต่างๆ ได้• อายุ 5 ปี: สอนให้รู้จักปฏิเสธที่จะต้องใช้เงินเด็กวัยนี้จะเริ่มมีความได้สิ่งของหรือของเล่นตามเพื่อนที่โรงเรียนมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรฝึกให้ลูกรู้ว่าเราไม่สามารถใช้เงินซื้อทุกอย่างที่ต้องการได้ ด้วยการสอนให้ลูกรู้จักเลือกของที่อยากได้ที่สุดเพียงชิ้นเดียวในโอกาสพิเศษ หรือให้ลูกรู้จักทบทวนว่าของนั้นจำเป็นและลูกต้องการมันจริงๆ หรือไม่ รวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ต้องกล้าที่จะปฏิเสธความต้องการที่เกินจำเป็นของลูกบ้าง• อายุ 6 ปี: เริ่มฝึกการใช้เงินรายสัปดาห์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มฝึกการใช้เงินรายสัปดาห์ให้ลูกได้ในช่วงวัยนี้ ซึ่งหมายความว่าลูกจะได้เรียนรู้การใช้เงินด้วยตัวเอง และหากลูกต้องการสิ่งของอื่นนอกเหนือจากของที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ ก็ขึ้นอยู่กับทักษะการใช้และเก็บออมเงินของลูกนั่นเอง• อายุ 7 ปี: สอนลูกเกี่ยวกับความสำคัญของเงินกับการทำงานช่วงวัยนี้เด็กๆ มักจะเริ่มได้ยินคำถามที่ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร นี่จึงเป็นโอกาสดีที่คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มสอนให้ลูกเข้าใจความจริงที่ว่าอาชีพและการงาน มีความสัมพันธ์กับการเงินของคนเราอย่างไร และลองชี้แนะให้ลูกเข้าใจว่า แม้ทุกคนจะต้องทำงานเพื่อหารายได้ แต่เราก็สามารถเลือกทำงานที่ชอบและมีความสุขไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ เพื่อปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกต่อการทำงานและหารายได้ให้กับลูกนั่นเอง• อายุ 8 ปี: สอนลูกเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายภายในบ้านเมื่อถึงวัยนี้ ลูกจะมีทักษะการบวกลบตัวเลขได้ดีพอที่จะเข้าใจแนวคิดของการจ่ายเงินออกไปเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น วัยนี้คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกมีส่วนร่วมในการรับรู้รายรับและรายจ่ายของครอบครัว เช่น ให้ลูกอยู่ใกล้ๆ ในเวลาที่คุณพ่อคุณแม่กำลังชำระบิลรายเดือนต่างๆ การซื้อของเข้าบ้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลูกด้วย• อายุ 9 ปี: เปิดบัญชีธนาคารคุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะเตรียมบัญชีเงินฝากไว้ให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก แต่ช่วงวัยนี้เด็กๆ จะโตพอที่จะเข้าใจเรื่องการเป็นเจ้าของชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง ดังนั้น การสอนลูกเรื่องการเก็บออมเงินเข้าบัญชี เพื่อเป็นเงินสำรองหรือใช้จ่ายตามความต้องการของตัวเองในอนาคตจึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ• อายุ 10 ปี: อธิบายเกี่ยวกับการใช้บัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต และบัตรเครดิตให้ลูกเข้าใจเด็กๆ ย่อมเคยเห็นคุณพ่อคุณแม่ใช้บัตรเครดิตชำระแทนเงิน และเริ่มได้ยินคนพูดถึงบัตรเครดิตและบัตรต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเงิน แต่ก่อนที่ลูกจะได้รับข้อมูลที่ผิดหรือมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิต คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสอนให้ลูกเข้าใจคอนเซ็ปต์ หลักการ และความจำเป็นในการใช้บัตรประเภทต่างๆ ให้ลูกเข้าใจตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น เราจะใช้บัตรเครดิตเมื่อไหร่ และต้องชำระหนี้บัตรเครดิตอย่างไร ที่สำคัญคือ อย่าปล่อยให้ลูกเข้าใจว่า แค่มีบัตรเครดิตแล้วจะใช้จ่ายอย่างไรก็ได้เด็ดขาดเลยนะคะอ่านบทความ: 4 เทคนิคสอนลูกให้รู้จักและเข้าใจการใช้เงินอ้างอิงmoneyasyougrowparents

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...