โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จังหวัดสมุทรปราการ มาจากไหน? ตั้งแต่เมื่อใด?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ธ.ค. 2567 เวลา 15.46 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2567 เวลา 04.15 น.
พระสมุทรเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดสมุทรปรากร (ภาพจาก https://www.matichon.co.th/)

จังหวัดสมุทรปราการ มาจากไหน? ตั้งแต่เมื่อใด?

ชื่อจังหวัดสมุทรปราการ นั้นมีความหมายว่า เมืองหน้าด่านชายทะเล และทำหน้าที่ป้องกันข้าศึกมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยเมืองมีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน ได้แก่ นครเขื่อนขันธ์, เมืองพระประแดง, เมืองสมุทรปราการ เช่นเดียวกันที่ตั้งของตัวเมือง ซึ่งก็เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของบ้านเมือง ดังนี้

พ.ศ. 1100-1600 ขอมมีอำนาจครอบครองบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้มีการตั้งเมืองพระประแดง (เก่า) ที่บริเวณเขตพระโขนง หรือเขตราชบูรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นพื้นที่ปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นชุมชนขนาดเล็ก

พ.ศ. 1893 เมื่อพระเจ้าอู่ทองทรงสร้างนครใหม่สถาปนา “กรุงศรีอยุธยา” ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองหน้าด่าน 4 แห่ง คือ ทิศเหนือ-เมืองลพบุรี ทิศตะวันออก-เมืองนครนายก ทิศตะวันตก-เมืองสุพรรณบุรี และทิศใต้-เมืองพระประแดง

พ.ศ. 2019 เกิดสงครามช้างเผือก ทัพพม่าสามารถยกเข้ามาถึงชานพระนคร สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิเห็นว่า เมืองสุพรรณบุรีแม้จะเป็นเมืองหน้าด่านมีป้อมค่ายหอรบก็ยังรับศึกไม่อยู่ ซ้ำยังเป็นที่ให้พม่าใช้พักไพร่พลและจัดเตรียมเสบียง จึงโปรดฯ ให้รื้อป้อมค่ายและกำแพงเมืองที่เมืองลพบุรี และเมืองนครนายกลง คงเหลือแต่ที่เมืองพระประแดงเท่านั้น

พ.ศ. 2041 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 รับสั่งให้มีการขุดลอก “คลองสำโรง” (อยู่ในพื้นที่อำเภอพระประแดง และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ) ที่ตื้นเขินจนเรือใหญ่เดินทางไม่สะดวก

พ.ศ. 2121 พระยาจีนจันตุ ขุนนางเขมรที่มีโทษด้วยตีเมืองเพชรบุรีไม่สำเร็จ หนีมาพึ่งไทย แต่ภายหลังเมื่อรู้ว่าพระยาละแวกไม่เอาโทษ ก็ลักลอบพาพรรคพวกหนี สมเด็จพระนเรศวรทรงยกกำลังออกติดตาม และทรงพระแสงปืนต้นยิงพระยาจีนจันตุกและพวก แต่เรือสำเภาพอดีได้ลมแล่นออกทะเลใหญ่หนีไปได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดที่ปากน้ำเมืองพระประแดง (ยังไม่มีเมืองสมุทรปราการ) ขณะนั้นเมืองพระประแดงเองก็ยังอยู่ลึกเข้ามาถึงคลองเตย

พ.ศ. 2163 รัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พวกฮอลันดาเข้ามาทำการค้ากับไทย มีการสร้างที่พักและคลังสินค้าบริเวณปากน้ำ ตำบลบางปลากด เมืองสมุทราปราการ เรียกว่า “นิวอัมสเตอร์ดัม”

พ.ศ. 2205 ธงชาติไทยชักขึ้นครั้งแรกที่เมืองสมุทรปราการ ด้วยเรือกำปั่นเลอร์โวตร์ของฝรั่งเศสเข้ามาทางปากน้ำผ่านป้อมบางกอกและได้ชักธงชาติฝั่งเศสขึ้น ขณะนั้นเมืองไทยยังไม่มีการชักธงและไม่มีธงชาติ จึงเอาธงชาติฮอลันดามาใช้ชักขึ้น แต่ฝรั่งเศสไม่ยอมคำนับธงชาติฮอลันดา ไทยจึงเอาธงฮอลันดาลงและเอาผ้าแดงชักขึ้นแทน ธงแดงจึงเป็นธงชาติเรื่อยมา ภายหลังมีการเพิ่มรูป “ช้างเผือก” ที่ผืนธง

พ.ศ. 2310 เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมืองสมุทรปราการกลายเป็นเมืองร้าง เนื่องจากทัพพม่าได้บุกเข้าเมืองสมุทรปราการแล้วปล้นสะดมทรัพย์สินกวาดต้อนผู้คนไป

พ.ศ. 2329 องค์เชียงสือ หลานกษัตริย์ญวนหนีมาพึ่งไทย เมื่อเห็นว่าหมดภัยการเมืองในประเทศบ้านเกิดก็ลอบหลบหนีกับบ้านเมืองตนเองไปทางปากน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากองค์เชียงสือมาอยู่เมืองไทยหลายปี รู้จักเมืองไทยอยู่ไม่น้อย รัชกาลที่ 1 จึงโปรดให้สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เสด็จไปสร้างเมืองใหม่เพื่อป้องกันข้าศึกที่จะยกมาทางทะเลอีกแห่งหนึ่งที่บริเวณทางใต้ของคลองลัดโพธิ์ (อำเภอพระประแดง จังหวัดสุมทรปราการในปัจจุบัน) แต่การบูรณะยังไม่แล้วเสร็จก็ทรงสวรรคตเสียก่อน

พ.ศ. 2357 เมืองหน้าด่านที่บริเวณคลองลัดโพธิ์จนแล้วเสร็จ รัชกาลที่ 2 ทรงเห็นว่าเมืองพระประแดงเดิมทรุดโทรม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ลงไปเป็นแม่ทัพนายกองลงไปกำกับทำเมืองที่บริเวณปากลัดตัดเอาแขวงกรุงเทพมหานครและแขวงเมืองสมุทรปราการ พระราชทานชื่อเมืองใหม่ว่า “นครเขื่อนขันธ์” และให้ย้ายครัวมอญจากเมืองปทุมธานี มีพวกพระยาเจ่ง ลงไปอยู่ ณ เมืองนครเขื่อนขันธ์

พ.ศ. 2363 รัชกาลที่ 2 โปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ และเจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) คุมกำลังคนมาบูรณะเมืองสมุทรปราการขึ้นใหม่ และสร้างป้อมปราการขึ้นสองฝั่งแม่น้ำให้เป็นเมืองหน้าด่านปากน้ำเจ้าพระยา โดยย้ายเมืองจากเดิมที่บางปลากดมาตั้งที่ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ (ตำบลปากน้ำ ปัจจุบัน) ใช้เวลา 3 ปี จึงแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2365

ระหว่างก่อสร้างเมือง “สมุทรปราการ” รัชกาลที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเห็นหาดทรายเกิดขึ้นที่ท้ายป้อมผีเสื้อสมุทร จึงมีพระราชดำริที่จะสร้างพระมหาเจดีย์ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ เมื่อสร้างเมืองสมุทรปราการเรียบร้อย โปรดเกล้าฯให้ถมพื้นที่เกาะพระราชทานนามเจดีย์ไว้ล่วงหน้าว่า “พระสมุทรเจดีย์” แต่เสด็จสวรรคตเสียก่อนในปี 2367 รัชกาลที่ 3 ทรงดำเนินการสร้างต่อตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 2 จนแล้วเสร็จ

พ.ศ. 2434 เริ่มการก่อสร้างเส้นทางรถไฟกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ เส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศ โดยรัฐบาลอนุมัติให้สัมปทานแก่ชาวต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ (ให้บริการ พ.ศ. 2436-2503)

พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส (ร.ศ.112) ต่อมาในวันที่ 13 กรกฎาคม เรือแองกองสตังค์และเรือโคแมต เรือรบฝรั่งเศสแล่นผ่านสันดอนปากน้ำเจ้าพระยาเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทย ป้อมพระจุลฯ จึงยิงเตือนและเกิดการต่อสู้กันของทั้งสองฝ่ายที่ปากน้ำ

พ.ศ. 2439 ไทยจัดระเบียบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล จัดเมืองสมุทรปราการ และเมืองพระประแดงให้ขึ้นกับมณฑลกรุงเทพฯ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, ธนบุรี, สมุทรปราการ, นครเขื่อนขันธ์ (พระประแดง) และปทุมธานี

พ.ศ. 2459 รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” เมืองพระประแดง จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดพระประแดง” ประกอบด้วย 3 อำเภอคือ 1. อำเภอพระประแดง 2. อำเภอพระโขนง 3. อำเภอราษฎร์บูรณะ ส่วนเมืองสมุทรปราการการก็เปลี่ยน “จังหวัดสมุทรปราการ” ประกอบด้วย 4 อำเภอ คือ 1. อำเภอสมุทรปราการ 2. อำเภอบางเหี้ย (ปัจจุบันคืออำเภอบางบ่อ) 3. อำเภอบางพลี 4. อำเภอเกาะสีชัง (ปัจจุบันขึ้นอยู่กับจังหวัดชลบุรี)

พ.ศ. 2475 ทั่วโลกเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายราชการ จึงมีการยุบจังหวัดต่างๆ รวมถึงการยุบจังหวัดพระประแดงลงไปเป็น “อำเภอพระประแดง” ขึ้นกับจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนอำเภอราษฎรบูรณะไปขึ้นกับจังหวัดธนบุรี อำเภอพระโขนงขึ้นกับจังหวัดพระนคร (กรุงเทพฯ)

พ.ศ. 2485 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2482-2488) มีการยุบจังหวัดสมุทรปราการไปรวมกับจังหวัดพระนคร

พ.ศ. 2489 มีพระราชบัญญัติจัดตั้ง “สมุทรปราการ” ขึ้นเป็นจังหวัดใหม่อีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล. “เมืองพระประแดง : จากคลองเตย มานครเขื่อนขันธ์จบที่อําเภอพระประแดง” ใน, ดํารงวิชาการ ฉบับมกราคม-มิถุนายน 2556

สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์. เที่ยวปากน้ำ, โรงพิมพ์คุรุสภา, พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2533

ดร. โดม ไกรปกรณ์. วิวัฒนาการของเมืองสมุทรปรการ จากเมืองป้อมปราการสู่เมือง “กึ่งสมัยใหม่”ใน, หน้าจั่ว ฉบับที่ 12 : มกราคม-ธันวาคม 2558

ถนอมจิตต์ รื่นเริง. พัฒนาการการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. 2489-2549, สารนิพนธ์ หลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, เมษายน 2550.

วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์แลภูมิปัญญา จังหวัดสมุทรปราการ.คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 ตุลาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จังหวัดสมุทรปราการ มาจากไหน? ตั้งแต่เมื่อใด?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...