โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วาโก้” ย้ำเจ้าตลาดชุดชั้นใน ส่งแบรนด์ใหม่ “Freedom” เจาะ LGBTQ+

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2566 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2566 เวลา 12.45 น.

“วาโก้” เจ้าตลาดชุดชั้นในเด้งรับตลาด 2 หมื่นล้านดีดกลับ หลังเศรษฐกิจ-กำลังซื้อเริ่มฟื้น ดันโตดับเบิลดิจิต ลุ้นสิ้นปีโตมากกว่าปี 2562 ประกาศเดินหน้าบุกต่อเนื่อง ปั้นแบรนด์ใหม่เสริมพอร์ต ส่ง Freedom เจาะกลุ่ม LGBTQ+ ชี้กำลังซื้อสูง อนาคตสดใส พร้อมส่งคอลเล็กชั่น Indin สินค้ารักษ์โลก มั่นใจช่วยดันยอดขายรวมแตะ 3 พันล้าน

นางอินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดชุดชั้นในฟื้นตัวจนกลับมาใกล้เคียงกับช่วงปี 2562 ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว และในช่วงครึ่งปีหลังก็มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าสิ้นปี 2566 นี้ตลาดจะโตจากปีก่อนในระดับเลข 2 หลัก และคาดว่าจะกลับมามีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่าปี 2562 หรือมีมูลค่าตลาดรวมราว ๆ 2 หมื่นล้านบาท โดยเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจ การใช้ชีวิต-ทำงานที่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงปริมาณการจับจ่ายของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น หลังจากช่วงโควิดตลาดหดตัวไปเกือบ 50% ซึ่งแม้จะมีเม็ดเงินจากการขายผ่านออนไลน์แต่ไม่สามารถทดแทนการขายผ่านหน้าร้านได้ทั้งหมด

ตลาดรวมชุดชั้นในฟื้นตัว

ขณะเดียวกันปัจจัยการเลือกซื้อชุดชั้นในของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยให้น้ำหนักกับคุณภาพของสินค้าทั้งดีไซน์เรียบง่ายแต่มีฟังก์ชั่นที่ทำให้สวมใส่สบายไม่ว่าจะเป็นวัสดุจะต้องสบาย ระบายอากาศ ไม่กดเจ็บ แต่ในความสบายนั้นต้องมีความกระชับประมาณนึง และทนทานใช้ได้นานขึ้น เทรนด์นี้ทำให้กลุ่มบราไร้โครงและบราแบบสวมหัวได้รับความนิยมมากขึ้น แม้แต่ในกลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่เคยชินกับบราปกติยังหันมาใช้บราสวมหัวกันมากขึ้น และนอกจากความสบายแล้วความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นอีกปัจจัยที่ผู้บริโภคให้น้ำหนักในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น

อีกเทรนด์ที่มาแรงคือ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือ LGBTQ+ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง แม้ปัจจุบันฐานจะยังไม่ใหญ่นักโดยในไทยน่าจะมีประมาณ 4 ล้านคน แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูงสอดคล้องกับผลวิจัยจากต่างประเทศที่พบว่า หลังจบโควิดแล้วกลุ่ม LGBTQ+ ที่มีกําลังซื้อสูง พร้อมจับจ่ายกับสินค้ามากกว่าผู้บริโภคกลุ่มอื่น ๆ อีกทั้งยังพร้อมเดินทางท่องเที่ยว โดยมีไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้น ๆ ด้วย

เปิดเกมรุกตลาด LGBTQ+

สำหรับทิศทางของวาโก้ นางอินทิรากล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาด จากนี้ไปเน้นหนักใน 2 เซ็กเมนต์ คือ สินค้า LGBTQ+ ในแบรนด์ Freedom มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่ม LGBTQ+ และอีกเซ็กเมนต์จะเป็นสินค้ารักษ์โลกในคอลเล็กชั่น Love Earth และอินดิน (Indin) โดยแบรนด์ Freedom จะเน้นฟังก์ชั่นตอบโจทย์ความต้องการอย่างการปรับรูปร่างสรีระร่างกายให้เข้ากับเพศสภาพ อย่าง ลดขนาดหน้าอก ซ่อนอวัยวะบางส่วน เสริมสะโพก ฯลฯ ในราคาจับต้อง สวมใส่สบาย ดีไซน์สวยงามด้วย ตามแนวคิดให้ลูกค้าได้มีอิสระในความเป็นตัวเอง

ปีนี้สินค้าไฮไลต์ของ Freedom คือ กางเกงในทรงบ็อกเซอร์และบิกินี่ชายลายลูกไม้สีดำ-แดง ราคาประมาณ 590-750 บาท ใกล้เคียงกับชั้นในลูกไม้ทั่วไป เปิดขายครั้งแรกในงานสหกรุ๊ป แฟร์ ครั้งที่ 27 ที่ไบเทคบางนา (29 มิ.ย.-2 ก.ค.) ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่เปิดตัว แผ่นรัดกระชับอก เสื้อกล้ามกระชับอกแบบครึ่งตัว กางเกงในแต๊บ กางเกงเสริมสะโพก ไปก่อนแล้ว วางขายทั้งร้านวาโก้และช้อปอินช้อปในห้างสรรพสินค้า และขายผ่านออนไลน์ทั้ง www.wacoal.co.th, ลาซาด้า, ช้อปปี้ และเซ็นทรัลออนไลน์

อย่างไรก็ตาม การทำการตลาดกับผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องใช้การตลาดแบบไม่แบ่งแยกหรือ inclusive marketing เป็นการตลาดสำหรับทุกคนไม่แบ่งแยกเพศหรืออายุ แต่หันไปแบ่งกลุ่มสินค้าตามฟังก์ชั่น-ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น การใส่ขณะออกกำลังกาย ใช้เส้นใยผสมคอลลาเจน การตัดเย็บแบบเก็บตะเข็บ โทนสีสัน รวมถึงไซซ์หน้าอก ขนาดลำตัว ฯลฯ แทน ขณะเดียวกัน ในแง่ของการสื่อการตลาดต่าง ๆ ที่ออกมาจะไม่กล่าวถึงเพศ แต่ใช้คําว่า freedom อิสระที่ไม่มีนิยาม เป็นคุณในแบบที่คุณต้องการ

รวมถึงการตกแต่งจุดจำหน่ายจะอาศัยฟังก์ชั่นที่เป็น pain point มาสื่อถึงสินค้ากลุ่มนี้แทนด้วยศัพท์ที่ใช้กันทั่วไป เช่น แผ่นรัดกระชับอก กางเกงในแต๊บ กางเกงเสริมสะโพก โดยไม่ต้องขยายความว่าสินค้าเหล่านี้สําหรับเพศไหนอย่างไร ต่อยอดจากคอนเซ็ปต์ Wacoal for all ที่สะท้อนแนวคิดว่าวาโก้ไม่ใช่แบรนด์เฉพาะสําหรับผู้หญิงอีกต่อไป แต่เป็นสำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกไซซ์ ทุกคัพ สามารถตอบโจทย์ทุก ๆ คนที่มีความต้องการที่แตกต่าง มีอิสระทางความคิด มีอิสระทางการแสดงออก ซึ่งเริ่มใช้เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา

“ช่วงเริ่มต้นสร้างแบรนด์ สำหรับกลุ่มผู้หญิงข้ามเพศนั้น บริษัทได้สำรวจอินไซต์ของผู้บริโภคกลุ่มนี้และพบว่าผู้หญิงข้ามเพศไม่อยากให้แบรนด์ไปแยกตนเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะตนเหมือนคนทั่วไป อย่างคนที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วดูเป็นผู้หญิงแล้วนั้นไม่ต้องการให้ถูกเรียกเป็นกลุ่มใด ๆ แล้ว เพราะเป็นผู้หญิงแล้ว สามารถเข้าไปซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้หญิงตามปกติได้ ข้อมูลนี้ทำให้ต้องปรับแผนขนานใหญ่ ทั้งเปลี่ยนชื่อแบรนด์และโลโก้ ที่เดิมจะใช้ว่า Thom&Ther มาเป็น Freedom เพื่อสื่อความหมายถึงความอิสระที่มันไม่มีนิยาม ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าอะไร”

ผู้บริหาร ชุดชั้นในวาโก้ ยังระบุด้วยว่า แม้สินค้ากลุ่มนี้จะยังเป็นกลุ่มเล็กที่สร้างรายได้ไม่ถึง 5% ของรายได้รวม แต่ว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการต่อยอดไปยังตลาดต่างประเทศ หากสินค้าได้รับการตอบรับดี วาโก้ญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นก็อาจติดมีออร์เดอร์เข้ามาซึ่งอาจจะเป็นตลาดใหญ่ในเอเชียได้

วาโก้ Freedom

ส่ง Indin รับเทรนด์รักษ์โลก

ด้านเซ็กเมนต์สินค้ารักษ์โลกนั้น ผู้บริหารวาโก้ กล่าวว่า แม้ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของสินค้าจะยังมีผลต่อการตัดสินใจซื้อไม่มากนัก แต่สิ่งที่ลูกค้าให้น้ำหนักมากในขณะนี้คือผู้ประกอบการ-แบรนด์ที่ให้ความสําคัญกับสิ่งแวดล้อม จึงต้องอาศัยทั้งตัวสินค้าและการสื่อสารเกี่ยวกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของกระบวนการผลิต รวมถึงโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของแบรนด์ในการตอบโจทย์ของผู้บริโภคกลุ่มนี้เพื่อตอบรับเทรนด์นี้จึงเปิดตัวคอลเล็กชั่นอินดิน (Indin) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสีของดิน ซึ่งมีอยู่ 4 โทน

ร่วมกับแนวคิดการเปรียบเทียบความงามของผู้หญิง กับธรรมชาติ ความเบสิก ความสวยจากข้างใน และปรัชญาของบริษัทที่ว่า การเติบโตทางธุรกิจต้องควบคู่ไปกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยใช้วัตถุดิบที่เป็นวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุหมุนเวียนเพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีโบกี้ไลอ้อนเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อช่วยในการสื่อสาร

พร้อมเพิ่มความเข้มข้นของการสื่อสารทั้งเรื่องตัวสินค้า และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเมสเสจว่า สินค้าวาโก้ทุกชิ้นผ่านกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำพลาสติกกลับมาผลิตเป็นเส้นใย อย่างนำขวดพลาสติกมาผลิตเป็นชุดพนักงาน การใช้วัตถุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รวมไปถึงแผนเดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงงาน ฯลฯ

“ปี 2566 นี้ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายไว้ 17.5% จากปี 2565 ด้วยเป้าหมายรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่ากระแสตอบรับต่อสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ทุกกลุ่ม รวมถึงคอลเล็กชั่นใหม่ของ Indin และ Freedom ที่จะมีการทำการตลาดแบบไม่แบ่งแยก จะช่วยผลักดันรายได้ให้บรรลุเป้าหมายได้แน่นอน” ผู้บริหาร ชุดชั้นในวาโก้ ย้ำในตอนท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...