รู้จัก 'ภาวะ AF' ภัยเงียบแต่อันตรายสูงถึงขั้นอัมพาต! แพทย์ รพ.จุฬาภรณ์ แนะ ใช้สมาร์ทวอทช์ให้คุ้ม
รู้จัก ‘ภาวะ AF’ ภัยเงียบแต่อันตรายสูงถึงขั้นอัมพาต! แพทย์ รพ.จุฬาภรณ์ แนะ ใช้สมาร์ทวอทช์ให้คุ้ม ใช้เช็กความเสี่ยงของโรค
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ในงาน Thailand Healthcare 2023 “เกษียณสโมสร” งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ จัดโดยเครือมติชน จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังพันธมิตรสุขภาพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เปิดโลกความสุขของคนรักสุขภาพวัยก่อนเกษียณ วัยเกษียณ และครอบครัวผู้ดูแล หลังไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. – 2 ก.ค. เวลา 10.00 – 20.00 น.
เมื่อเวลา 10.30 น. กิจกรรมเวทีกลาง เสวนาเรื่องสุขภาพ “การรักษาภาวะหัวใจห้องบนสั่นระริก (Atrial fibrillation) ด้วยการตัดวงจรไฟฟ้า ด้วยคลื่นความร้อนและความเย็น” โดย นพ.ธารา เรืองวีรยุทธ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาล (รพ.) จุฬาภรณ์ กล่าวว่า หัวใจของคนเรามี 4 ห้องแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นได้กับหัวใจทุกห้อง แต่วันนี้เราจะคุยกันถึงโรคที่เกิดจากหัวใจห้องบนซ้ายเต้นผิดจังหวะเรียกว่า ภาวะหัวใจห้องบนสั่นระริก บางคนอาจเรียกว่าหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ซึ่งทางการแพทย์เรียกสั้นๆ ว่า AF โดยเป็นหนึ่งในโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีความน่ากลัว เพราะจะทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจห้องบนซ้าย จากนั้นก็จะถูกส่งมาที่หัวใจห้องล่างซ้ายที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ดังนั้น ถ้าลิ่มเลือดนี้ออกไปอุดในอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอุดในสมองก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะสมองขาดเลือด จากนั้นก็จะเกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต นำไปสู่การติดเตียง การเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ซึ่งจะใช้ทรัพยากรในการดูแลเยอะขึ้น ส่วนปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะ AF คือ 1.พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของทุกโรคเกี่ยวกับหัวใจ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน มีภาวะน้ำหนักตัวที่มาก และ 2.อายุที่เพิ่มมากขึ้น
“AF เป็นภาวะที่ไม่มีอาการทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว จะมีส่วนน้อยมากที่รู้ตัวเพราะมีอาการชัดเจน เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม นอนหลับไม่เพียงพอ ส่วนคนที่ไม่รู้และไม่ได้คัดกรองก็จะไม่รู้ตัว อาจไปรู้ตัวอีกทีตอนที่มีภาวะของโรครุนแรงแล้ว เช่นการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งการรักษาก็จะยากขึ้น แต่ก็ยังต้องย้ำว่าแม้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตแล้วก็ต้องรักษา เพื่อไม่ให้เกิดเป็นภาวะซ้ำซ้อนอัมพฤกษ์ อัมพาต” นพ.ธารา กล่าว
นพ.ธารา กล่าวว่า ทั้งนี้ การจะรู้ว่าเป็นภาวะ AF หรือไม่นั้น สามารถตรวจได้ด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ EKG โดยแนะนำในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี อีกวิธีคือการดูข้อมูลการเต้นของหัวใจในสมาร์ทวอช (Smart watch) หากมีการแจ้งเตือนว่ามีภาวะ AF ก็ให้รีบไปพบแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเครื่องมือนี้ก็มีความน่าเชื่อถือถึง 80% หรืออีกวิธีที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือ คือการจับชีพจรดูว่าเต้นสม่ำเสมอหรือไม่ ทั้งนี้ ทาง รพ.จุฬาภรณ์ คำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ จึงมีโครงการคัดกรองผู้ที่มีภาวะ AF ในต่างจังหวัดที่อยู่ในสาขาบริการของ รพ. คัดกรองโดยใช้อุปกรณ์ที่คล้ายสมาร์ทวอช เพื่อให้เจอผู้ป่วยได้เร็ว เข้ารักษาได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ตนขอย้ำว่าการตรวจสุขภาพประจำปีมีความสำคัญมาก ดังนั้นคนในทุกวัยทั้งเพศชายและหญิงควรตรวจคัดกรองสุขภาพประจำปีที่ รพ. ที่มีการเจาะเลือดหาความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ
นพ.ธารา กล่าวต่อว่า สำหรับภาวะ AF มีหลายชนิด ทั้งชนิดชั่วคราว ชนิดเป็นนาน และชนิดถาวร ซึ่งแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาต่างกันออกไป ปัจจุบันมีการรักษาด้วยยา เช่น ยาป้องกันเลือดแข็งตัวหรือที่รู้จักกันว่า ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งการให้ยาจะช่วยลดโอกาสเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต และการเสียชีวิต ส่วนใหญ่การทานยาต้องทานไปตลอดชีวิตจะมีส่วนน้อยเท่านั้นที่หยุดยาได้ โดยส่วนใหญ่จะใช้ในกลุ่มที่เป็นถาวระ และอีกวิธีที่แพทย์จะพิจารณาใช้รักษาในผู้ที่มีภาวะ AF ชนิดชั่วคราวและชนิดเป็นนาน คือ การจี้ไฟฟ้าด้วยคลื่นวิทยุที่ทำให้เกิดความร้อน เพื่อลดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย แต่การจี้ด้วยความร้อนก็จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้เล็กน้อย ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาใช้การจี้ด้วยความเย็น ทาง รพ.จุฬาภรณ์ ก็ได้ใช้เทคนิคการจี้ด้วยความเย็นด้วยแต่การจะจี้ด้วยความร้อนหรือเย็นนั้น จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาด้วย
“ประสิทธิภาพของการจี้ไฟฟ้า ราวๆ 70% ของผู้ป่วย ที่จี้ครั้งแรกมีโอกาสหายได้ อีก 30% จะต้องจี้ซ้ำ แต่ถ้าหายแล้วก็ไม่ใช่ว่าหายขาดถาวร เพราะถ้าอายุมากขึ้น มีภาวะอ้วนมากขึ้นในภายหลังก็มีโอกาสที่โรคจะกลับมาได้เช่นกัน ดังนั้น หลังการรักษาจะต้องควบคุมพฤติกรรม เช่น คุมน้ำหนัก ดูแลโรคประจำตัวบางอย่างที่สำคัญอย่างโรคเบาหวาน ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน จึงไม่ได้รักษา แต่ขณะที่เบาหวานเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตในกลุ่ม AF สูงมาก” นพ.ธารา กล่าว
มหกรรมสุขภาพยิ่งใหญ่ที่สุดของปี “Thailand Healthcare 2023 เกษียณสโมสร” จะจัดไปจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ง่าย ๆ ด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน ทางออกที่ 2