โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Private Assets คืออะไร? รู้จักทางเลือกลงทุน ที่ไม่สั่นไหวตามตลาด

Finnomena

อัพเดต 22 มิ.ย. 2566 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2566 เวลา 02.14 น. • fruhling

‍‍‍‍‍ครั้งหนึ่ง วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยกล่าวเอาไว้ว่า

เป็นเวลากว่า 240 ปี ที่การแทงสวนอเมริกา นับเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวง

ตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์อเมริกา ไม่มีครั้งไหนเลยที่มหาอำนาจชาตินี้จะล้มลงโดยไม่ลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างเกรียงไกร ถ้ามองในภาพใหญ่ นี่คือประเทศที่อยู่ใน “ขาขึ้น” ตลอดเวลา

ตัดภาพเข้ามาใกล้ปัจจุบันมากขึ้น ถ้าดูในช่วง 20 ปี ดัชนีที่กล่าวได้ว่าเป็นเหมือนภาพแทนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง S&P 500 ก็สามารถสร้างผลตอบแทนกว่า 300% หรือโตขึ้นราว 5-6% ต่อปี

ทว่า เจ้าของประโยคยกย่องความรุ่งโรจน์ของสหรัฐฯ ผู้นี้เอง ที่เป็นคนเอาชนะการเติบโตของมาตุภูมิของตนไปได้อย่างขาดลอย โดย Berkshire Hathaway ภายใต้การบริหารของบัฟเฟตต์ สามารถสร้างผลตอบแทนได้กว่า 650% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หรือโตปีละเกือบ 10% จนถึงปี 2020

แผนภาพเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่าง SPDR S&P 500 ETF และ Berkshire Hathaway ปี 2000-2020 Source: Seeking Alphaas of 2/5/2021

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

แต่คำกล่าวที่ว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า” ก็เป็นเรื่องจริงอยู่วันยังค่ำ เพราะแม้ปรมาจารย์ด้านการลงทุนแบบเน้นคุณค่าอย่างบัฟเฟตต์จะสร้างผลตอบแทนได้มหาศาลในระยะยาว แต่กองทุน Yale’s Endowment Fundภายใต้กลยุทธ์ของนักลงทุนระดับตำนานผู้ล่วงลับอย่างเดวิด สเวนเซ่น กลับสามารถให้ผลตอบแทนได้เหนือกว่า

แผนภาพเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างกองทุน Yale’s Endowment Fund และ Berkshire Hathaway ปี 1996-2016 Source: Yale Investment Office& Berkshire Hathawayas of 18/5/2018

ผลการดำเนินงานในอดีตและผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ในช่วง 20 ปี ผลตอบแทนของกองทุนนี้สูงเกือบ 12% ต่อปี จนถึงปึ 2016 ตัวเลขนี้ดูเผิน ๆ แล้วอาจห่างจาก Berkshire ไม่มาก แต่ถ้าคิดออกมารวม ๆ แล้ว ผลตอบแทนจะอยู่ที่ 900%นี่คือช่องว่างมหาศาล

ความลับของกองทุนนี้อยู่ตรงไหน? อะไรคือที่มาของช่องว่างนั้น? คำตอบสั้น ๆ อยู่ที่การกระจายการลงทุนไปที่ Private Assets หรือสินทรัพย์นอกตลาด ในขณะที่ Endowment Fund ของมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่น ๆ จะเน้นการลงทุนในหุ้นในตลาดเป็นส่วนมาก แต่สัดส่วนการลงทุนของ Yale’s Endowment Fund อยู่ในสินทรัพย์นอกตลาดกว่า 40%แบ่งเป็นหุ้นนอกตลาด 17.5% และการลงทุนแบบ Venture capital อีก 23.5%

เรามาทำความรู้จักกับ Private Assets อีกหนึ่งสินทรัพย์การลงทุนที่ไม่สั่นไหวตามตลาด ลองมาดูกันว่าสินทรัพย์ชนิดนี้แบ่งออกเป็นกี่ประเภท มีความพิเศษอย่างไร และหากสนใจสามารถลงทุนได้ผ่านช่องทางไหน

Private Assets สินทรัพย์ที่ไม่ต้องเสี่ยงกับ “นายตลาด”

ใน The Intelligent Investor ตำราการลงทุนระดับขึ้นหิ้ง เบนจามิน เกรแฮม เคยเปรียบเปรยตลาดหุ้นว่าเป็นคนขึ้น ๆ ลง ๆ นามว่า “นายตลาด” ที่จะมาหาเราและเอาหุ้นมาขายให้เราทุกวันโดยไม่เหน็ดเหนื่อย

จุดน่าสนใจคือ วันไหนที่อารมณ์ดีเขาจะขายหุ้นในราคาสูงลิ่ว ส่วนวันไหนเขาแพนิคก็จะขายในราคาเทกระจาด แม้ว่าหุ้นตัวนั้นจะพื้นฐานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ปัจจุบัน สถานการณ์การลงทุนผันผวนจากภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนตลาดผันผวนอย่างมาก ทว่าการลงทุนใน Private Assets ช่วยลดทอนปัญหาตรงนี้ลงไปได้เนื่องจากสินทรัพย์ชนิดนี้ไม่ได้ถูกซื้อขายในตลาดจึงทำให้นักลงทุนไม่ต้องเจอกับอารมณ์แปรปรวนของนายตลาด

ดังนั้น Private Assets จึงเป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน

Private Assets 3 ชนิด ที่จะช่วยยกระดับการลงทุน

Private Assets หรือ สินทรัพย์นอกตลาดคือสินทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายกับบุคคลภายนอก ไม่มีการซื้อขายในตลาดรอง จึงมีความผันผวนด้านราคาที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทั่วไปที่ราคามักขึ้นลงตามภาวะตลาดมากกว่า โดย Private Assets แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ

1. Private Equity หรือ หุ้นนอกตลาด

  • เป็นการลงทุนในหุ้นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์
  • บริษัทนอกตลาดมักให้ผลตอบแทนชนะตลาดหุ้นโลกในระยะยาว
  • การลงทุนในหุ้นนอกตลาดจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทขนาดเล็กที่มีศักยภาพสูง และมี upside ด้านมูลค่าที่สูงกว่าบริษัทใหญ่ ๆ
  • การเข้าลงทุนในหุ้นนอกตลาดของกองทุนมักจะมีความใกล้ชิดและสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อบริษัทที่เข้าลงทุนได้สูง
  • โดยส่วนใหญ่แล้วแตกต่างจากการลงทุนในหุ้นในตลาดที่เป็นการซื้อขายหุ้นจากนักลงทุนรายอื่น ซึ่งไม่ได้ส่งผลบวกโดยตรงดังเช่นการลงทุนในหุ้นนอกตลาด
  • การเข้าไปลงทุนในหุ้นนอกตลาดมีทางเลือกหลายแบบ เช่น เข้าไปลงทุนในช่วงตั้งต้นกิจการ (Venture Capital) ลงทุนในช่วงที่บริษัทเติบโต (Growth Capital) หรือแม้แต่การร่วมทุนโดยการเข้าซื้อกิจการในช่วงบริษัทที่มีกระแสเงินสดมั่นคง (Buyout)

2. Private Real Estate หรือ อสังหาริมทรัพย์นอกตลาด

  • เป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ
  • มีทางเลือกการลงทุนหลากหลากหลาย เช่น ออฟฟิศ ค้าปลีก ห้องแล็บ ที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ โรงงาน ไปจนถึงคลังสินค้า
  • มีหลายตลาดให้เลือกสรรไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ที่มีสภาพคล่องสูงและมีสภาพสินทรัพย์ดี หรือเอเชียที่อัตราการเติบโตสูง เป็นต้น
  • ความผันผวนต่ำเนื่องจากไม่ได้ถูกซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ราคาไม่ได้เคลื่อนไหวตามข่าวและการเก็งกำไร โดยส่วนใหญ่ราคาจะเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน

3. Private Credit หรือ การให้กู้ยืมเงินโดยตรงแก่บริษัท

  • เป็นการปล่อยโดยตรงให้กับบริษัทเสมือนธนาคาร
  • บริษัทเอกชนไม่ได้ออกตราสารหนี้เสนอให้กับนักลงทุน
  • ส่วนใหญ่เป็นการให้บริษัทขนาดเล็กจนถึงกลางกู้ยืม
  • ช่วยกระจายความเสี่ยงเพราะมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นไม่มาก

ทำไม Private Assets ถึงเป็นการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดที่น่าสนใจ?

อย่างที่ได้ย้ำไปว่าสินทรัพย์นอกตลาดมักจะมีความผันผวนต่ำกว่าสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาด และมีราคาปรับตัวตามปัจจัยพื้นฐานมากกว่า ข้อมูลต่อจากนี้จะแสดงให้เห็นเพิ่มเติมว่าสินทรัพย์นอกตลาดหลายประเภทมีความผันผวน (Standard deviation: S.D.) ต่ำกว่าสินทรัพย์ประเภทเดียวกันที่มีการซื้อขายในตลาด

เริ่มกันที่อสังหาริมทรัพย์ก่อน จากข้อมูลของ JP Morgan ปี 2022 ผลตอบแทนของ REITs (เส้นประสีเทา) มีความผันผวนกว่าอสังหาริมทรัพย์นอกตลาด (เส้นสีเหลืองและแดง)

แผนภาพแสดงผลตอบแทนของ Private Real Estate เทียบกับ REITs Source: FINNOMENA, Krungsri, JP Morgan as of 2022

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ต่อกันที่หุ้น ในปี 2022 ค่า S.D. ของดัชนี S&P 500 ที่เป็นตัวแทนของหุ้นในตลาด อยู่ที่ 17.8% ในขณะที่ดัชนี Bloomberg Buyout Private Equity ซึ่งลงทุนในหุ้นนอกตลาดมี S.D. ที่ 9.5% และอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจก็คือ ในกรณีนี้ ผลตอบแทนต่อปีของการลงทุนในหุ้นนอกตลาดก็สูงกว่าด้วย

แผนภาพแสดงตอบแทนของดัชนี Bloomberg Buyout Private Equity เทียบกับดัชนี S&P 500 Source: FINNOMENA, Bloomberg as of 9/2022

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

นอกจากนี้ การศึกษาของ JP Morgan พบว่า การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก(Private Assets ก็เป็นหนึ่งในนั้น) ช่วยเพิ่มผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีและลดความผันผวนให้กับพอร์ตการลงทุนได้จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1989 จนถึงไตรมาส 2 ของปี 2022

ยกตัวอย่างกรณีศึกษาเมื่อเพิ่มสัดส่วนทรัพย์สินทางเลือกเข้าไปในพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยหุ้นและตราสารหนี้หลาย ๆ รูปแบบ เช่น

  • กรณีที่ 1:

  • (เดิม) พอร์ตการลงทุนประกอบด้วยหุ้น 80% และตราสารหนี้ 20% ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 9.18% และมีความผันผวน 12.82%

    • (ใหม่) แทนที่สัดส่วนหุ้น 30% ด้วยทรัพย์สินทางเลือก 30% ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเพิ่มเป็น 9.48% ความผันผวนลดลงเหลือ 9.53%
  • กรณีที่ 2:

  • (เดิม) พอร์ตการลงทุนประกอบด้วยหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 8.39% และมีความผันผวน 9.66%

    • (ใหม่) แทนที่สัดส่วนหุ้น 10% + ตราสารหนี้ 20% ด้วยทรัพย์สินทางเลือก 30% ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเพิ่มเป็น 9.48% ส่วนความผันผวนลดลงเหลือ 9.53%

แผนภาพแสดงผลตอบแทนและความผันผวนของพอร์ตการลงทุนแต่ละแบบ ตั้งแต่ปี 1989 ถึง ไตรมาส 2 ของปี 2022 Source: JPMorgan as of 28/2/2023

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนตัวอย่างที่ลงทุนใน Private Assets

นอกจากที่สินทรัพย์ชนิดนี้จะมีความผันผวน (S.D.) ที่ต่ำในตัวเองแล้ว การที่Private Assets มีความสัมพันธ์ (Correlation) กับสินทรัพย์ทั่วไปอย่างหุ้นและตราสารหนี้ต่ำ (พูดง่าย ๆ คือ ถ้าหุ้นลง Private Assets มีแนวโน้มสูงที่จะไม่ลงตาม) ก็เป็นอีกเหตุผลที่สินทรัพย์นอกตลาดถือเป็นประตูสู่การกระจายการลงทุนที่ดีให้กับพอร์ตของนักลงทุน

ปกติแล้วในการวัดว่าราคาของสินทรัพย์หนึ่งเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับอีกสินทรัพย์มากแค่ไหนจะต้องดูจากค่า correlation ที่มีค่าระหว่าง -1 ถึง 1 หากสินทรัพย์ทั้งสองเคลื่อนไหวสอดคล้องกันโดยสมบูรณ์ก็จะมีค่านี้เท่ากับ 1 และถ้ามีค่าเข้าใกล้ -1 เท่าไหร่ ก็หมายถึงสินทรัพย์เคลื่อนไหวตรงข้ามกันเท่านั้น

ในกรณีของกองที่มีนโยบายลงทุนใน Private Real Estate จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาราคาเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับหุ้นโลกต่ำที่สุด ส่วนกองที่มีนโยบายการลงทุนทั้งใน Private Equity ก็ยังถือว่ามีความสัมพันธ์ไม่มากนัก

ตารางแสดงผลตอบแทนต่อปีย้อนหลังและ Correlation ต่อสินทรัพย์พื้นฐาน ของกองทุนตัวอย่างที่ลงทุนใน Private Assets Source: FINNOMENA as of 3/2023

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

*กองทุนหลักตัวอย่างอาจหมายถึงกองทุนหลักในต่างประเทศหรือกองทุนอื่นที่บริหารจัดการด้วยผู้จัดการกองทุนรายเดียวกันด้วยกลยุทธ์ที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับกองทุนหลักที่เข้าไปลงทุน แต่อาจมีผลการดำเนินการที่ยาวกว่าหรือ share class ต่างกัน โดยพยายามคัดสรรตัวอย่างจากทางเลือกที่ให้ track record ของผลตอบแทนในอดีตที่ยาวที่สุด ผลตอบแทนในสกุลเงินของกองทุนหลักตัวอย่าง และยังไม่รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆของระดับกองทุนในไทย

ข้อสังเกตการลงทุนใน Private Assets

นักลงทุนไทยสามารถลงทุนใน Private Assets ได้ผ่านกองทุนรวม UI (กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ) อย่างไรก็ตาม กองทุน UI จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 8+หรือกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงจากการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องด้วยเหตุผล คือ

  • มีการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความซับซ้อน ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางมากกว่า
  • อาจมีการกระจุกตัวในอุตสาหกรรม
  • มีสภาพคล่องน้อยเนื่องจากไม่ได้เปิดให้ซื้อขายในตลาด
  • ข้อมูลของสินทรัพย์เหล่านี้เปิดเผยต่อสาธารณชนไม่เยอะเท่าสินทรัพย์ดั้งเดิมที่มีการซื้อขายในตลาดทั่วไป

โอกาสลงทุนใน Private Assets ทางเลือกการลงทุนใหม่ไม่ง้อตลาด ผ่านกองทุน UI

แม้การลงทุนใน Private Assets จะมีข้อสังเกตอยู่บ้าง แต่การกระจายการลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสมไปยังสินทรัพย์ทางเลือกก็สามารถช่วยให้พอร์ตการลงทุนสั่นไหวไปกับตลาดน้อยลง เนื่องจากสินทรัพย์ทางเลือกดังกล่าวสัมพันธ์กับสินทรัพย์ทั่วไปในระดับต่ำ แถมในบางกรณีก็สามารถช่วยเพิ่มผลตอบแทนที่คาดหวังได้อีกด้วย

สำหรับนักลงทุนที่สนใจโอกาสการลงทุนสุดพิเศษเหนือใคร สามารถเข้าถึงทรัพย์สินทางเลือกเหล่านี้ได้ผ่านกองทุนรวม UI หรือกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra Accredited Investor Mutual Fund) ที่ FINNOMENA House of UI Funds

ที่ FINNOMENA House of UI Funds นักลงทุนจะได้เข้าถึงกองทุน UI จากหลากหลาย บลจ. ครอบคลุมทุกสินทรัพย์นอกกระแส ทั้ง Private Assets และสินทรัพย์อื่น ๆ ผ่านการคัดเลือกอย่างเป็นกลางอิงตามผลงานที่โดดเด่น พร้อมบริการให้คำแนะนำและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจาก FINNOMENA Investment Team เสมือนมีทีมผู้เชี่ยวชาญดูแล

เปิดประสบการณ์การลงทุนเหนือระดับ ในสินทรัพย์ทางเลือกใหม่ เอกสิทธิ์เฉพาะนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ👉 ลงทะเบียน คลิก >>> https://finno.me/ui-fund

อ้างอิง

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สำหรับกองทุน UI จะเสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น โดยกองทุนประเภทนี้เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน และไม่ถูกจำกัดความเสี่ยงด้านการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับผลขาดทุนได้ในระดับสูงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...