โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปาเลียเมนต์ (Parliament)” ในฝัน ของคณะ ร.ศ. 130

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 พ.ค. 2566 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2566 เวลา 10.17 น.
คณะ ร.ศ. 130 ในงานศพ 17 วีรชนปรากกบฏบวรเดชที่ท้องสนามหลวง กุมภาพันธ์ 2476 (แถวหน้าจากซ้าย) ร.ต. จรูญ ษตะเมษ ร.ต. โกย วรรณกุล ร.อ. เหล็ง ศรีจันทร์ ร.ต. ถัด รัตนพันธุ์ ร.ต. จรูญ ณ บางช้าง ร.ต. สอน วงษ์โต ร.ต. เปลี่ยน ไชยมังคละ (แถวหลังจากซ้าย) ร.ต. เหรียญ ศรีจันทร์ ร.ต. เนตร พูนวิวัฒน์ ร.ท. จือ ควกุล ร.ต. บ๋วย บุณยรัตพันธุ์ ร.ต. เขียน อุทัยกุล ร.ต. ศิริ ชุณห์ประไพ นายอุทัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ความปรารถนาของ คณะผู้ก่อการ ร.ศ. 130 คือการจะยกระดับประเทศให้ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศอื่น ๆ ความคิดดังกล่าวเกิดจากการศึกษาค้นคว้าหนังสือเกี่ยวกับการปกครองของประเทศต่าง ๆ เมื่อพวกเขายังศึกษาในโรงเรียนนายร้อยร.ต. เนตร เลขานุการคณะเล่าย้อนไว้ว่า

“ทุกคนมีสิทธิที่จะคุยการเมืองได้ทุกแห่ง ตลอดถึงระบอบการปกครองหรือลัทธิ แม้แต่ทูลหม่อมจักรพงษ์ก็ดี พระยาเทพหัสดินก็ดี เมื่อเข้าสอนวิชายุทธวิธีในห้องเรียน ท่านก็สอนลัทธิการเมืองของหลายประเทศ ประกอบด้วยลัทธิไหนดี ท่านก็ชมเชย ลัทธิไหนชั่ว ท่านก็ติเตียน ทำไมลูกศิษย์จะนำมาคุยและถกเถียงกันไม่ได้เล่า” [1]

จากคำให้การของแกนนำคนสำคัญหลังถูกจับกุมยังยืนกรานหนักแน่นต่ออุดมการณ์ปฏิวัตินี้ เช่น ร.ต. เหรียญ ยกตัวอย่างความเรืองรองของประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งชนะสงครามกับรัสเซียเมื่อ พ.ศ. 2448 [2] ว่า การที่ประเทศญี่ปุ่นมีอำนาจมากนั้น เป็นเพราะญี่ปุ่นมีข้าราชการและราษฎรที่มีความฉลาด รู้จักกิจการบ้านเมือง จึงมีความรักประเทศชาติของตนมาก

เพราะฉะนั้นหนทางที่ควรจะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาของสังคมไทยก็คือ เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งที่ประชุมปาเลียเมนต์ ให้ราษฎรมีเสียงพูดในราชการบ้านเมือง [3]

เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว พวกเขาจึงก่อตั้งสมาคมเพื่อรวบรวมสมาชิกในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การประชุมสมาชิกจากหลักฐานการสอบสวนของราชการสรุปว่า มีทั้งสิ้น 8 ครั้ง นับแต่วันที่ 13 มกราคม ร.ศ. 130 ถึงวันที่ถูกรวบตัว 1 มีนาคม ร.ศ. 130 ได้มีการอภิปรายเรื่องระบอบการปกครองโดยผู้นำ 3 คน คือ ร.อ. ขุนทวยหาญพิทักษ์ (เหล็ง ศรีจันทร์) ร.ท. จรูญ ณ บางช้าง และ ร.ท. จือ ควกุล

แกนนำทั้ง 3 ท่านนี้ ผลัดกันอธิบายถึงข้อดีข้อเสียของการปกครองทั้ง 3 รูปแบบ คือ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (แอ๊บสะลูตมอนากี้ Absolute Monarchy) มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบญี่ปุ่น (ลิมิเต็ดมอนากี้ Limited Monarchy) หรือแบบฝรั่งเศส (รีปับลิก Republic) [4]

โดยยกพงศาวดารของประเทศต่าง ๆ เป็นกรณีศึกษา เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา นำโดย 2 ท่านแรกคือหมอเหล็งและ ร.ท. จรูญ จะชี้นำไปในทางรีปับลิก (สาธารณรัฐ) โดยเห็นว่า การใช้ระบบนี้ พลเมืองจะมีอิสรภาพ มีอำนาจอันชอบธรรมทั่วกันหมด ส่วน ร.ท. จือ (เสนาธิการคณะ) จะเป็นผู้คัดค้าน และเป็นผู้นำเสียงข้างลิมิเต็ด (กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ) [5]

การให้สมาชิกออกเสียงเลือกระบอบการปกครองยังคงไม่แน่ชัดเพราะถูกรวบตัวอย่างรวดเร็วเพียงเดือนเศษถัดมา หลังถูกจับกุมรัฐบาลสามารถเข้าบุกค้นยึดหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรสำคัญได้ 2 ชิ้นที่บ้านขุนทวยหาญพิทักษ์ (หมอเหล็ง) คือ “กฎข้อบังคับของสโมสร” และ “บันทึกว่าด้วยความเสื่อมซามแลความเจรีญของประเทศ” ที่แสดงสารัตถะแห่งการวิพากษ์ระบอบการปกครองทั้ง 3 รูปแบบอย่างลึกซึ้ง

รวมถึงยังพบข้อเขียนตัวพิมพ์ดีดหนาถึง 256 หน้า ณ สำนักงานอนุกูลคดีกิจ เรื่อง “คำแนะนำสั่งสอนเรื่องชาติบ้านเมือง” ของ ร.ท. จรูญ ณ บางช้าง นอกจากนี้ ยังค้นพบเอกสารที่พาดพิงถึงผู้ปกครอง เช่น พระราชหัตถเลขาอวยพรวันเกิดนายจ่ายง, บทความในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศเรื่องการเล่นโขนละครของกษัตริย์ไทย,บันทึกคำสั่งของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เรื่องห้ามทหารไปซ้อมรับเสือป่า ฯลฯ [6]

ส่วนที่บ้านผู้อาวุโสสูงสุดของคณะ พ.ต. หลวงวิฆเนศร์ประสิทธิ์วิทย์ (อัทย์ หะสิตะเวช) ตรวจพบสมุดรวบรวมข่าวหนังสือพิมพ์ ตัดเฉพาะเรื่องกบฏใหญ่ในประเทศจีน ปะกาวในสมุดหนา 55 หน้า [7]

หลังเสร็จสิ้นการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถถวายความเห็นให้แก่พระเชษฐา (รัชกาลที่ 6) ว่า“การโว๊ตความเห็นในที่ประชุมนั้น มีความเห็นแยกกันเป็น 2 พวกคือลิมิเตดมอนากีพวก 1 ริปับลิกพวก 1 ฝ่ายพวกริปับลิกมาก แต่ก็ยังไม่เป็นการตกลงแน่นอน” [8] และเมื่อถึงท้ายสุด คณะตุลาการบันทึกประเด็นนี้ไว้ในคำพิพากษาว่า

“ถ้าตกลงจะให้ประเทศสยามปกครองอย่างลิมิเต็ดมอนากีแล้ว เมื่อสยามนี้มีกำลังพอ นัยว่าจะทำเป็น 2 อย่าง คือ ทำหนังสือกราบบังคับทูลพระกรุณาโดยลม่อม หรือมิฉะนั้นจะยกกำลังเข้าล้อมพระราชวังแล้วบังคับให้ทรงละพระราชอำนาจมาอยู่ใต้กฎหมาย หรือเปลี่ยนพระเจ้าแผ่นดิน

จะเชิญสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต หรือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ขึ้นเป็นกษัตริย์อยู่ใต้กฎหมาย ถ้าตกลงจะให้ประเทศสยามปกครองอย่างรีปับลิก ก็จะเชิญสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอกรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี”… [9]

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] เรื่อง คน 90 ปี. โดย ร.ต. เนตร พูนวิวัฒน์. พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ร.ต. เนตร พูนวิวัฒน์ ณ ฌาปนสถานวัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๓, (เซ็นทรัลเอ็กซ์เพรสศึกษาการพิมพ์), น. 121

[2] Russo-Japanese War จุดเชื่อมต่อ https://www.britannica.com/event/Russo-Japanese-War

[3] อัจฉราพร กมุทพิสมัย. กบฏ ร.ศ. 130 : ศึกษากรณีการปฏิรูปทางการปกครอง และกลุ่ม “ทหารใหม่”.(วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524), น.175.

[4] เรื่อง คน 90 ปี. โดย ร.ต. เนตร พูนวิวัฒน์. น. 100. ดูเพิ่มเติม เผยบันทึกผู้วางแผน “กบฏ ร.ศ. 130” เมื่อทหารหนุ่มประชุมลับถามหาอนาคตของประเทศ! ในศิลปวัฒนธรรมออนไลน์ จุดเชื่อมต่อ https://www.silpa-mag.com/history/article_30984

[5] อัจฉราพร กมุทพิสมัย. กบฏ ร.ศ. 130 : ศึกษากรณีการปฏิรูปทางการปกครอง และกลุ่ม “ทหารใหม่. น. 203-204.

[6] เรื่องเดียวกัน, น. 185-186.

[7] แถมสุข นุ่มนนท์. “การจับกุมทหารก่อการกำเริบ ร.ศ. 130,” วารสารสังคมศาสตร์. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. 16, 1 (มกราคม-มีนาคม 2522): 4.

[8] “หนังสือกราบบังคมทูลของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ถึง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ 16 มีนาคม ร.ศ. 130,” ปฏิวัติ ร.ศ. 130. พิมพ์ครั้งที่ 2. (สำนักพิมพ์มติชน, 2564), น. 453.

[9] คำพิพากษาโทษ เรื่อง นายทหารบก นายทหารเรือ และบุคคลพลเรือน ซึ่งก่อการกำเริบ ร.ศ. ๑๓๐, กองจดหมายเหตุแห่งชาติ ร.6 หมวดเบ็ดเตล็ด 17/17 อ้างจาก แถมสุข นุ่มนนท์. ยังเติร์กรุ่นแรก กบฏ ร.ศ. 130. พิมพ์ครั้งที่ 3, (สำนักพิมพ์สายธาร, 2545), น. 204-205.

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดส่วนหนึ่งจาก“รัฐธรรมนูญของ ‘คณะปฏิวัติ ร.ศ. 130’ กับมหากวี ‘ชิต บุรทัต’ ” เขียนโดย นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤศจิกายน 2565 [เว้นวรรคคำ ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 พฤษภาคม 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...