คลังจ่อปรับเกณฑ์ ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ชัดเจนใน 2 สัปดาห์
คลังเล็งปรับเกณฑ์ ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ให้ร้านค้าแลกเป็นเงินสดง่ายขึ้น เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น คาดชัดเจนใน 1-2 สัปดาห์ แต่ยังคงเกณฑ์แจกเป็นเงินดิจิทัลและให้ใช้จ่ายได้ในระดับอำเภอ ยันแจกไตรมาส 2 ปี 68
7 ก.พ. 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันนี้ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ 1/2568 ซึ่งได้มีการหารือถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 โดยยืนยันว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 2 ปี 2568
ขณะที่ในที่ประชุมได้มีข้อเสนอให้ปรับเงื่อนไขของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามยังต้องรอข้อสรุปจากคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์
“เราได้พิจารณาถึงการลดเงื่อนไขบางอย่างให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนนำเม็ดเงินนี้ไปเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อนำไปใช้เดินหน้าธุรกิจได้ง่ายขึ้น เพื่อให้เงินหมุนในระบบเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น เพราะธงหลักของโครงการนี้คือการทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ”
ทั้งนี้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 จะแจกในรูปแบบดิจิทัล ผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต สำหรับคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับสิทธิ ต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิคเคชั่นทางรัฐ ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิในโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ทั้ง 2 เฟส ก่อนหน้า ขณะที่การใช้จ่ายยังกำหนดให้ใช้จ่ายในเขตอำเภอตามที่อยู่บัตรประชาชน
“การประชุมในในวันนี้ได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของระบบบล็อกเชนที่จะนำมาใช้ ซึ่งก็ได้คำตอบที่เป็นบวก สำหรับการเชื่อมต่อระบบ open loop สำหรับการชำระเงินในโครงการ ในช่วงที่ผ่านมาแบงก์และนอนแบงก์ ได้แสดงความจำนงเข้ามาจำนวนมาก แบงก์ใหญ่มาครบ ซึ่งเราก็ต้องบริหารจัดการและเร่งให้เขาพัฒนาระบบเพื่อสร้างความมั่นใจและให้เกิดความง่ายในการใช้จ่ายเมื่อเริ่มโครงการ”
ขณะที่ที่ประชุมยังได้หารือถึงการลงทะเบียนกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งจะมีการเปิดให้ประชาชนกลุ่มนี้ได้ลงทะเบียนร่วมโครงการอย่างแน่นอน แต่รายละเอียดของวิธีลงทะเบียนและช่วงเวลาที่จะเปิดให้ลงทะเบียนต้องรอให้คณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่อนุมัติก่อน
นายจุลพันธ์ เปิดเผยต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในมิติอื่นๆ ด้วยทั้งภาคการเกษตร ภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยได้มีการนำเสนอ 2 ส่วน ได้แก่ 1.โครงการที่รัฐบาลดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการประมาณ 20 โครงการ และ 2.โครงการที่จะเริ่มใหม่ประมาณ 10 โครงการ ขณะที่ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นมายังคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้
ในด้านการลงทุนปัจจุบันมีคำขอรับการลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท โดยต้องหามาตรการเพื่อเร่งให้เกิดการลงทุนจริง ซึ่งคาดว่าในปี 2568 จะเร่งได้ที่ 7.5 หมื่นล้านบาท โดยจะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจประมาณ 0.1%
“กระทรวงการคลังเชื่อว่าเศรษฐกิจในปี 2568 จะเติบโตได้ที่ 3% แต่กระทรวงการคลังยังได้วางมาตรการเพิ่มเติม เช่น การเร่งรัดการเบิกจ่าย เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ปิดช่องโหว่ของดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ตามแผนทั้งหมด เชื่อว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะโตได้แตะ 3.5%”