โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้กอง กล้า 'ทำ'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 02.00 น.

บทความในประเทศ

ผู้กอง

กล้า ‘ทำ’

ชัยชนะของ “ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ” ในศึกเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงถึง 69.45 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนนัยยะทางการเมืองไม่ธรรมดา

เพราะเป็นชัยชนะจากการลงสนามครั้งแรกของพรรคกล้าธรรม หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นำทัพ ส.ส.ออกจากพรรคพลังประชารัฐ โดยที่เจ้าตัวเข้าไปควบคุมการผลิตตั้งแต่ต้น

ที่น่าสนใจก็คือ ร.อ.ธรรมนัสยอมรับเองช่วงประกาศชัยชนะว่า การลงสนามรอบนี้ มีเวลาเตรียมพร้อมแค่ไม่ถึง 45 วัน แม้แต่ตัวผู้สมัครเอง ในวันสมัครยังไม่รู้ตัวเลยว่าจะได้ลงหรือเปล่า

“…วันนี้เราถือว่า เราปักธงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 8 แล้ว การชนะเลือกตั้งครั้งนี้ เราจะขยายพื้นที่อย่างไรใน 14 จังหวัดภาคใต้…”

นั่นคือคำถามที่สะท้อนเป้าหมายทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส ต่อจากนี้อย่างดี

ชัยชนะครั้งแรกของพรรคกล้าธรรมไม่ใช่ได้มาลอยๆ แต่เกิดจากหลายปัจจัย

ไม่ว่าจะเป็นตัวนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ไม่ใช่คนหน้าใหม่ทางการเมือง แต่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมีฐานเสียงพอสมควร

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสรุกหนัก ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ลุยหาเสียงด้วยตัวเอง

ใครๆ ก็รู้ว่า ร.อ.ธรรมนัสขึ้นชื่อเรื่องใจถึงพึ่งได้ ถูกใจคนใต้ สไตล์นักเลงภูธร

ทั้งยังเป็นจังหวะพรรคประชาธิปัตย์อ่อนแอ ความนิยมถดถอยมาตั้งแต่เลือกตั้งปี 2562-2566

แม้จะส่งรุ่นใหญ่อย่างชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต รมต.และ ส.ส. 9 สมัย (ทั้งยังเป็นพ่อตาของนายก้องเกียรติ) เสริมด้วยแม่ทัพ ชวน หลีกภัย ลงไปจับไมค์หาเสียง ก็ไม่ช่วย ได้คะแนนไปเพียง 4,190 เสียง

ด้านภูมิใจไทยเจ้าของพื้นที่เดิมเกิดเพลี่ยงพล้ำ แม้จะมีกลไกมหาดไทยในมือ แต่ก็เหนื่อยล้า เพิ่งเจ็บปวดถูกศาลเพิกถอนสิทธิฯ เอาผิดฐานแจกเงิน ต้องชดใช้ค่าเลือกตั้ง พยายามจะส่งคนรุ่นใหม่ภูมิใจไทยลงไปช่วยช่วงท้าย แต่ก็ไม่ทัน

ต่อให้คะแนนที่ได้รับเพิ่มจากเลือกตั้งปี 2566 หลายพันคะแนน แต่ก็ไม่เพียงพอ ถูก “กล้าธรรม” ชิงเก้าอี้ไปด้วยคะแนนทิ้งห่างหลักหมื่น

ศึกเลือกตั้งซ่อมเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช นอกจากจะสะท้อนว่าพรรคกล้าธรรม “ปักธง” ภาคใต้ได้สำเร็จ ยังส่งผลทางการเมืองหลายเรื่อง

1. ในระดับพัฒนาการการเมืองไทย สะท้อนการปิดฉากพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เคยถูกมองว่าเป็น “พรรคคนใต้” อย่างเป็นทางการ

เลือกตั้งซ่อมหนนี้ พรรคประชาธิปัตย์ส่งเบอร์ใหญ่ลงสมัคร แถมเคยเป็นอดีต ส.ส.เขตนี้ถึง 9 สมัย แถมยังได้รุ่นเดอะ อย่าง ชวน หลีกภัย มาช่วยหาเสียงต่อเนื่อง ยังพ่ายแพ้ยับเยินได้คะแนนเพียง 4 พันเศษ แพ้พรรคประชาชนด้วยซ้ำ

หากฟังนายหัวชวนปราศรัย เนื้อหาก็เหมือนเดิมยังขายเรื่องการเมืองคนดี สุจริต ผลการเลือกตั้งจึงสะท้อนว่านโยบายเหล่านี้ขายไม่ได้อีกแล้ว

คำพูดที่ว่าประชาธิปัตย์ส่งเสาไฟลงก็ชนะ วันนี้จึงไม่มีอีกแล้ว

จากการเมือง “ระบบพรรค” วันนี้กลับมาสู่ระบบ “ตัวบุคคล”

เรียกแบบเข้าใจง่ายก็คือถอยกลับมาสู้ระบอบบ้านใหญ่แบบเต็มตัว

2.การเลือกตั้งปี 2570 ดุเดือดอย่างแน่นอน

ในสมรภูมิภาคใต้จากนี้ ผลการเลือกตั้งหลังๆ สะท้อนชัดว่า ที่นี่ไม่ได้ยึดติดพรรคเช่นที่เคยถูกมองในอดีต มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ ใครก็มีสิทธิคว้าเก้าอี้ ส.ส.ได้

ที่จริงกระแสคลื่นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 แล้ว ที่ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ สามารถเจาะเก้าอี้ภาคใต้ได้หลายแห่ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ชื่อว่าเจ้าของพื้นที่เดิม ได้ ส.ส.น้อยลง

มาชัดเจนเอาตอนเลือกตั้งปี 2566 เก้าอี้ ส.ส.สมรภูมิภาคใต้ ตกเป็นของหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย และพรรค 2 ลุง (พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ) ที่เข้ามายึดกุมเก้าอี้ ส.ส.ได้อย่างมาก

วันนี้พรรคกล้าธรรมที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส ก็เป็นอีกหนึ่งขุมกำลังที่มาปักธงสำเร็จ แถมใช้เวลาเตรียมตัวไม่นาน แต่กลับเก็บชัยชนะด้วยคะแนนทิ้งห่าง

จึงเป็นสัญญาณที่น่าจับตาในการเลือกตั้งครั้งหน้า

3.บทบาทอันโดดเด่นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ต้องไม่ลืมประวัติอันโชกโชนทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เขาคือระดับเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และยังเคยเป็นรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยงัดข้อกันมาแล้ว จนถูกเรียกว่า “กบฏผู้กอง” และถูกปลดแบบสายฟ้าแลบ

ทั้งยังนำทัพ ส.ส.หลายสิบคนแสดงจุดยืนทางการเมืองตรงข้ามกับบ้านใหญ่ป่ารอยต่อฯ ใช้กลเกมการเมืองกดดัน กระทั่งท้ายที่สุด นำผู้แทนราษฎรแยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชารัฐสำเร็จ และแถลงขอร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยโหวต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ

ได้รับความไว้วางใจจากบ้านใหญ่จันทร์ส่องหล้าจนได้รับโควต้ากระทรวงใหญ่อย่าง กระทรวงเกษตรฯ

ผู้แทนฯ ในมือ ร.อ.ธรรมนัสก็หลากหลาย มีตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง อีสาน และคนล่าสุดคือภาคใต้

ขณะที่นอกสภา ร.อ.ธรรมนัสก็เก๋าเกม สะสมฐานกำลังการเมือง รวบรวมบ้านใหญ่ นักการเมืองท้องถิ่นไว้สู้ศึกเลือกตั้ง ล่าสุดก็คือ ตระกูลช่างเหล่า แห่งขอนแก่น ที่ย้ายจากภูมิใจไทยมาอยู่ร่วมชายคา ร.อ.ธรรมนัส

กราฟที่พุ่งขึ้นของ ร.อ.ธรรมนัส ยิ่งผลักให้แกนนำพรรคกล้าธรรมฮึกเหิม บ้างถึงขั้นลุ้นว่าปรับ ครม.คราวนี้อาจจะได้เพิ่มโควต้ารัฐมนตรี

4.สู้สีน้ำเงิน

ร.อ.ธรรมนัส และขุนพลพรรคกล้าธรรม จะเป็นหมากตัวสำคัญในการเลือกตั้งปี 2570 ลุยสมรภูมิภาคใต้แทนพรรคเพื่อไทย

อาจจะเป็นเพราะผลจากการต่อสู้ทางการเมืองในอดีต ทำให้เป็นที่รู้กันว่าพรรคเพื่อไทยเติบโตยากมากในพื้นที่ภาคใต้ ที่ผ่านมาแทบไม่เคยได้เก้าอี้ ส.ส.

ด้วยสัมพันธ์อันดียิ่งของนายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำแห่งพรรคเพื่อไทย กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ชัยชนะที่นครศรีธรรมราช อีกความหมายหนึ่งในทางการเมืองก็คือการปล่อยให้ ร.อ.ธรรมนัส และ กองกำลังพรรคกล้าลุย ลุยสมรภูมิภาคใต้แทนเพื่อไทย

หากโยงกับภาพการเมืองระดับชาติจะยิ่งเห็นความสำคัญ

เพราะขณะนี้เพื่อไทยเองกำลังเจอการต่อรองอย่างหนักจากขั้วสีน้ำเงิน

นโยบายการเมืองก็ขยับไม่ได้ ล่าสุด ลามมานโยบายทางเศรษฐกิจ ไม่นับการแย่งชิงเครือข่ายขุมกำลังท้องถิ่นต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน

จึงเป็นความจำเป็นที่พรรคกล้าธรรม จะต้องเกิดขึ้นและเดินเกมการเมืองสกัดขั้วน้ำเงิน เก็บกระสุนดินดำ สะสมฐานคะแนน ไว้สู้กับขั้วสีน้ำเงินในทุกรูปแบบให้สำเร็จ

ชัยชนะการเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชจึงสะท้อนในเรื่องนี้ ตอบคำถามว่าทำไม ร.อ.ธรรมนัสถึงลงไปลุยชนิดทุ่มสุดตัว

และต้องไม่ลืมเหตุการณ์เลือกตั้งนายก อบจ.ที่ปราจีนบุรี เพราะนี่คือการประลองกำลังกันระหว่าง ซุ้มใหม่การเมืองภายใต้การสนับสนุนของ ร.อ.ธรรมนัส ชนกับขั้วสีน้ำเงิน ครั้งนั้น ร.อ.ธรรมนัส ชนะ

5.สกัดสีส้ม

เลือกตั้งปี 2566 ค่ายสีส้มมาแรง จนล้มพรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ชนะด้วยการเมืองกระแส

ในพื้นที่ภาคใต้ค่ายสีส้มยังสร้างประวัติศาสตร์ คว้าเก้าอี้ ส.ส.มาได้ยกจังหวัดที่ภูเก็ต ขณะที่คณะปาร์ตี้ลิสต์เลือกพรรค ก็สูงเป็นอันดับ 1

นั่นคือสัญญาณอันตรายของการเมืองแบบบ้านใหญ่-เครือข่ายท้องถิ่นเดิม

ชัยชนะของพรรคกล้าธรรมในเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ คว้าคะแนนไปถึง 3.8 หมื่นเสียง ขณะที่พรรคส้มได้เพียง 7 พันเสียงเศษ

สะท้อนว่าการเมืองสไตล์ ร.อ.ธรรมนัส ยังใช้การได้ดี สามารถใช้สกัดการเติบโตของพรรคส้มได้

การมาของ ร.อ.ธรรมนัส ในพื้นที่ภาคใต้จึงน่าจับตาอย่างยิ่งในทางการเมือง

ชัยชนะที่นครศรีธรรมราช สะท้อนว่าบารมีของเขา ทาบรัศมีกับค่ายสีฟ้า-ค่ายสีน้ำเงิน-ค่ายสีน้ำเงินเข้มมรดก 2 ลุง ไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังใช้สกัดพรรคส้มได้อีก

เมื่อปักษ์ใต้ทยอยกลับสู่การเมืองบ้านใหญ่

ศึกเลือกตั้งปี 2570 ที่มีผู้กองธรรมนัสแห่งพรรคกล้าธรรม เป็นผู้เล่นสำคัญคนสำคัญ จึงเข้มข้นอย่างยิ่ง!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้กอง กล้า ‘ทำ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...