โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใดๆ ในโลกล้วน Subscription ส่องโอกาสทางธุรกิจจากซีรีส์ดัง Black Mirror ตอน Common People

Capital

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 08.00 น. • Insight

จะเป็นอย่างไร? ถ้าแม้แต่ชีวิตของเรายังต้อง ‘เช่า’ แบบ Subscription

หนึ่งในประเด็นสุดร้อนแรงที่ ‘Black Mirror’ ซีรีส์ชื่อดังจาก Netflix หยิบมาบอกเล่าในซีซั่น 7 กับตอน ‘Common People’ ถือเป็นตอนที่คนพูดถึงเยอะที่สุดและเป็นเรื่องเปิดซีซั่นใหม่ได้อย่างสวยงาม ขอขึ้นคำเตือนไว้ก่อนว่าบทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์แต่ไม่ถึงกับสปอยล์

Common People ว่าด้วยเรื่องราวของไมค์และอแมนด้า สองสามีภรรยาที่อยู่ในครอบครัวชนชั้นกลาง แต่ชีวิตกลับพลิกผัน เมื่ออแมนด้าล้มป่วยเป็นมะเร็งสมองที่ทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปตลอดกาล ในช่วงเวลาที่เกือบจะหมดหวัง แพทย์เจ้าของไข้ได้แนะนำให้ไมค์รู้จักกับ Rivermind บริษัทสุดไฮเทคเกี่ยวกับระบบประสาทที่ใช้สมองสังเคราะห์ทำให้ภรรยาของเขากลับมามีชีวิตดังเดิม พร้อมข้อเสนอสุดเย้ายวนใจ อย่างการให้ผ่าตัดฟรี เพียงจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน 300 ดอลลาร์หรือประมาณ 10,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าถ้าไมค์ได้ภรรยาสุดที่รักกลับคืนมา

แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง เมื่อใช้บริการไปสักพักกลับมีข้อจำกัดขึ้นมาซะอย่างนั้น ทั้งไม่สามารถออกนอกเขตบริการที่ระบุไว้ได้ ไม่อย่างนั้นสมองสังเคราะห์จะหยุดทำงาน หนักสุดคือใช้ชีวิตประจำวันอยู่ดีๆ อแมนด้าก็ชอบพูดโฆษณาสินค้าใส่คนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว ทำให้พวกเขาต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น ผ่านการอัพเกรดเป็น Rivermind Plus แต่ก็มีเงื่อนไขใหม่ๆ ที่รบกวนการใช้ชีวิตผุดขึ้นมาอยู่เสมอ จนพวกเขาต้องจำใจจ่ายแพงขึ้นไปอีกขั้น เพื่อขยับเป็นแพ็กเกจ Rivermind Lux และนำไปสู่บทสรุปอันน่าสะเทือนใจ

อ่านมาถึงตรงนี้คิดว่าเหตุการณ์ดูคุ้นๆ ไหม ใช่แล้ว! ซีรีส์ตอนนี้แอบแฝงการจิกกัดระบบ Subscription ไว้อย่างเจ็บแสบ แบบที่ไม่ต้องมองไปไหนไกล เอาแค่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน สมัยก่อนบางแพลตฟอร์มใช้งานฟรี แต่ตอนนี้กลับมีโฆษณาคั่นมากวนใจ พร้อมเงื่อนไขมากมายที่ทำให้เราต้องยอมควักเงินมาจ่ายเพื่อตัดความรำคาญและได้ใช้บริการที่ดียิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในยุคนี้ที่การ Subscription ไม่ได้จ่ายไปเพื่อเช่าสินค้าหรือบริการที่มีก็ดีไม่มีก็ได้เพียงเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้ในธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น แม้กระทั่งข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน คอลัมน์ Recap ในครั้งนี้ ขอพามาดูว่าอะไรที่ทำให้โมเดลธุรกิจแบบ Subscription มาแรงอย่างต่อเนื่อง และมีธุรกิจอะไรที่น่าสนใจแล้วหันมาใช้ระบบ Subscription กันบ้าง พร้อมส่องโอกาสที่ทุกธุรกิจสามารถหยิบโมเดลนี้ไปปรับใช้กัน

#ย้อนรอย Subscription โมเดลที่มีมาร่วมร้อยปี

หลายคนอาจจะรู้จักการ Subscription มาจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างๆ ซึ่งโมเดลนี้มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จากอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ที่เปิดให้สมัครสมาชิกแล้วเลือกรับเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน

หลังจากนั้นการสมัครสมาชิกก็ถูกนำมาใช้กับอุตสาหกรรมนม นึกภาพตามง่ายๆ เหมือนในหนังสมัยก่อน ที่จะมีฉากคนมาส่งหนังสือพิมพ์ ส่งนมให้ตามบ้าน ซึ่งรูปแบบการสมัครสมาชิกถูกหยิบมาใช้ เพื่อให้แบรนด์มั่นใจว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าและใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกผูกมัดด้วยข้อสัญญาที่ยาวนานเกินไป แถมยังยกเลิกได้ยาก

กระทั่งช่วงศตวรรษที่ 21 ระบบ Subscription กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของบริการออนไลน์ จากการมาถึงของ Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเจ้าแรกๆ ที่เปิดให้ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน และใส่ปุ่ม Unsubscribe ไว้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าสามารถยกเลิกบริการได้ง่ายมากขึ้น และนั่นทำให้ Netflix เติบโตจากสมาชิก 400,000 รายในปี 2001 เป็น 18.2 ล้านรายในปี 2010 หรือเรียกได้ว่าเติบโต 5-8 เท่าเลยทีเดียว

#อะไรที่ทำให้ Subscription มาแรง

กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ที่เราจะจ่ายสมัครเพื่อใช้บริการอะไรก็ตาม หลายๆ อย่างก็เคยเปิดให้ใช้งานฟรีมาก่อน สิ่งนั้นเรียกว่า Freemium Model เป็นการรวมคำระหว่างคำว่า Free และ Premium โดยโมเดลนี้มีเส้นบางๆ กั้นอยู่ระหว่างการใช้งานฟรี ที่ต้องแลกกับเงื่อนไขต่างๆ ที่ตามมาคล้ายกับสถานการณ์ของไมค์และอแมนด้าในซีรีส์ Black Mirror ตอน Common People แต่ถ้าเราอยากได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นก็ต้องยอมจ่ายแบบ Premium และเข้าสู่ระบบ Subscription ทันที

อีกปัจจัยหนึ่งมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงและสถานการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่มั่นคง ทั้งเรื่องของทรัพยากรที่มีจำกัดมากขึ้น เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้งานวิจัยของ ZUORA สำรวจพบว่าผู้บริโภคใน 12 ประเทศ พบว่ากว่า 57% ต้องการเป็นเจ้าของสิ่งของต่างๆ น้อยลง และมองว่าการซื้อถือว่าเป็นภาระ ทำให้มีผู้บริโภคกว่า 70% บอกว่าพวกเขาใช้บริการ Subscription อย่างน้อย 1 อย่างในชีวิตประจำวัน และมีแนวโน้มที่จะเลือกใช้บริการในรูปแบบนี้มากขึ้นในอนาคต

สอดคล้องกับรายงานของ Subscription Economy Index ที่พบว่าเศรษฐกิจแบบสมัครสมาชิกเติบโตขึ้นอย่างน่าทึ่งถึง 435% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีกถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 นี้อีกด้วย

#ตัวอย่างธุรกิจที่หันมาใช้การ Subscription

ปัจจุบันยังมีธุรกิจหน้าเก่าที่ใช้ระบบการสมัครสมาชิกแบบเดิม เพิ่มเติมปรับตัวให้ทันยุคสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น บริการรับหนังสือพิมพ์รายวัน ก็เปลี่ยนไปเป็นการสมัครสมาชิกอ่านบนความออนไลน์แทน

แม้แต่การส่งนมตามบ้านก็มีธุรกิจที่น่าสนใจอย่าง ‘Graze’ ที่จับเทรนด์รักสุขภาพมาปรับใช้ในธุรกิจ โดยให้ลูกค้าเลือกนมตามความต้องการ เช่น นมสำหรับคนที่กินมังสวิรัติ นมที่ดื่มหลังออกกำลังกาย ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการช่วยดูแลเรื่องสารอาหารและรสชาตินมให้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจหน้าใหม่ที่ตบเท้าเข้ามาใช้โมเดล Subscription โดยเราหยิบยกมาเป็นตัวอย่าง ดังนี้

1. LG เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ เมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมากับบริการเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียม พร้อมดูแลครบวงจร ครอบคลุมทั้งเครื่องกรองน้ำ ทีวี ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งแตกต่างจากการผ่อนจ่ายทั่วไปตรงที่จะได้รับบริการเสริม ทั้งตรวจเช็กเครื่อง ทำความสะอาด และเปลี่ยนอะไหล่ ถึงแม้จะเป็นการ Subscription แต่พอหมดสัญญาเครื่องก็จะตกเป็นของลูกค้าทันที

2. BarkBox บริการให้เช่าของเล่น ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการสั่งอาหารแบบ Subscription ซึ่งมีการคำนวณคุณค่าทางโภชนาการและปริมาณที่สมควรได้รับ ตอบโจทย์ทาสหมา ทาสแมวที่ต้องสั่งอาหารและของใช้มาเปย์เจ้าขนปุย แทบทุกเดือนอยู่แล้ว รวมไปถึงของเล่นที่แรกๆ ก็เห่อ หลังๆ ก็เบื่อจนเลิกเล่น ก็สามารถมาเช่าได้ตามความต้องการอีกด้วย

3. KINTO บริการเช่าของโตโยต้า ที่ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องเงินดาวน์หรือต้องมาเป็นหนี้ระยะยาว พร้อมจ่ายค่าซ่อมในภายหลัง โดยบริการนี้มีรถให้เลือกหลายแบบ และผูกสัญญาเช่าเพียง 3-4 ปี ซึ่งถือว่าน้อยกว่าผ่อนซื้อ และยังมีบริการซ่อมบำรุงรวมอยู่ในค่าเช่าแล้ว

4. My Notes แอพพลิเคชั่นเช่าเสื้อผ้าชื่อดังของอเมริกา ที่มีเสื้อผ้าให้เลือกหลากหลายสไตล์ตั้งแต่ชุดใส่ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงชุดออกงาน ชุดเดินป่าก็มี แน่นอนว่าค่าเช่าถูกกว่าการซื้อใส่ และยังช่วยแก้ปัญหาเสื้อผ้าล้นบ้านและฟาสต์แฟชั่นที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำให้หลังจากเปิดบริการมา 5 ปี ตั้งแต่ 2019 ถึงปี 2024 มีสมาชิกผู้ใช้บริการไปมากกว่า 300,000 ราย

#หยิบโมเดล Subscription มาใช้ยังไงดี

จากตัวอย่างทั้งหมดนี้จะเห็นว่าธุรกิจที่เข้าสู่โมเดล Subscription มักจะให้มากกว่าแค่สินค้าและบริการ แต่คือการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ ที่ทำให้การใช้ชีวิตของลูกค้าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการเสริมต่างๆ ที่ลูกค้าต้องใช้อยู่แล้ว หรือการเปิดให้ทดลองใช้งานฟรี เพื่อเปรียบเทียบประสบกรณ์ระหว่างแพ็กเกจสมาชิกแบบธรรมดาและพรีเมียม

ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้การตั้งราคาที่เหมาะสมและมีความยืดหยุ่น ควรมีราคาหลายระดับปรับเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขที่คุ้มค่าคุ้มราคา เพื่อให้ลูกค้าเลือกตามความต้องการของตัวเองได้ และต้องเป็นสัญญาที่ไม่ผูกมัดลูกค้าจนเกินไป เช่น มีระยะสัญญาที่ไม่นาน สามารถยกเลิกได้ตามความต้องการ หรือปรับเพิ่ม-ลดแพ็กเกจได้

ถึงอย่างนั้นยังมีข้อควรระวังเช่นกัน โดยเป็นประเด็นหลักในซีรีส์Black Mirror ตอน Common People ก็ว่าได้ คือการเพิ่มเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ หลังจากมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ในมุมธุรกิจถือเป็นการหารายได้มากขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งถ้าลูกค้ารู้สึกว่าเงื่อนไขที่ตั้งมาไม่เหมาะสมกับราคาที่จ่าย อาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญา และทำให้ธุรกิจสูญเสียรายได้

อย่างไรก็ตามธุรกิจควรหาตรงกลางระหว่างกำไรและความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อให้โมเดล Subscription ดันธุรกิจให้โตตามที่ตั้งใจไว้

ที่มา :

subscrybe.com/the-subscription-evolution-putting-design-thinking-into-practice

forbes.com/sites/danadunne/2021/12/03/the-origin-of-the-subscription-model

linkedin.com/pulse/how-everything-became-subscription-pius-binder-skisc

erp.today/the-rise-of-subscription-economy-a-win-win-for-consumers-and-businesses

designerly.com/subscription-business-model-examples

thansettakij.com/business/marketing/625695

nytimes.com/wirecutter/reviews/battle-of-the-clothing-rental-services

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...