โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจข้อกฎหมาย เมื่อต่างชาติกว้านซื้อ ‘คอนโด’ ไทย แล้วปล่อยเช่ารายวันเป็น ‘โรงแรม’

The MATTER

อัพเดต 26 ก.พ. 2568 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 09.23 น. • Brief

“อยู่คอนโด แต่ทำไมมีนักท่องเที่ยวเข้าๆ ออกๆ ไม่ซ้ำหน้า พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ทุกวัน คอนโดปล่อยเช่ารายวันได้ด้วยหรอ?”

ข้างต้นอาจเป็นคำถาม หรือความในใจของคนจำนวนหนึ่งในช่วงนี้ สะท้อนผ่านการออกมาบอกเล่าว่าพบพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าเพื่อนบ้านในคอนโดอาจกำลังปล่อยให้นักท่องเที่ยวเช่าคอนโดรายวันอยู่ โดยมีคนตั้งขอสังเกตว่า เจ้าของห้องก็อาจไม่ใช่ชาวไทยเสียด้วยซ้ำ แต่มักเป็นชาวต่างชาติ หรือพูดให้เจาะจงกว่านั้น คือนักลงทุนชาวจีน ที่ซื้อห้องในคอนโดต่างๆ มาปล่อยเช่าโดยเฉพาะ

แต่เมื่อตามความเข้าใจของคนทั่วๆ ไป ก็มีภาพจำว่า ‘คอนโด’ เป็นที่อยู่อาศัยที่มีชื่อเจ้าของห้อง (เจ้าของร่วม) และมีกรรมสิทธิ์กำหนดชัดเจน หรือในบางกรณีก็อาจให้บุคคลอื่นเช่าเป็นรายปี ดังนั้นการเอามาปล่อยเช่าเป็นรายวัน จนแทบจะมีลักษณะเป็นโรงแรม ก็ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องสักเท่าไร

ที่สำคัญ คือเมื่อนำที่อยู่อาศัยมาปล่อยเช่า ก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัย เช่น ความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่มีคนแปลกหน้าเข้าออกคอนโดเป็นประจำ หรือการก่อความวุ่นวาย จัดปาร์ตี้เสียงดัง จนทำให้พื้นที่ไม่สงบสุข

The MATTER จึงจะขอชวนไปทำความเข้าใจกันว่า จริงๆ แล้วการปล่อยเช่าคอนโดรายวันผิดกฎหมายไหม และเมื่อมันดูจะกลายเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆ ควรจะมีวิธีการจัดการอย่างไรบ้าง

มาเริ่มจากการทำความเข้าใจความหมายของ ‘โรงแรม’ กันก่อน โดย พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ.2547 ให้ความหมายไว้ว่า หมายถึง สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน ทั้งนี้ ตามมาตรา 4(2) มีข้อยกเว้นกับสถานที่พักที่คิดค่าบริการเป็น ‘รายเดือน’ จะไม่ถูกนับเป็นโรงแรม

หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ถ้าเราให้ผู้ใดก็ตามมาเช่าห้องเป็นการชั่วคราว(แบบรายวัน) และรับผลตอบแทนเป็นเงินค่าเช่า ที่พักนั้นก็จะเริ่มเข้าความหมายของคำว่า 'โรงแรม' ที่จะต้องมาดูกันในประเด็นต่อไปว่า แล้วการนำที่แห่งนั้นมาทำเป็นโรงแรม ถือว่าถูกกฎหมายหรือเปล่า

โดยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 มาตรา 15 ห้ามผู้ใดประกอบธุรกิจโรงแรม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กำหนดให้โรงแรมและอาคารชุดเป็น 'อาคารควบคุมการใช้' ตามมาตรา 32 กล่าวคือ จะต้องใช้ให้ถูกประเภทเท่านั้น ดังนั้น การใช้อาคารชุดเป็นโรงแรมจึงเป็นการใช้อาคารข้ามประเภท ซึ่งไม่สามารถทำได้ และ พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ.2522 แม้จะไม่มีกำหนดเรื่องการห้ามใช้อาคารชุดทำเป็นโรงแรมโดยเฉพาะ แต่มีข้อกำหนดในมาตรา 17/1 ระบุว่า การจัดพื้นที่อาคารชุดเพื่อประกอบการค้า จะต้องจัดระบบเข้าออกพื้นที่เป็นการเฉพาะ โดยไม่ให้ 'รบกวนความเป็นอยู่โดยปกติสุข' ของเจ้าของร่วม

ดังนั้นคำตอบของคำถามที่ว่า ‘การปล่อยเช่าคอนโดรายวัน ถูกกฎหมายไหม’ คำตอบก็คือ ‘ผิดกฎหมาย’ แน่นอน เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาตให้นำคอนโดมาประกอบธุรกิจโรงแรมนั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้น ยังอาจผิดกฎหมายในเรื่องอื่น ๆ ตามมาด้วย เช่น ประกอบการค้าโดยรบกวนความเป็นปกติสุขของเจ้าของร่วม

ในเบื้องต้น ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ก็คือนิติคอนโด ที่อาจกำหนดกฎควบคุม หรือเสริมระบบความปลอดภัยคอนโดในวิธีอื่นๆ ได้ เช่น การใช้ระบบสแกนหน้า หรือระบบสแกนนิ้ว แทนการใช้คีย์การ์ด

แต่ถึงอย่างนั้น กลับยังมีผู้ออกมาบอกเล่าประสบการณ์อยู่เรื่อยๆ ว่ามีเพื่อนบ้านในคอนโดประกอบธุรกิจในลักษณะนี้ โดยวิธีการอาจเป็นการฝากคีย์การ์ดไว้ในกล่องจดหมายแล้วให้ผู้เช่ามาหยิบได้ หรืออาจเป็นการติดตู้ล็อคเกอร์แบบกดรหัสไว้ตามร้านค้าหรือวินมอเตอร์ไซค์ใกล้เคียง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงระบบให้รัดกุมขึ้นก็ต้องอาศัยนิติคอนโดที่เข้มแข็ง

ล่าสุดหลังมีการนำมาแชร์ใลกออนไลน์ถึงปัญหานี้ในบริเวณซอยสุขุมวิท 48 ผู้สื่อข่าวจาก The MATTER ได้ไปสำรวจพื้นที่ในช่วงสายวันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2568) แต่กลับพบว่ากล่องซ่อนกุญแจบางส่วนหายไปแล้ว เมื่อถามร้านค้าบริเวณนั้น ก็ได้คำตอบว่า “ตื่นมาก็ไม่เจอแล้ว”

เมื่อปัญหาการทำผิดกฎหมายนี้ยังคำดำเนินต่อไปอย่างโจ่งแจ้ง แต่กลับไม่มีใครสามารถแก้มันได้เสียที เช่นนี้แล้ว ใครกันแน่ที่ควรลงมาจัดการเพื่อคืนความสงบสุขให้กับผู้อยู่อาศัยคนโดต่างๆ บ้าง เราขอชวนไปส่องวิธีการจัดการในต่างประเทศกัน

ยกตัวอย่างในประเทศอิตาลี ได้ออกกฎหมายแบน ‘self check-in’ หรือการเช็คอินเข้าพักด้วยตัวเอง เช่น การเปิดเอากุญแจห้องจากกล่องใส่กุญแจและเข้าที่พักได้เอง และสำหรับผู้เช่าทุกคน ไม่ว่าจะเข้าพักนานเท่าไร ก็จะต้องลงทะเบียนที่สถานีตำรวจในพื้นที่ก่อน โดยมีจุดประสงค์เพื่อปราบปรามการก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้

ล่าสุด รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ได้มีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลในการจัดการปัญหาดังกล่าว ว่าในส่วนของห้องที่ขายไปแล้วแต่ทำผิดกฎหมายโดยปล่อยเช่าให้นักท่องเที่ยว ก็จะต้องบังคับใช้บทลงโทษตามกฎหมาย และสำหรับโครงการใหม่ ก็จะต้องมีมาตรการการคัดกรองที่รัดกุม ป้องกันไม่ให้เกิดการปล่อยเช่าคอนโดรายวันอีก

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า กรมการปกครองจะต้องเข้าไปตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไว่าจะเป็นชาวไทย หรือชาวต่างชาติก็ตาม

จึงเป็นที่น่าจับตามองต่อไปว่า ปัญหาที่กำลังกระจายไปทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ นี้นั้น จะได้รับการแก้ไขหรือไม่ เมื่อไร และอย่างไร รวมถึงยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องที่ควรติดตาม เช่น การเสนอแก้ไขกฎหมายเรื่องการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของชาวต่างชาติ ที่อาจส่งผลต่อปัญหานี้ด้วยเช่นกัน

อ้างอิงจาก

edition.cnn.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...