โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชทินนาม “บดินทรเดชา” รัชกาลที่ 3 พระราชทานให้ขุนนางคนเดียวเท่านั้น

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 13.13 น.
เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

เราอาจได้ยินชื่อ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กันมาบ้าง เนื่องจากท่านเป็นขุนนางคนสำคัญสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และเป็นที่มาชื่อโรงเรียนมัธยมในกรุงเทพมหานคร แต่เราอาจยังไม่รู้ว่าราชทินนามบดินทรเดชานั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) พระราชทานให้ท่านเป็นการเฉพาะ เป็นขุนนางคนแรกและคนเดียวเท่านั้นที่ใช้ราชทินนามนี้

ราชทินนามบดินทรเดชามาจากไหน?

เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นบุตรของเจ้าพระยาอภัยราชา (ปิ่น) กับท่านผู้หญิงฟัก เกิดในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เติบโตเข้าสู่วัยรับราชการช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1)

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ท่านต้องโทษหนักมากถึง 2 ครั้ง

ครั้งหนึ่งเกิดจากการพายเรือตัดหน้าฉานขบวนเรือพระที่นั่งรัชกาลที่ 2 ต้องโทษถึงขั้นกบฏ ถูกนำตัวไปจำทิม และอีกครั้งเกิดเนื่องจากท่านมีกิจการค้าขายเหล็กกับจีนเป็นการส่วนตัว ประจวบกับขณะที่ท่านรับราชการเป็นพระเกษตรารักษา ต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการตามแขวงเมืองเก่าอยู่บ่อยครั้ง ต้องควบคุมกำลังคนในการทำนาเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเหตุให้ต้องโทษว่าซ่องสุมกำลังคนโดยมีเหล็กเป็นอาวุธ

แต่ด้วยรัชกาลที่ 3 ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” ทรงเมตตาอนุเคราะห์ ทำให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาพ้นพระราชอาญามาได้ทุกครั้ง

เมื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เจ้าพระยาบดินทรเดชาก็มีบทบาทสำคัญต่อการขยายพระราชอำนาจของรัชกาลที่ 3 ออกไปเหนือหัวเมืองลาวและเขมร ทั้งยังช่วยทำนุบำรุงฐานอำนาจทางเศรษฐกิจของราชสำนักสยามในหัวเมืองลาวและเขมรอีกด้วย

โดยเฉพาะการทำนุบำรุง เมืองพระตะบอง ยุทธศาสตร์สำคัญของสยามในแถบเขมร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าของป่า เช่น กระวาน สินค้าสำคัญในตลาดโลก แม้ว่าเมืองจันทบุรีจะผลิตกระวานได้ แต่คุณภาพกลับสู้กระวานเมืองพระตะบองไม่ได้

เจ้าพระยาบดินทรเดชาปฏิบัติราชการอย่างเต็มกำลังในหัวเมืองลาวและเขมรนานถึง 15 ปี กระทั่งรัชกาลที่ 3 ทรงยกย่องว่า

“ออกไปตรากตรำ คิดราชการจะเอาเมืองเขมรคืนตั้งแต่ปีมะเส็ง เบญจศก ช้านานถึง 15 ปี อุปมาเหมือนหนึ่งว่ายน้ำอยู่กลางพระมหาสมุทรไม่เห็นเกาะไม่เห็นฝั่ง พึงมาได้ขอนไม้น้อยลอยมา ได้เกาะเป็นที่ยึดเหนี่ยวว่ายเข้าหาฝั่ง”

ความดีความชอบที่สั่งสมมานาน ทำให้รัชกาลที่ 3 พระราชทานราชทินนาม “บดินทรเดชา” แก่ขุนนางท่านนี้แต่เพียงผู้เดียว เมื่อครั้งโปรดให้เลื่อนยศขึ้นเป็นเจ้าพระยา เมื่อ พ.ศ. 2373

เมื่อพิจารณาความหมาย “บดินทรเดชา” คือ อำนาจของ “บดินทร์” ซึ่งคำนี้เป็นส่วนหนึ่งของพระนามรัชกาลที่ 3 คือ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

นอกจากนี้ ยังปรากฏหลักฐานว่าพระองค์ทรงเรียกเจ้าพระยาบดินทรเดชาว่า “เจ้าคุณผู้ใหญ่” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่า เป็นคำเรียกที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้มีอำนาจและเกียรติยศเหนือขุนนางทั้งปวง

ในรัชกาลที่ 3 ยังมีขุนนางอีกท่านหนึ่งที่มีคำว่า “บดินทร” ปรากฏในราชทินนามเช่นกัน คือ เจ้าพระยานิกรบดินทรมหินธรรมกัลยาณมิตร (โต กัลยาณมิตร) แต่โดยรวมมีความหมายว่า พวกที่เป็นมิตร ไม่ใช่ “เดชา” ที่หมายถึงอำนาจ

จากบริบทต่างๆ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จึงเป็นพันธมิตรคนสำคัญยิ่งของรัชกาลที่ 3 อันนำมาสู่ราชทินนามบดินทรเดชานั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ปวีณา หมู่อุบล. อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ: การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: มติชน, 2567

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราชทินนาม “บดินทรเดชา” รัชกาลที่ 3 พระราชทานให้ขุนนางคนเดียวเท่านั้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...