จัดพอร์ตให้เหมาะสมกับวัย ด้วย Asset Allocation ตามช่วงอายุ
Asset Allocation เป็นการจัดพอร์ตลงทุนโดยกระจายเงินลงทุนในหลายสินทรัพย์ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและความผันผวนจากภาวะตลาดหุ้นหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด รวมถึงเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตได้
ซึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า Wealthy Thai นำเสนอการจัดพอ์ตลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้ไปแล้ว วันนี้จึงอยากชวนนักลงทุนมารู้จัก “การจัดพอ์ตลงทุนตามช่วงอายุ” อีกหนึ่งวิธีกระจายการลงทุนที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
วัยเริ่มต้น : 20–30 ปี เสี่ยงได้ เพราะมีเวลาแก้มือ
ในช่วงเริ่มต้นการทำงาน หลายคนอาจยังไม่มีเงินก้อนใหญ่ แต่มีระยะเวลาการลงทุนยาวนานและสามารถรับความเสี่ยงได้สูง จึงเหมาะกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูง เช่น หุ้น เพราะแม้ตลาดจะผันผวน แต่เรายังมีเวลารอการฟื้นตัว
แนวทางการจัดพอร์ต
หุ้นหรือกองทุนหุ้น 70–80%
ตราสารหนี้/กองทุนผสม 10–20%
ทองคำ/สินทรัพย์ทางเลือก 5–10%
เงินสด 5%
ด้วยจำนวนเงินที่ยังไม่สูงมาก อาจใช้การลงทุนแบบ DCA (ทยอยลงทุนทุกเดือน) เพราะนอกจากจะช่วยสร้างวินัยการลงทุนแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
วัยสร้างตัว : 31–45 ปี สมดุลระหว่างความเสี่ยงและความมั่นคง
วัยนี้เป็นวัยที่เริ่มมีความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน รายได้สูงมากขึ้น แต่ก็มีภาระค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วยเช่นกัน ทั้งการซื้อบ้าน ซื้อรถ วางแผนแต่งงานเพื่อสร้างครอบครัว ตลอดจนเริ่มคิดเรื่องการเกษียณอายุ ทำให้รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้น้อยลง อาจลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ต และเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ทางเลือกที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนในช่วงตลาดขาลง เช่น ทองคำ
แนวทางการจัดพอร์ต
หุ้น/กองทุนหุ้น 50–60%
ตราสารหนี้ 30–40%
ทองคำหรืออสังหาฯ (REITs) 5–10%
เงินสด 5–10%
ในช่วงนี้ควรเพิ่ม “เงินสำรองฉุกเฉิน” และลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง SSF หรือ RMF เพื่อวางแผนระยะยาวไปพร้อมกัน
วัยมั่นคง : 46–60 ปี ลดความผันผวน รักษาเงินต้น
เป็นวัยที่มีความมั่นคงจากรายได้ที่อยู่ในระดับสูงและทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดช่วงการทำงาน ทำให้มีศักยภาพลงทุนมากที่สุด แต่ระยะเวลาการลงทุนเริ่มสั้นลง โดยสิ่งสำคัญของวัยนี้ไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุด แต่เป็นความแน่นอนของเงินที่จะต้องใช้ในอนาคต การจัดพอร์ตจึงเน้นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำ สภาพคล่องสูง เช่น ตราสารหนี้ หรือลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว
แนวทางการจัดพอร์ต
หุ้น/กองทุนหุ้น 30–40%
ตราสารหนี้ 40–50%
ทองคำ/REITs 10–15%
เงินสด 10–15%
ถึงแม้จะลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตลง แต่การถือหุ้นปันผลหรือ REITs ก็ยังเป็นแหล่งรายได้ประจำที่ดี และช่วยรักษามูลค่าพอร์ตให้ไม่หายไปกับเงินเฟ้อ
วัยเกษียณ : 60 ปีขึ้นไป อยู่แบบสบายใจ ด้วยกระแสเงินสดที่มั่นคง
เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ เป้าหมายหลักของการลงทุนไม่ใช่การสร้างผลตอบแทนสูงต่อเนื่องแล้ว แต่คือ “การใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง” พอร์ตการลงทุนจึงควรสร้างรายได้ประจำ และมีสภาพคล่องเพียงพอในยามจำเป็น
แนวทางการจัดพอร์ต
ตราสารหนี้ 50–60%
หุ้นปันผล/REITs 20–30%
เงินสด 10–20%
เราควรมีเงินสดไว้ใช้จ่ายได้อย่างน้อย 12 เดือน และไม่ควรเสี่ยงกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เพื่อให้ช่วงเกษียณเป็นช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
การจัดสรรสินทรัพย์ตามช่วงอายุเป็นแนวทางที่ช่วยให้การลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายและสถานการณ์ทางการเงินในแต่ละช่วงชีวิต อย่างไรก็ตาม การจัดพอร์ตไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่การทบทวนและปรับพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวไปสู่เป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง : Krungsri The COACH, ตลาดหลักทรัพย์ฯ