โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จัดพอร์ตให้เหมาะสมกับวัย ด้วย Asset Allocation ตามช่วงอายุ

Wealthy Thai

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 09.19 น.

Asset Allocation เป็นการจัดพอร์ตลงทุนโดยกระจายเงินลงทุนในหลายสินทรัพย์ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและความผันผวนจากภาวะตลาดหุ้นหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด รวมถึงเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตได้
ซึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า Wealthy Thai นำเสนอการจัดพอ์ตลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้ไปแล้ว วันนี้จึงอยากชวนนักลงทุนมารู้จัก “การจัดพอ์ตลงทุนตามช่วงอายุ” อีกหนึ่งวิธีกระจายการลงทุนที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

วัยเริ่มต้น : 20–30 ปี เสี่ยงได้ เพราะมีเวลาแก้มือ

ในช่วงเริ่มต้นการทำงาน หลายคนอาจยังไม่มีเงินก้อนใหญ่ แต่มีระยะเวลาการลงทุนยาวนานและสามารถรับความเสี่ยงได้สูง จึงเหมาะกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูง เช่น หุ้น เพราะแม้ตลาดจะผันผวน แต่เรายังมีเวลารอการฟื้นตัว

แนวทางการจัดพอร์ต

  • หุ้นหรือกองทุนหุ้น 70–80%

  • ตราสารหนี้/กองทุนผสม 10–20%

  • ทองคำ/สินทรัพย์ทางเลือก 5–10%

  • เงินสด 5%

ด้วยจำนวนเงินที่ยังไม่สูงมาก อาจใช้การลงทุนแบบ DCA (ทยอยลงทุนทุกเดือน) เพราะนอกจากจะช่วยสร้างวินัยการลงทุนแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

วัยสร้างตัว : 31–45 ปี สมดุลระหว่างความเสี่ยงและความมั่นคง

วัยนี้เป็นวัยที่เริ่มมีความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน รายได้สูงมากขึ้น แต่ก็มีภาระค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วยเช่นกัน ทั้งการซื้อบ้าน ซื้อรถ วางแผนแต่งงานเพื่อสร้างครอบครัว ตลอดจนเริ่มคิดเรื่องการเกษียณอายุ ทำให้รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้น้อยลง อาจลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ต และเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ทางเลือกที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนในช่วงตลาดขาลง เช่น ทองคำ

แนวทางการจัดพอร์ต

  • หุ้น/กองทุนหุ้น 50–60%

  • ตราสารหนี้ 30–40%

  • ทองคำหรืออสังหาฯ (REITs) 5–10%

  • เงินสด 5–10%

ในช่วงนี้ควรเพิ่ม “เงินสำรองฉุกเฉิน” และลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง SSF หรือ RMF เพื่อวางแผนระยะยาวไปพร้อมกัน

วัยมั่นคง : 46–60 ปี ลดความผันผวน รักษาเงินต้น

เป็นวัยที่มีความมั่นคงจากรายได้ที่อยู่ในระดับสูงและทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดช่วงการทำงาน ทำให้มีศักยภาพลงทุนมากที่สุด แต่ระยะเวลาการลงทุนเริ่มสั้นลง โดยสิ่งสำคัญของวัยนี้ไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุด แต่เป็นความแน่นอนของเงินที่จะต้องใช้ในอนาคต การจัดพอร์ตจึงเน้นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำ สภาพคล่องสูง เช่น ตราสารหนี้ หรือลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว

แนวทางการจัดพอร์ต

  • หุ้น/กองทุนหุ้น 30–40%

  • ตราสารหนี้ 40–50%

  • ทองคำ/REITs 10–15%

  • เงินสด 10–15%

ถึงแม้จะลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตลง แต่การถือหุ้นปันผลหรือ REITs ก็ยังเป็นแหล่งรายได้ประจำที่ดี และช่วยรักษามูลค่าพอร์ตให้ไม่หายไปกับเงินเฟ้อ

วัยเกษียณ : 60 ปีขึ้นไป อยู่แบบสบายใจ ด้วยกระแสเงินสดที่มั่นคง

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ เป้าหมายหลักของการลงทุนไม่ใช่การสร้างผลตอบแทนสูงต่อเนื่องแล้ว แต่คือ “การใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง” พอร์ตการลงทุนจึงควรสร้างรายได้ประจำ และมีสภาพคล่องเพียงพอในยามจำเป็น

แนวทางการจัดพอร์ต

  • ตราสารหนี้ 50–60%

  • หุ้นปันผล/REITs 20–30%

  • เงินสด 10–20%

เราควรมีเงินสดไว้ใช้จ่ายได้อย่างน้อย 12 เดือน และไม่ควรเสี่ยงกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เพื่อให้ช่วงเกษียณเป็นช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
การจัดสรรสินทรัพย์ตามช่วงอายุเป็นแนวทางที่ช่วยให้การลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายและสถานการณ์ทางการเงินในแต่ละช่วงชีวิต อย่างไรก็ตาม การจัดพอร์ตไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่การทบทวนและปรับพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวไปสู่เป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง : Krungsri The COACH, ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...