โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

[Preview] Clair Obscur: Expedition 33 เกม JRPG ที่มีสัญชาติฝรั่งเศสแท้

BT Beartai

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 03.43 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 03.43 น.
[Preview] Clair Obscur: Expedition 33 เกม JRPG ที่มีสัญชาติฝรั่งเศสแท้

ในยุคหลัง ๆ นี้ เรามักจะได้เห็นผลงานเกมจากเหล่านักพัฒนาหน้าใหม่ ๆ กันเยอะมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการรวมตัวกันของเหล่ากลุ่มคนที่ชอบเล่นเกมแนว ๆ เดียวกัน มาอยู่ด้วยกัน สร้างผลงานตามแรงบันดาลใจของตัวเองออกมา

Clair Obscur: Expedition 33 เองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันครับ ผลงานจาก Sandfall Interactive ทีมพัฒนาจากฝรั่งเศส โดยนี่เป็นงานชิ้นของพวกเขา เป็นเกมแนว turn-based RPG ที่หาได้ยากในยุคหลัง ๆ โดยมีเพียงไม่กี่เกมที่ยังใช้ระบบต่อสู้แบบนี้แล้วประสบความสำเร็จ ก็จะมีเกมอย่างซีรีส์ Shin Megami Tensei และ Persona ทั้งหลายที่อยู่รอดมาได้ ซึ่งต้องบอกตามตรงเลยว่า เกมนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Persona แบบเต็ม ๆ ชนิดที่ว่ามองมาจากดาวนาเม็ก ก็รู้ว่าเกมนี้คือ Persona เวอร์ชันฝรั่งทำแน่ ๆ

แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะตัว CEO & Creative Director คุณ GUILLAUME BROCHE นั้นเป็นแฟนตัวยงของซีรีส์ Persona, Devil May Cry, Final Fantasy และ เกมตระกูล Souls ทั้งหลาย ทำให้งานชิ้นนี้ออกมากลายเป็นลูกผสมระหว่างเกม JRPG ที่มาอยู่ในมุมมองของชาวตะวันตกแทนครับ

Clair Obscur: Expedition 33 กำลังจะวางจำหน่ายในวันที่ 24 เมษายน 2025 ที่กำลังจะถึงนี้ โดยทางเราได้มีโอกาสลองเข้าไปเล่นตัวเกมเวอร์ชัน Preview กันก่อน เพื่อเก็บบรรยากาศและความรู้สึกมาบอกเล่า สำหรับคนที่ยังลังเลว่าจะชื้อดีหรือไม่ เนื่องจากเกมนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการรวมตัวของเหล่านักพัฒนาเก่า ๆ จาก Ubisoft ที่พากันออกมาตั้งทีมใหม่กันครับ

โดยในเกมนี้ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น 1 ในทีมนักสำรวจ Expedition 33 ที่ต้องออกสำรวจตามล่าหา “จิตรกร” ลึกลับ ที่ในทุก ๆ 1 ปีเธอจะตื่นขึ้นมาวาดภาพบนเสาหินของเธอเอง โดยเธอจะวาดภาพเป็นหมายเลขอายุคำสาป และทุก ๆ คนในวัยนั้นก็จะกลายเป็นควันจางหายไป วันเวลาผ่านมาหลายปี ตัวเลขก็ลดลงเรื่อย ๆ ผู้คนก็เริ่มหายไป มีการตั้งทีมค้นหา เพื่อออกล่า “จิตรกร” ตนนี้

โดยเนื้อเรื่องในเกมจะเริ่มขึ้นเมื่อตัวเอกของเราใกล้จะอายุครบ 33 ปี และ “จิตรกร” ที่พูดถึงก็กำลังจะวาดภาพ 33 โดยเราจะต้องออกตามล่าตัว “จิตรกร” เพื่อที่เธอจะไม่สามารถวาดภาพแห่งความตายได้อีก

ต้องยอมรับเลยว่าพล็อตเรื่องนั้นน่าสนใจมากเลยทีเดียว ผสมผสานกับโลกแฟนตาซีธีมฝรั่งเศสในยุค La Belle Époque หรือยุคทอง ยุคสวยงามของฝรั่งเศส ที่ไม่น่าจะมีเกมไหนทำมาก่อน แต่ด้วยการที่เกมนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของ “ความเป็นและความตาย” การล่มสลายของมนุษย์ และปริศนาความลึกลับอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นโลกแฟนตาซีแบบสมบูรณ์แบบ ที่ก็อาจจะทำให้ใครบางคน ไม่อิน หรือเข้าไม่ถึงมันสักเท่าไร

ปัญหาของ Clair Obscur: Expedition 33 ก็คือตัวเกมได้ยัดใส่ความแฟนตาซีเข้ามามากเกิน จนรู้สึกว่ามันท่วมจนล้นทะลัก และผู้เล่นไม่สามารถตามทันได้ตั้งแต่เกมเริ่มเลย ไม่ได้มีการอธิบายโลกในเข้าใจ ไม่ได้มีการบอกถึงความหมายและจุดประสงค์ของทีมนักสำรวจอย่างชัดเจน ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไรให้ผู้เล่นสักเท่าไร รวมไปถึงตัวละครหลักที่เราเองก็ยังไม่ได้รู้จักดีพอ ยังไม่นับตัวละครอื่น ๆ ที่เราก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลถึงการมีอยู่ด้วยซ้ำไป

ตลอดการเล่นในช่วง Preview ผมกลับรู้สึกว่าทีมงานไม่ได้เอาใจใส่ในส่วนนี้เลย ทั้งบทพูด ฉากคัดซีน การเล่าเรื่อง เรากลับไม่ได้รู้สึกว่ากำลังตามติดเนื้อเรื่องอยู่ แต่เรากลับรู้สึกว่ากำลังตามติดวิธีคิดของทีมงานและทีม Story ว่าเขาต้องการจะสื่อกับผู้เล่นว่าอะไรแทน

ในส่วนของ Gameplay นั้น ต้องยอมรับตามตรงว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลย ถ้าหากใครที่เคยเล่น Persona ก็จะคุ้นเคยกับมันได้ทันทีแบบไม่ต้องทำความเข้าใจใหม่อะไร การโจมตีปกติของผู้เล่นจะเพิ่ม AP ซึ่งเป็นค่าที่เอาไว้ใช้สกิล หรือใช้ปืนยิงศัตรูได้ใน 1 เทิร์น โดยสิ่งที่พิเศษเข้ามาก็คือเกมนี้ได้ผสมผสานความเป็น Real Time เข้ามาในการต่อสู้แบบ turn-based ในบางสกิล ถ้าหากเรากด QTE ถูกจังหวะ สกิลก็จะแรงกว่าเดิม แถมยังมีการกด Parry และการกดปุ่ม Dodge หลบการโจมตีของศัตรูได้ด้วย

แต่ถึงแบบนั้น ต้องบอกเลยว่าการกด Parry หรือกดหลบของเกมนี้ มันเป็นอะไรที่โหดมาก เพราะตัวเกมไม่ได้มี Indicator อะไรขึ้นมาอย่างชัดเจนให้เห็นว่าศัตรูโจมตีเข้ามานะ ให้เรากดให้ถูกจังหวะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ Moveset และ Reflect และการคาดเดาของเราล้วน ๆ ซึ่งมันฟังดูท้าทายสำหรับคนชอบความท้าทาย แต่ถ้าลองให้ไปถามผู้เล่น JRPG หลาย ๆ คน ผมเชื่อว่าสาเหตุที่เขาชอบเล่นเกม turn-based ก็เพราะว่าเขาไม่ต้องมาห่วงอะไรแบบนี้ และไม่ถนัดเกม real-time ตั้งแต่แรกอยู่แล้วหรือเปล่า ? ตรงนี้ทีมงานเองก็อาจจะมองพลาดไปก็เป็นได้

เวอร์ชันที่ผมได้ลอง Preview ครั้งนี้เป็นเวอร์ชัน PC ซึ่งเกมนี้รันบน Unreal Engine 5 แน่นอนว่าผมเองก็ค่อนข้างกังวลเลยว่ามันจะออกมาไม่ดี แต่หลังจากที่ได้ลองก็พบว่า “เฮ้ย มันดีอยู่นะ ดีมากเลยระดับนึง” กราฟิกในเกมอยู่ในขั้นที่สวยระดับนึงเลย และมี Art Director ที่ชัดเจนมาก ๆ โดยผมลองเล่นแบบปรับภาพไว้ที่ Preset High และเล่นที่ความละเอียด WQHD 3440×1440 Ultra-wide สามารถเล่นเกมนี้ได้ที่ 40-60 FPS แบบไม่มีการเปิด DLSS ช่วยเลย เพราะเกมนี้ไม่ได้มีระบบ Super Resolution ทั้ง DLSS,FSR ครับ

เอาเข้าจริงก็หายากแล้ว สำหรับเกมในยุคนี้ที่ไม่มี AI อะไรมาช่วยประมวลผลภาพ แต่สามารถดันเอาพลังดิบมาใช้ได้อย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ Optimize เกมของทีมงานที่เอาใจใส่เป็นอย่างดี รวมไปถึงการบังคับด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดที่ก็ทำออกมาได้น่าพอใจ ตัวเกมไม่ได้มีฉากโหลดเยอะมากมาย ทีม UI-UX ถือว่าสอบผ่าน แต่ถ้าจะให้พูดถึงจุดที่มีปัญหา ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องการที่เราไม่สามารถ Skip ฉากคัดซีนได้นี่ล่ะ อันนี้บอกเลยว่าเรื่องใหญ่มาก ๆ

โดยรวมแล้ว Clair Obscur: Expedition 33 นั้นเป็นเกมที่ ผมรู้สึกว่ามันอาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ทั้งในส่วนของผู้เล่นทั่วไป หรือแม้แต่กลุ่มผู้เล่นที่ชอบ JRPG เอง ก็อาจจะไม่ชอบเกมนี้ก็ได้ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย ถ้าเล่น Shin Megami Tensei ในแบบ Merciful แล้วยังรู้สึกว่าชีวิตมันง่ายเกินไป ก็ขอให้แนะนำมาลองเกมนี้ดู

จะว่าไปนิยามของคำว่า Persona but Dark Souls เนี่ย มันเอามาใช้กับเกมนี้ได้เลยแบบ 100% จริง ๆ นะ

Clair Obscur: Expedition 33 จะวางจำหน่ายในวันที่ 24 เมษายน 2025 ที่กำลังจะถึงนี้ ทั้งบน PC,PS5,Xbox Serise X/S ครับผม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...