โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PCE ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ของไทย ฟอร์มสุดเด่น! ปี 68 มีลุ้นกำไรพุ่ง 703 ลบ.

Share2Trade

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

น่าจับตา! สำหรับบริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรที่มีความพร้อมการจัดการระบบซัพพลายเชน

PCE ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ_S2T (เว็บ) copy.jpg

ภายหลังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ในหมวดเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ประสบความสำเร็จอย่างมาก

ในขณะที่ผลประกอบการปี 2567 โชว์ฟอร์มอย่างโดดเด่น มีรายได้รวม 27,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,794 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.30% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 630 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 300 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 90.75% จากปีก่อน

ปัจจัยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นทุกช่องทาง ทั้งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่, ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากปาล์ม (By Product), การส่งออกผลิตภัณฑ์ RBDPKO, ธุรกิจไฟฟ้า, ธุรกิจขนส่งและบริการ, การรับรู้กำไรจากการลงทุนในบริษัทลูก, กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดี

ล่าสุดผู้ถือหุ้นมีเฮ! ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 20กุมภาพันธ์ 2568ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล สำหรับงวดปี 2567 (มกราคม-ธันวาคม 2567) ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.15บาท ด้วยอัตราการจ่ายร้อยละ 94%จากงบเฉพาะกิจการ รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้นไม่เกิน 412.5ล้านบาท

หากอ้างอิงราคาหุ้น ณ วันที่ 11 เม.ย.2568 ที่ 2.96 บาท เท่ากับว่ามีอัตราผลตอบแทนของเงินปันผล (dividend yield) สูงถึง 5% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เม.ย. 2568 และจ่ายเงินปันผล วันที่ 20 พ.ค. 2568

PCEมีแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 PCE วางเป้าหมายจะมีรายได้ 30,000 ล้านบาท เติบโต 15-20 % จากปีก่อน ซึ่งบริษัทวางแผนใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายกำลังการผลิต ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าสินค้าในธุรกิจการสกัดและการกลั่นน้ำมันปาล์ม และเตรียมแผนขยายกำลังการผลิตใช้งบฯลงทุนราว 1,000 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จาก 90 ตัน/ชม. เป็น 135 ตัน/ชม. ขยายกำลังการผลิตด้วยการกลั่นน้ำมันปาล์มโอเลอีน (RBDOL) จาก 300 ตัน/วัน เป็น 700 ตัน/วัน ตลอดจนเน้นผลิตและจำหน่ายน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO)

PCE มีแผนลงทุนด้านโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เพื่อให้การสกัดน้ำมันปาล์มมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าและบริการทางออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองอัตราการอุปโภคบริโภคน้ำมันปาล์มที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน 3% (ข้อมูลจากกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์) เน้นเพิ่มมูลค่าสินค้าเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ปาล์มที่บริษัทฯ มีอยู่ เช่น น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPKO) โดยเพิ่มยอดการจัดจำหน่ายเป็น 40,000 ตันจากเดิม 15,000 ตัน และวางแผนการส่งออกกะลาปาล์มให้มากกว่า 100,000 ตันต่อปี

อีกทั้งยังมีแผน เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ ขณะที่ยังมีมุมมองถึงแนวโน้มการส่งออกน้ำมันปาล์มไปจีน และอินเดียยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ตอกย้ำหุ้นพื้นฐานดี กำไรเติบโต ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2568 เท่ากับ 4.20 บาท (P/E = 16 เท่า) โดยคาดว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในช่วงไตรมาส 1/2568 จะยังอยู่ในระดับสูง ผลจากภาวะแล้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกมาน้อยกว่าปกติ

ล่าสุดราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดไทยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 อยู่ที่ 44-49 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจาก 35.51 บาท/กก.ในปีก่อน ส่งผลดีต่อ PCE โดยตรง โดยคาดว่าสถานการณ์ผลผลิตปาล์มที่ออกมาน้อยจะเริ่มคลี่คลายในช่วงไตรมาส 2/2568 หลังจากเริ่มเข้าสู่ภาวะลานีญา จะทำให้มีฝนตกมากขึ้นในภาคใต้ของไทย

สำหรับแนวโน้มการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตดี จากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มทั้งจากจีน อินเดีย และทวีปยุโรป ขณะที่ภาพรวมการใช้น้ำมันปาล์มในไทยปี 2567 แบ่งเป็นใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน ส่งออก ในสัดส่วน 43%, 31% และ 26% ตามลำดับ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อ PCE ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ของไทย

โดยโอกาสเติบโตในอนาคตจะมาจากทั้งการส่งออกที่จะเพิ่มขึ้นทั้ง CPO และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องซึ่งมีมาร์จิ้นสูง ทั้งที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตและอาหาร ตลอดจนความร่วมมือกับ บางจาก ในการขาย B100 และน้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้วสำหรับโครงการเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)

ขณะที่อีกหนึ่งความเห็นจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ปี 2568 PCE จะเติบโตต่อเนื่อง จากแรงหนุนอุปสงค์ตลาดโลกในระดับสูงเพราะอินโดนีเซียเริ่มใช้อัตราผสมน้ำมันดีเซล B40 อย่างเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม 2568 รับรู้ปริมาณขายภายใต้สัญญาฉบับใหม่ และผลิตภัณฑ์ใหม่เต็มปี ทั้งนี้ ได้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ไว้ที่ 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท

PCE ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ_S2T (เพจ) copy.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...