ความเคลื่อนไหวรอบสัปดาห์ 24-28 มี.ค. 68
Businesstoday
อัพเดต 29 มี.ค. 2568 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2568 เวลา 03.02 น. • Businesstodayเงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงจากสัปดาห์ก่อน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรอบสัปดาห์นี้ เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยพลิกร่วงลงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค (สกุลเงินเอเชียอื่นๆ อ่อนค่าลงสอดคล้องกับเงินหยวนและเงินเยน ขณะที่ เงินรูเปียห์แตะระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ มิ.ย. 2541) ท่ามกลางแรงหนุนต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ฯ จากสัญญาณไม่รีบปรับลดดอกเบี้ยของเฟด
นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน
เงินบาทฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นๆ ระหว่างสัปดาห์ โดยมีอานิสงส์สำคัญจากการทะยานกลับมาทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ของราคาทองคำในตลาดโลก แต่กลับไปอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ตามแรงขายสุทธิหุ้นไทยของต่างชาติ (ประกอบกับตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายปิดการซื้อขาย หลังแผ่นดินไหวรุนแรง)
ในวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.98 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.87 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 มี.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 24-28 มี.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4,106.21 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 1,845 ล้านบาท (แบ่งเป็น ขายสุทธิพันธบัตร 1,701 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 144 ล้านบาท)
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 31 มี.ค. – 4 เม.ย. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.30-34.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายละเอียดของการเรียกเก็บ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก สัญญาณฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค.ของไทย
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือน มี.ค. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ก.พ. รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลดัชนี PMI เดือน มี.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค.ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
ดัชนีหุ้นไทยพลิกร่วงลงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า ขณะที่ตลาดหุ้นปิดการซื้อขายในช่วงบ่ายของวันศุกร์หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบเกือบตลอดสัปดาห์ โดยในช่วงแรกตลาดหุ้นมีแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ อาจบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้แบบเจาะจง ซึ่งช่วยคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นสงครามการค้า ประกอบกับมีแรงซื้อหุ้นรายตัวเข้ามาหนุน
โดยเฉพาะหุ้นบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งและบริษัทค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่งที่ประกาศแผนซื้อคืนหุ้น รวมถึงหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง แต่กรอบการปรับขึ้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของประเด็นสงครามการค้า
อย่างไรก็ดี หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% โดยมีผลบังใช้ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ ก็ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลว่าสงครามการค้าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นและเกิดแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยง
ทั้งนี้ ปริมาณการซื้อขายในสัปดาห์นี้ค่อนข้างเบาบาง โดยเฉพาะวันศุกร์ ซึ่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศปิดการซื้อขายในช่วงบ่าย อนึ่ง สัปดาห์นี้หุ้นแบงก์ปรับตัวได้ต่อเนื่องสวนทางกับภาพรวมตลาด เนื่องจากมีแรงหนุนจากแรงซื้อก่อนจ่ายปันผลและประกาศงบไตรมาส 1/2568
ในวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,175.45 จุด ลดลง 0.94% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 25,147.89 ล้านบาท ลดลง 40.04% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.49% มาปิดที่ระดับ 242.90 จุด
สัปดาห์ถัดไป (31 มี.ค. – 4 เม.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,165 และ 1,155 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,185 และ 1,200 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มี.ค.ของไทย ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือน มี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือน มี.ค.ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน มี.ค. (เบื้องต้น) และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ก.พ.ของยูโรโซน ตลอดจนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ.ของญี่ปุ่น