โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ไขข้อสงสัย! เปิดเหตุผลที่ “ตึกในประเทศญี่ปุ่น” ทนแผ่นดินไหวได้ดี

อีจัน

อัพเดต 29 มี.ค. 2568 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 18.59 น. • อีจัน

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา (28 มี.ค. 68) ซึ่งมีความรุนแรงขนาด 8.2 ลึก 10 กม. พร้อมกับเกิดแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ และภาคเหนือ พร้อมเกิดโศกนาฎกรรมอาคารก่อสร้างย่านจตุจักร ทรุดตัวและถล่มลง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจำนวนมาก จึงเกิดการตั้งคำถามถึงคุณภาพโครงสร้าง ที่รองรับต่อแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวไม่ได้

(28 มี.ค. 68) เฟซบุ๊ก ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น ได้โพสต์ไขข้อสงสัยถึงเหตุผลของตึกอาคารในประเทศญี่ปุ่น ที่รองรับกับแผ่นดินไหวโดยเฉพาะ โดยเกิดจากการออกแบบโครงสร้างแบบพิเศษ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกมากกว่าประเทศอื่น ทำให้เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โพสต์ระบุว่า

ทำไมตึกสูงในญี่ปุ่นทนแรงแผ่นดินไหวได้ดี? เพราะใช้เทคโนโลยีและวิศวกรรมที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อรับมือกับแรงสั่นสะเทือน ต่อไปนี้คือเหตุผลหลักที่ทำให้ตึกเหล่านี้แข็งแกร่งและปลอดภัย ดังนี้..

1. ฐานรากกันแผ่นดินไหว (Seismic Isolation) : ตึกสูงมักใช้ฐานรองรับแรงสั่นสะเทือน (Base Isolation System) ซึ่งเป็นชั้นยางหรือแบริ่งพิเศษที่ดูดซับแรงสั่นไหว ลดแรงสะเทือนที่ส่งจากพื้นดินไปยังตัวอาคาร

2. โครงสร้างเหล็กและคอนกรีตเสริมแรง : อาคารใช้วัสดุที่ยืดหยุ่นสูง เช่น เหล็กกล้าและคอนกรีตเสริมแรง ซึ่งช่วยให้โครงสร้างบิดตัวและคืนสภาพได้โดยไม่พังลงมา

โครงสร้างรูปทรงพิเศษ เช่น โครงถัก (Truss Structure) และ คานลดแรงสั่นสะเทือน (Dampers) ถูกออกแบบมาเพื่อลดการแกว่งของอาคาร

3. ระบบลดแรงสั่นสะเทือน (Damping System) : ตึกสูงในญี่ปุ่นติดตั้ง แดมเปอร์ (Dampers) หรือเครื่องช่วยลดแรงสั่น เช่น Tuned Mass Damper (TMD) ลูกตุ้มขนาดใหญ่ที่แกว่งในทิศทางตรงข้ามกับแรงแผ่นดินไหวเพื่อลดการโยกของตึก , Oil Dampers / Hydraulic Dampers ใช้ของเหลวช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือน

4. การออกแบบให้ยืดหยุ่น (Flexible Design) : ตึกสูงถูกออกแบบให้มีการ แกว่งตัวได้อย่างปลอดภัย (Controlled Flexibility) แทนที่จะต้านแรงแผ่นดินไหวอย่างแข็งทื่อ , บางอาคารใช้ แกนกลางเสริมแรง (Core Structure) และ เสาค้ำยัน X-Bracing เพื่อช่วยกระจายแรง

5. กฎหมายและมาตรฐานการก่อสร้างที่เข้มงวด : ญี่ปุ่นมีกฎหมาย Building Standards Act ที่กำหนดให้อาคารทุกหลังต้องผ่านมาตรฐานแผ่นดินไหว และอาคารสูงต้องทดสอบ ด้วยการจำลองแรงแผ่นดินไหว (Shake Table Test) ก่อนสร้างจริง

6. ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า : ญี่ปุ่นมีระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า (Earthquake Early Warning – EEW) ซึ่งช่วยให้คนในอาคารมีเวลารับมือ เช่น หยุดลิฟต์ เปิดประตูทางออก ฯลฯ

ตัวอย่างตึกสูง ที่ทนแผ่นดินไหวได้ดีในญี่ปุ่น

  • Tokyo Skytree ใช้โครงสร้างแบบ “เจดีย์ญี่ปุ่น” ซึ่งเป็นโครงไม้ที่ยืดหยุ่นและกระจายแรงได้ดี
  • Mori Tower (Roppongi Hills) ใช้แดมเปอร์และฐานรองรับแรงสั่นสะเทือน
  • Abeno Harukas (โอซาก้า) ใช้เสริมโครงสร้างพิเศษเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ได้กล่าวสรุปว่าเหตุผลที่ตึกสูงในญี่ปุ่น สามารถทนแรงแผ่นดินไหวได้ดี เพราะเทคโนโลยีล้ำสมัย วัสดุที่แข็งแรง และมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด

พร้อมแนบลิงก์อ้างอิง : https://www.yomiuri.co.jp/pluralphoto/20230831-OYT1I50035/

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊กครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...