โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จริงไหมที่ปี 2025 เกิดอุบัติเหตุ ‘เครื่องบิน’ เยอะจนน่าตกใจ?

The MATTER

อัพเดต 20 ก.พ. 2568 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 01.00 น. • Brief

เคยสงสัยไหมว่า เปิดปีมาเกือบสองเดือน ทำไมเหตุการณ์เกี่ยวกับ ‘เครื่องบิน’ มันเยอะจัง?

อย่างล่าสุด ที่เครื่องบินพลิกคว่ำขณะลงจอด แม้ว่าจะรอดชีวิตกันยกลำ แต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามต่อจากนี้คือ ทำไมเครื่องบินถึงกลายที่ว่าสุดปลอดภัยถึงตก-เกิดภัยพิบัติทางการบินบ่อยในปี 2025 วันนี้เราจะพาไปสำรวจเหตุการณ์ต่างๆ ในปีนี้ไปพร้อมๆ กัน

ปี 2025 มีเครื่องบินตกกี่ครั้งแล้ว?

แม้ว่าตอนนี้เราเพิ่งผ่านปี 2025 มาได้เกือบสองเดือนแล้ว แต่ข่าวอุบัติเหตุเครื่องบินตกในแคนาดาถือเป็นอุบัติเหตุทางการบินที่ร้ายแรงครั้งที่ 4 ในอเมริกาเหนือแล้ว ซึ่งนอกจากในแคนาดา ยังมีรายงานอุบัติเหตุเครื่องบินตกอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้

เริ่มกันที่ วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อมีเครื่องบินเจ็ตพาณิชย์และเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบินชนกันใกล้เมืองหลวงของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 67 ราย นับเป็นอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่ร้ายแรงที่สุดในสหรัฐฯ

หลังจากนั้นไม่นานในวันที่ 31 มกราคม ที่ฟิลาเดลเฟีย เมื่อเครื่องบินขนส่งทางการแพทย์ตกใส่บ้านเรือนในเมือง เป็นเหตุให้คนบนเครื่องทั้ง 6 คนและคนบนพื้นดินอีก 1 คนเสียชีวิต หลังจากที่เครื่องบินกระทบพื้นและระเบิด

ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่อลาสก้า มีผู้เสียชีวิต 10 คน ซึ่งรวมทั้งคนที่อยู่บนเครื่องบินด้วย เมื่อเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กตกบนน้ำแข็งในทะเลในอลาสก้า ขณะที่มีรายงานว่าเครื่องบินเซสนา แกรนด์ คาราวาน ซึ่งให้บริการโดยสายการบินระดับภูมิภาค เบริงแอร์ กำลังเดินทางจากอูนาลาคลีตไปยังโนม ก่อนที่จะหายไปจากเรดาร์ ก่อนจะพบร่างของผู้โดยสารทั้งหมดบนเครื่องในวันถัดมา นับเป็นอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรัฐในรอบ 25 ปี

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุการณ์ทางการบินเล็กๆ ในอีกหลายกรณี เช่น เที่ยวบินของยูไนเต็ดแอร์ไลน์จากชิคาโกถูกบังคับให้กลับไปที่สนามบินโอแฮร์ เนื่องจากมีปัญหาที่ไม่คาดคิดในห้องนักบินเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยปีกของเครื่องบินชนกับเครื่องบินลากจูงที่สนามบิน ทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส

ขณะที่มีรายงานว่า เครื่องบินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์เฉี่ยวเครื่องบินของเดลต้าที่จอดอยู่ ขณะกำลังวิ่งไปที่สนามบินซีแอตเทิลเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นอกจากนี้ เครื่องบินของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ยังเกิดเพลิงไหม้ระหว่างขึ้นบินที่สนามบินฮูสตันหลังจากมีปัญหาเครื่องยนต์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์

อะไรเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ?

ตอนนี้ยังไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการสำหรับอุบัติเหตุร้ายแรงที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต โดยคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) และสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) กำลังดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีกว่าที่รายงานอย่างเป็นทางการจะเผยแพร่

เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นบ้าง?

รายงานระบุว่า รัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มไล่พนักงานของสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) ออกไปหลายร้อยคนหลังจากเหตุการณ์ที่กรุงวอชิงตันในเดือนมกราคม

ด้านสมาคมผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศแห่งชาติ (NATCA) กล่าวว่า กำลังวิเคราะห์ผลกระทบของการเลิกจ้างพนักงานของรัฐบาลกลางต่อความปลอดภัยการบิน ระบบน่านฟ้าแห่งชาติ และสมาชิกของเรา อีกทั้งสมาคมยังได้เตือนถึงการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางแสดงความกังวลเกี่ยวกับระบบที่มีภาระงานมากเกินไปและมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอมาหลายปีแล้ว

การบินกำลังกลายเป็น ‘อันตราย’ มากขึ้นจริงไหม?

เหตุการณ์ทางการบินที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการบิน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ตอนนี้สถานการณ์ไม่น่าวิตกกังวลขนาดนั้น เพราะยังไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของการเดินทางทางอากาศ

ฌอน ดัฟฟี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ กล่าวกับ Fox News เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า การเดินทางทางอากาศนั้นปลอดภัยกว่าการเดินทางด้วยรถยนต์และรถไฟมาก นี่คือวิธีการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด

ด้านสภาความปลอดภัยแห่งชาติประเมินว่า ชาวสหรัฐฯ มีโอกาสเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ 1 ใน 93 คน ขณะที่การเสียชีวิตบนเครื่องบินนั้นหายากเกินกว่าจะคำนวณอัตราเสี่ยงได้ นอกจากนี้ การวิจัยยังระบุด้วยว่า จำนวนอุบัติเหตุไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกปีเสมอไป

การตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานบันทึกอุบัติเหตุเครื่องบินชี้ให้เห็นด้วยว่า เรากำลังเห็นจำนวนผู้เสียชีวิตต่อปีลดลงในภาพรวมเสียด้วยซ้ำ ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตจากการบินในปีเดียวสูงสุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ นับตั้งแต่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่สูงอย่างเข้าใจได้ในช่วงทศวรรษที่ 1940 (สงครามโลกครั้งที่สอง) คือในปี 1972 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3,346 คน แต่นี่ไม่ใช่ความผิดปกติ โดยจำนวนผู้เสียชีวิตโดยเฉลี่ยต่อปีลดลงต่ำกว่า 2,000 คนเป็นประจำในช่วงทศวรรษ 1990

อุบัติเหตุเครื่องบินที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1977 เมื่อเครื่องบินโบอิ้ง 747 สองลำชนกันบนรันเวย์ที่สนามบินเทเนริเฟ่ในสเปน อุบัติเหตุดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไป 583 ราย

นับจากนั้นเป็นต้นมา จำนวนผู้เสียชีวิตก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง และในช่วงทศวรรษ 2010 จำนวนผู้เสียชีวิตก็แทบจะไม่เกิน 1,000 ราย

ในปี 2024 จำนวนผู้เสียชีวิตจากการบินอยู่ที่ 416 ราย เพิ่มขึ้นจาก 229 รายในปี 2023 แต่สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของปีก่อนๆ: 578 รายในปี 2019, 463 รายในปี 2020, 414 รายในปี 2021 และ 357 รายในปี 2022

ครั้งสุดท้ายที่มีผู้เสียชีวิตเกิน 1,000 รายคือในปี 2018 เมื่อเครื่องบินแอร์บัสสองลำตกในเอธิโอเปียและอินโดนีเซีย

ในปี 2023 มีเที่ยวบินพาณิชย์ตามกำหนดการ 35.3 ล้านเที่ยวบินทั่วโลก ตามข้อมูลของกลุ่มปฏิบัติการการขนส่งทางอากาศ ซึ่งทำให้การเดินทางทางอากาศมีความปลอดภัยทางสถิติมากกว่าการเดินทางด้วยรถไฟและทางถนน

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว รัฐบาลสหราชอาณาจักรรายงานในปี 2023 ว่ามีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนมากกว่า 1,500 คนต่อปีในสหราชอาณาจักร

แล้วการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้การบินอันตรายขึ้นจริงไหม?

การบินถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ตามบทความของ National Geographic ในเดือนกรกฎาคม 2024 บอกว่า สภาพอากาศที่เลวร้ายลงส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินมากขึ้นเช่นกัน

การศึกษาดังกล่าวเน้นย้ำว่าความปั่นป่วนที่เกิดจากลมแรง กระแสลมที่เร็วขึ้น และพายุที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้น ทำให้การเดินทางทางอากาศเกิดความปั่นป่วนมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับรันเวย์ที่ถูกน้ำท่วม และอุณหภูมิพื้นผิวที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้เครื่องบินขึ้นบินได้ยากขึ้น

ถึงอย่างนั้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อจำนวนอุบัติเหตุหรือผู้เสียชีวิต

อ้างอิงจาก

standard.co.uk

nbcchicago.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...