โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถึงใครไม่จอยแต่ก็ต้องจัด! เพราะ “งานเลี้ยงบริษัท” ส่งผลดีต่อธุรกิจมากกว่าแค่ความสนุกสนาน!

นิตยสารคิด

อัพเดต 03 ม.ค. 2567 เวลา 21.07 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2567 เวลา 21.07 น.
office-parties-cover

ใครที่ทำงานเป็นพนักงานบริษัทก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า ในแต่ละปี ไม่ว่าจะมีวันสำคัญ หรือมีการฉลองความสำเร็จใด ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะลงเอยด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองทั้งเล็กและใหญ่ หรือไม่ก็มีการจัดงานปาร์ตี้ให้สนุกสนานครื้นเครงร่วมกัน

แม้ความบันเทิงจากเสียงเพลง มินิคอนเสิร์ต คาราโอเกะ การจับรางวัล และกิจกรรมตื่นเต้นอื่น ๆ จะเป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ก็ตามที แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รู้สึกเอ็นจอยหรืออยากเข้าร่วมกิจกรรมสักเท่าไร ซึ่งไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร ก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า “แค่เพื่อความบันเทิงสนุกสนาน ทำไมบริษัทต้องยอมทุ่มงบประมาณในแต่ละปีมาจัดงานให้เสียเงินเปล่ากันล่ะ”

Antenna / Unsplash

ครื้นเครงและผ่อนคลาย กับประโยชน์อีกมากมายที่บริษัทยอมควักกระเป๋าลงทุน
แม้ว่าจุดประสงค์หลักโดยทั่วไปของงานเลี้ยงบริษัท จะเป็นการจัดเพื่อให้พนักงานได้ผ่อนคลายผ่านความสนุกสนานบันเทิงเริงใจ แต่นั่นก็เป็นความจริงเพียงกึ่งเดียวเท่านั้น

เพราะงานเลี้ยงบริษัท หรือกิจกรรมที่ฉาบหน้าด้วยความบันเทิงรื่นเริงเหล่านี้ คือกลไกสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้าง “Employee engagement” หรือ “ความผูกพันที่พนักงานมีต่องานและองค์กร” ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกหยิกยกมาพูดกันบ่อยครั้งในวงการธุรกิจสมัยใหม่ ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการนำธุรกิจให้อยู่รอดได้อย่างแข็งแรงในยุคของการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้

ไอเดียของ “Employee engagement” ถูกกล่าวถึงครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปี 1990s โดยพูดถึงปัจจัยที่ทำให้พนักงานหนึ่งคนเกิดแรงจูงใจที่จะทุ่มเทให้กับค่านิยมและเป้าหมายของบริษัท รวมไปถึงการให้ความร่วมมือกับกิจกรรมในองค์กรอย่างสมัครใจผ่านความผูกพัน และความรู้สึกของการเป็นเจ้าขององค์กรร่วมกันอย่างแท้จริง

ถ้าให้พูดง่าย ๆ พนักงานที่มี “Engagement” สูง ก็จะเป็นด้านตรงข้ามพนักงานที่อยู่ในภาวะ “Burnout” นั่นเอง

มีการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของผู้บริหารองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ได้ข้อมูลเป็นเสียงเดียวกันว่า Employee Engagement ถือว่าเป็น 1 ใน 4 สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด ควบคู่ไปกับเรื่อง “การบริหารจัดการคนเก่ง” “การพัฒนาผู้นำ” และ “การวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์” โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้

และจากงานวิจัยของ Gallup ได้บอกว่า องค์กรที่มี Engagement สูงจะมีประสิทธิภาพด้านการทำงานสูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 18% และยังกระตุ้นการเกิดนวัตกรรมในองค์กรมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า ลดการลาออกของพนักงานได้มากถึง 43% เพิ่มความกระตือรือร้นในการให้บริการจนได้รับความพึงพอใจจากลูกค้ามากขึ้น 10% และสุดท้ายก็นำไปสู่การสร้างผลกำไรขององค์กรที่มากขึ้นกว่า 23%

Product School / Unsplash

แล้วงานเลี้ยงบริษัทมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังไง ก็ต้องมาดูที่การสร้าง Employee engagement กันก่อน!
มนุษย์เป็นทรัพยากรของบริษัทที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน และการจะทำให้องค์กรเกิด “Employee engagement” ที่สูงขึ้นได้ก็ถือเป็นความท้าทายที่แท้จริงสำหรับธุรกิจจำนวนมาก เพราะมันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่พอจะสรุปออกมาเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงบริษัทได้ดังนี้

• สังคมจะแข็งแรง ค่านิยมต้องชัด วัฒนธรรมองค์กรต้องแข็งแกร่ง
จากการศึกษาของ Glassdoor ระบุว่า คนทำงานกว่า 77% ในอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี จะเลือกบริษัทที่จะสมัครงานโดยพิจารณาจากวัฒนธรรมองค์กร และอีกกว่า 56% ที่มองว่า เรื่องนี้สำคัญยิ่งไปกว่าเงินเดือนหรือสวัสดิการอื่น ๆ ด้วยซ้ำ

การมี “วัฒนธรรมที่ใช่” จะทำให้ “พนักงานที่ใช่” รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและจะสามารถรักษาเขาไว้ได้นาน แต่วัฒนธรรมที่ไม่ตรงกับค่านิยมองค์กรจะเป็นตัวผลักดันให้พนักงานคุณภาพค่อย ๆ ถอยตัวออกไปจากบริษัทเช่นกัน

และการจัดงานเลี้ยงฉลองหรืองานปาร์ตี้ประจำปีก็เป็นสิ่งที่สะท้อนและตอกย้ำค่านิยมในการทำงานของคนในองค์กรออกมาได้เป็นอย่างดี

บางบริษัทใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารวัฒนธรรมทางอ้อม เช่น การประกาศวิสัยทัศน์ของบริษัทให้พนักงานเห็นว่าเรากำลังต่อสู้เพื่ออะไร บางบริษัทก็มีการเชิดชูบุคลากร กล่าวชื่นชม หรือมอบรางวัลในด้านต่าง ๆ ทั้งใหญ่และเล็ก เพื่อสนับสนุนให้พนักงานเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ กระตือรือร้น มีแพชชันและกำลังใจในงานที่ทำมากขึ้น

หรือแม้แต่กิจกรรมเพื่อความบันเทิงโดยเฉพาะ ก็ยังสะท้อนถึงบรรยากาศการทำงานได้ เช่นที่นี่มีความเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน ให้ความสำคัญกับระบบอาวุโสหรือไม่ พนักงานที่นี่อยู่กันเต็มที่จนดึกดื่นหรือเลิกงานแยกย้ายตรงเวลาได้ บรรยากาศงานมีความสนุกสนานกระฉับกระเฉงแบบวัยรุ่น หรือเน้นความเคร่งครัดมีพิธีรีตองแบบผู้ใหญ่

Erika Giraud / Unsplash

• ทีมเวิร์กดีพลังสามัคคีเพิ่ม เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ก็ได้นะ
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ไม่ว่าจะชอบเข้าสังคมมากหรือน้อยก็ตาม แต่เมื่อคำนึงถึงระยะเวลามากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมงานแล้ว การมีความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานจึงเป็นสิ่งจำเป็นในแง่ความรู้สึกเป็นอย่างมาก

มนุษย์เงินเดือนส่วนหนึ่งตั้งใจทำงานเพราะมีเพื่อนร่วมงานที่สนิทกัน ส่วนหนึ่งจะลาออกหรือไม่ลาออกจากบริษัท ก็มักเอาเรื่องความสัมพันธ์มาอยู่ในสมการในการตัดสินใจอยู่ด้วยเสมอ

การจัดงานเลี้ยงหรือกิจกรรมบริษัทที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้สานสัมพันธ์กันในบริบทสบาย ๆ อาจนำมาสู่การที่พนักงานได้รู้จักตัวตนของเพื่อนร่วมทีมทั้งในและต่างแผนก มากไปกว่าแค่มิติของการทำงาน ซึ่งก็อาจนำมาสู่ความสัมพันธ์ที่ดีเพิ่มขึ้นได้

หลายครั้งที่พนักงานทั้งในและต่างแผนกอาจมีความรู้สึกชื่นชมเพื่อนร่วมงานคนอื่น แต่ในหน้างานจริงอาจไม่มีโอกาสได้บอกเจ้าตัว ก็มักจะมาใช้พื้นที่ตรงนี้ในการพูดคุยกัน ต่างคนก็จะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างมากขึ้น แล้วผู้ที่ถูกชมก็จะรู้สึกว่าถูกมองเห็น รู้สึกมีคุณค่าต่อองค์กร หรือในกรณีที่บางคนมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกับเพื่อนร่วมงาน ก็อาจใช้พื้นที่ตรงนี้และความช่วยเหลือเล็กน้อยจากเครื่องดื่มเย็น ๆ ในการเปิดใจคุยกัน

เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ส่วนตัวนี้ งานเลี้ยงบริษัทจึงสามารถเข้ามามีบทบาทได้มากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริษัทขนาดใหญ่ที่อาจมีออฟฟิศหลายห้องหรือหลายสาขา รวมไปถึงพนักงานที่ทำงานจากที่บ้าน ซึ่งในแต่ละวันแทบจะไม่มีโอกาสได้เจอหน้าเพื่อนร่วมงานเลยซักคนเดียว

Blake McCleary / Unsplash

• ผู้นำอยากทำตัวเองให้เข้าถึงง่าย แต่ไม่เคยเข้าถึงได้ในเวลางาน
หน้าที่ของผู้นำที่ดีคือการแก้ปัญหาเพื่อให้ลูกทีมสามารถลงมือทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด รวมไปถึงการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของทีม ซึ่งสองสิ่งนี้จะไม่สามารถทำได้ดีเลยหากผู้นำ “ไม่ใช่คนที่เข้าถึงง่าย” ลูกทีมอาจกลัวหรือเกรงใจ จะมีปัญหาหรือมีข้อแนะนำก็ไม่กล้าเข้ามาพูดคุย (รวมถึงผู้นำอาจไม่มีเวลาให้เข้ามาพูดคุย)

งานเลี้ยงหรือกิจกรรมขนาดใหญ่ของบริษัทจะเป็นช่องทางเดียวที่ผู้นำหรือหัวหน้าสามารถเข้าไปพูดคุย ชื่นชมให้กำลังใจ รับฟังปัญหา ให้คำแนะนำ รวมถึงช่วยย่อยเป้าหมายใหญ่ของบริษัทลงมาให้อยู่ในความเข้าใจของพนักงานใต้บังคับบัญชาได้ในบรรยากาศและท่าทีที่เป็นกันเอง

บทสนทนาดังกล่าวอาจนำไปสู่การเปิดใจของพนักงานในทีม จนกล้าที่จะพูดถึงปัญหาในงานกับผู้นำมากขึ้นในวันทำงานปกติ โดยหลายครั้งที่จุดเริ่มต้นของบทสนทนาในงานเลี้ยงเหล่านี้นั้นก็ไม่ได้มาจากการคุยเรื่องงานด้วยซ้ำ

Priscilla Du Preez

• เฉลิมฉลองความเป็นมนุษย์ในแง่มุมที่แตกต่าง
ทำงาน! ทำงาน! ทำงาน! ตอกบัตรเข้างานคนเดียว รับคำสั่งผ่านอีเมล ทำงานคนเดียวในคอก ส่งงานผ่านอีเมล กลับบ้าน วนแบบนี้อยู่ทุกวัน การทำงานก็เหมือนหุ่นยนต์ ชีวิตเรามีค่าแค่ตัวเลข KPI ที่วัดกันนาน ๆ ทีเท่านั้น ยิ่งกับคนที่ทำงานทางไกลจากบ้านหรือฟรีแลนซ์ยิ่งแล้วใหญ่

การมีสภาพแวดล้อมการทำงานโดยขาดมิติของความเป็นมนุษย์แบบนี้ ก็อาจดูโอเคสำหรับคนที่ต้องการเอาแรงกายมาแลกเงินเพียงอย่างเดียว แต่ก็ไม่มีความยั่งยืนทางจิตใจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Employee engagement ในระยะยาว

การที่บริษัทมีการจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ ตามเทศกาลเฉพาะของแต่ละเชื้อชาติ ศาสนา และความหลากหลายอื่น ๆ จะเป็นสิ่งที่เชื่อมผู้คนในบริษัทเข้าด้วยกัน เป็นการเห็นคุณค่าของพนักงานแต่ละคนในฐานะมนุษย์ ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งความรู้สึกของพนักงานภายใน และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของลูกค้าและพาร์ตเนอร์บริษัทอีกด้วย

Product School / Unsplash

• วางแผนให้ดี เพราะจัดงานถี่ ๆ มั่วๆ ก็ทำให้พนักงานทำงานได้แย่ลงเช่นกัน
เมื่ออ่านถึงตรงนี้จึงอาจทำให้พอเข้าใจเหตุผลแล้วว่า ทำไมบริษัทมากมายถึงยอมทุ่มเงินจัดงานเลี้ยง งานสัมมนาเชิงกิจกรรม หรือ Outing บริษัทอยู่เสมอ แต่ทางบริษัทเองก็ต้องพึงระวังว่า การสร้าง Employee engagement ไม่มีสูตรตายตัวเช่นไร การจัดงานเลี้ยงเพื่อเหตุผลดังกล่าวก็ไม่มีสูตรตายตัวเช่นนั้น และการจัดงานเลี้ยงโดยไม่มีการวางแผน หรือกำหนดกรอบเป้าหมายกิจกรรมให้ตรงตามผู้เข้าร่วม ก็อาจให้ผลลัพธ์ที่ตรงข้ามได้

เช่น ถ้าบริษัทเต็มไปด้วยพนักงานคนรุ่นใหม่ ไฟแรง กระฉับกระเฉง แต่บริษัทกลับจัดงานที่เป็นทางการเกินไปก็อาจทำให้ดูน่าเบื่อจนพนักงานเริ่มไม่อยากเข้าร่วม หรือจะจัด Outing บอกว่าจะพาไปเที่ยวให้เต็มที่ แต่ก็แอบยัดกิจกรรม“Team building” เข้าไปแบบเต็มสูบ ก็อาจทำให้พนักงานขยาดได้

หรือถ้าจะจัดงานเลี้ยงแค่เพื่อให้พนักงานได้พักจากงานเท่านั้นจริง ๆ แต่ดันบังคับให้ทุกคนต้องเข้าร่วม แถมยังจัดบ่อยจนไปรบกวนเวลาทำงาน สุดท้ายทั้งไม่ได้พัก ทั้งต้องทำงานล่วงเวลา แล้วยังจะผิดใจกับแผนกที่จัดงาน จนเกิดเป็นมวลความรู้สึกที่ไม่ดีในบริษัทอีกด้วย

ฉะนั้นใครที่เป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นผู้ที่ต้องดำเนินกิจกรรมในลักษณะนี้ ก็อย่าลืมวางแผนกิจกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร รวมไปถึงเป้าหมายกิจกรรม และตอบโจทย์ความหลากหลายของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของฤดูกาลเฉลิมฉลองแบบนี้

ที่มา : บทความ “4 Factors Driving Record-High Employee Engagement in U.S.” โดย Jim Harter
บทความ “8 Things to Celebrate in the Workplace to Improve Employee Motivation” โดย marketing team member at HR Cloud
บทความ “What is Employee Engagement? Effective Ways to Improve Employee Engagement” โดย Eliza Paul
บทความ “Shaping Success: How Company Culture Drives Employee Engagement and Performance” โดย ABC Corp
บทความ “The Impact of Corporate Events on Employee Engagement” โดย Ana Almeida
บทความ “New Survey: Company Mission & Culture Matter More Than Compensation” โดย Glassdoor Team

เรื่อง : สโรชา พรรณพิสิฐ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

บาส-เฟม ถอนรอบชิงแบดเอเชีย 2026 หลังบาดเจ็บ แพทย์แนะพักรักษาตัวระยะยาว

PostToday

lyn around เปิดตัวคอลเลกชั่นต้อนรับฤดูร้อน 2026 กับ 3 แคปซูลสุดเฟมินีน

สยามรัฐ

กฎหมายสงกรานต์ 2569 เช็ก 5 ข้อห้ามที่ควรรู้ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ-จำคุก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

ชวนเที่ยวสงกรานต์สายอาร์ต ประติมากรรม 3 มิติ ณ สวนลุมพินี

TNN ช่อง16

12 เมษายน ครบรอบ 65 ปี ยูริ กาการิน เป็นตัวแทนมนุษยชาติในการเดินทางสู่อวกาศเป็นครั้งแรก

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

พุงยื่นเสี่ยงหลั่งสาร อะดิโพไคน์ ต้นเหตุไขมันพอกตับ-โรคหัวใจ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...